บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 9 คุณหมอจอมดุ

ปภาวรินทร์อุ้มเด็กใส่รถเข็นแล้วเอาอุปกรณ์ต่างๆ ที่อยู่ในกระเป๋าเด็กอ่อนใส่ไว้ใต้รถ เธอรีบเดินไปที่ประชาสัมพันธ์เพื่อแจ้งประวัติเด็ก พอเจอพยาบาลตรวจเบื้องต้น เด็กหญิงมะปรางต้องเข้าไปพบแพทย์โดยด่วน เนื่องจากมีค่าเหลืองสูงถึง 20 ต้องได้รับการส่องไฟเพื่อขับสารเหลืองออกมาทางอุจจาระและปัสสาวะ เธออุ้มเด็กเข้าไปในห้องตรวจคุณหมอเด็ก แต่พอเข้าไปในห้องเด็กหญิงเปรมสิณีก็ร้องไห้จ้า เธอลุกลี้ลุกลนทำอะไรไม่ถูก นึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้ให้นมเลยขอชงนมให้ทารกก่อนตรวจ

“อุ้ย! ร้องอีกแล้ว แป๊บนึงนะคะคุณหมอฉันขอชงนมก่อน” เธอพูดแล้วส่งเด็กทารกให้พยาบาลช่วยอุ้ม เธอล้วงมือเข้าไปหยิบกระเป๋าเด็กอ่อน เอาน้ำที่ผ่านการต้มแล้วเทใส่ก่อนค่อยใส่นมผง เพราะถ้าใส่นมผงก่อนปริมาณน้ำจะคลาดเคลื่อน เธอเขย่าขวดนมไปมาแล้วป้อนทารกตัวน้อย ไม่ทันได้สังเกตสีหน้าของกุมารแพทย์ที่เริ่มตำหนิเธอกลายๆ

เบญจามินทร์นั่งมองหญิงสาวสะคราญที่สวยเปล่งปลั่งภายใต้ชุดเสื้อยืดกางเกงขาสั้นสบายๆ แม้ใบหน้าไร้เครื่องสำอางแต่ผิวแก้มนวลเนียนยังคงสีเลือดฝาดอย่างเป็นธรรมชาติ ผิดแผกจากสาวแม่ลูกอ่อนที่เพิ่งคลอดลูกได้ไม่ถึงสัปดาห์ เจ้าหล่อนกำลังง่วนอยู่กับการชงนมผงให้ลูกกิน

“คุณแม่ครับ เพิ่งคลอดได้ 5 วัน ทำไมถึงให้กินนมผง ทำไมไม่ให้กินนมแม่” เขาเอ่ยถามด้วยความตำหนิ แม้จะรณรงค์เรื่องนมแม่สักปานใดแต่ก็ยังมีแม่ขี้เกียจกลัวเต้านมเสียทรงอีกมากที่เลือกให้นมผงแทนนมจากเต้า ขณะเดียวกันก็มีคุณแม่มือใหม่จำนวนไม่น้อยที่มีปัญหาเกี่ยวกับการให้นมแม่ ทั้งเอาลูกเข้าเต้าไม่เป็น ลูกดูดแต่หัวนมปากไม่ครอบลานนม หัวนมแตก และอีกสารพัด

“เอ่อ...” แม่ลูกอ่อนสาวแสนสวยอึกอัก แววตามีแต่ความรู้สึกผิด เขาคิดว่าเธอเธอคงจะมีปัญหาจึงก้มมองเต้านมคู่โตภายใต้เสื้อยืดสีเทา แม้เสื้อยืดจะตัวโคร่ง แต่เต้านมนั้นอวบเต่งตึงอย่างกับลูกส้มโอ

“ดูแล้วคุณแม่น่าจะนมคัดนะ มีปัญหาเรื่องการให้นมบุตรใช่ไหม ไม่เป็นไร... เดี๋ยวผมจะให้คุณเข้าคลินิกนมแม่ ที่นั่นจะมีพยาบาลสอนเรื่องการให้นมแม่อย่างถูกวิธี คุณรู้ไหมว่านมแม่จะช่วยขับสารเหลืองให้ออกมาทางอุจจาระ เด็กจะหายตัวเหลืองเร็ว” เบญจามินทร์พูดต่อไปอีก พร้อมกับก้มมองเด็กหญิงตัวน้อยที่อยู่ในอ้อมกอดของเจ้าหล่อน ทารกมีผิวหน้าสีเหลือง นัยน์ตาขาวมีสีเหลืองจางๆ ให้นมเสร็จเขาจะเอาเด็กทารกเข้าตู้อบเพื่อส่องไฟทันที

“คือ... ฉันไม่ใช่แม่ของเด็กคนนี้หรอกค่ะคุณหมอ เด็กคนนี้เป็นหลานฉันเองค่ะ” ปภาวรินทร์ตอบอ้อมแอ้ม

“อ้าว แล้วคุณแม่ของเด็ก...” เขาเบิกตากว้างระคนแปลกใจ

“ไม่อยู่แล้วค่ะ”

คำตอบสั้นๆ ของสาวสวยที่คิดว่าเป็นคุณแม่ลูกอ่อนทำให้กุมารแพทย์หนุ่มนิ่งงัน จนปัญญาจะพูดต่อ เขามองเด็กด้วยความเวทนาก่อนจะนึกอะไรขึ้นได้...

งั้นเต้านมที่ใหญ่ปานส้มโอของเธอก็คือเต้านมล้วนๆ ไม่ได้คัดตึงหรอกหรือนี่...!

พอคิดอย่างนั้นแล้วความรู้สึกผิดก็บังเกิดขึ้นในใจชายหนุ่ม เขากระแอมแก้อาการขัดเขินที่เผลอคิดทะลึ่งตึงตังกับหญิงสาวตรงหน้า พลางนั่งอ่านประวัติของทารกตัวน้อย

“น้องชื่ออะไรครับคุณแม่” แม้จะทราบว่าเธอไม่ใช่แม่แท้ๆ ของเด็ก แต่เขาก็เผลอปากพูดออกไปอย่างนั้น ปภาวรินทร์ยิ้มแหยๆ

“ฉันไม่ใช่แม่หรอกค่ะ แต่เป็นป้าของเด็กต่างหาก น้องชื่อมะปรางค่ะคุณหมอ” เธอพูดเสียงหวานใสน่าฟังยิ่งนัก เบญจามินทร์พยักหน้ารับรู้ เขากรอกรายละเอียดลงไปในแฟ้ม

“ค่าเหลือง 20 นะครับ กินนมอุ้มเรอเสร็จแล้วเดี๋ยวเอาไปเข้าตู้อบส่องไฟเลย” คุณบอกหันไปสั่งพยาบาล

“ต้องอยู่โรงพยาบาลกี่วันเหรอคะ” เธอถามสีหน้าเป็นกังวล

“น่าจะ 2-3 วัน ต้องให้ค่าเหลืองลดลงกว่านี้ ตอนนี้สารเหลืองของน้องสูงมากถ้าปล่อยไว้จะขึ้นสมอง ส่งผลให้พัฒนาการล่าช้าได้ กินนมเสร็จแล้วใช่ไหมครับ ผมจะให้พยาบาลเอาเด็กไปเจาะเลือด”

“ค่ะ”

พยาบาลอุ้มเด็กออกจากห้องตรวจไปเจาะเลือดแล้ว ปภาวรินทร์ทำท่าจะลุกตามแต่คุณหมอรั้งไว้เสียก่อน

“คุณรออยู่ที่นี่แหละครับ ไม่ต้องตามไปหรอก ไปดูแล้วพยาบาลจะทำงานยากกว่าเดิม” เขาบอก ปภาวรินทร์พยักหน้ารับ แม้ในใจจะเป็นห่วงหลานอยู่ไม่น้อย เบญจามินทร์ละสายตาจากคอมพิวเตอร์หันมามองเธอแล้วยิ้มบาง รอยยิ้มของหมอตรงหน้าทำให้ปภาวรินทร์ใจเต้นผิดจังหวะ ยิ่งเห็นดวงตาเป็นประกายของเขาด้วยแล้วยิ่งทำให้ใจสั่นไหวจนรู้สึกประหม่า

“คุณแม่เด็กไปไหนเหรอครับ เอ่อ... ผมต้องขอโทษที่ถามเรื่องส่วนตัว แต่มันจะมีผลต่อการรักษา” เบญจามินทร์ถาม ปภาวรินทร์ถอนหายใจเบาๆ

“ไปสอบค่ะ น้องสาวฉันเรียนอยู่เชียงใหม่ คลอดเสร็จแล้วต้องรีบกลับไปสอบเพราะตอนท้องไม่ได้ดรอปเรียน” เธอตอบ เบญจามินทร์เลิกคิ้วขึ้นเป็นเชิงถาม

“น้องสาวคุณยังเรียนอยู่...?”

“ใช่ค่ะ”

“แล้วใครเป็นคนเลี้ยงน้องมะปรางครับ” เขาถามอีก

“ฉันเองค่ะ”

“คุณ... คนเดียวเหรอ”

“ค่ะ” เธอพยักหน้ารับ เบญจามินทร์เอามือลูบปลายคางอย่างครุ่นคิด

“จริงๆ แล้วเด็กแรกคลอดควรจะได้กินนมแม่ เพราะนมแม่ช่วงสัปดาห์แรกจะมีภูมิต้านทานโรค สังเกตได้จากสีของน้ำนมที่เป็นสีเหลือง น่าเสียดายนะครับ อีกอย่างถ้าได้นมแม่จะช่วยขับสารเหลืองได้ดีขึ้นเพราะเด็กจะถ่ายง่าย” กุมารแพทย์บอกกับหญิงสาว

“ค่ะ ตอนนี้ฉันก็กำลับให้น้องสาวปั๊มนมทุก 3 ชั่วโมงแล้วแช่แข็งไว้ ตอนกลับมากรุงเทพก็ให้เอานมกลับมาด้วย”

“ครับ เป็นทางออกที่ดี แต่ต้องระมัดระวังช่วงเดินทางนะคนับ ควรแพ็คให้ดี ห่อให้มิดชิดอย่าให้ละลาย ห่อหนังสือพิมพ์ ใส่น้ำแข็งแห้ง โรยเกลืออัดเข้าลังโฟมแพ็คให้แน่นหนา เลือกวิธีเดินทางให้เร็วที่สุดจะยิ่งดีครับ” เบญจามินทร์ให้คำแนะนำ

“ค่ะ ขอบคุณคุณหมอมากนะคะที่แนะนำ แล้วอย่างนี้หลานฉันจะเป็นอะไรมากไหมคะ” เธอถามสีหน้ากังวล

“ไปส่องไฟสักคืนสองคืนน่าจะดีขึ้นครับ คุณแม่อย่าเพิ่งกังวล แต่ที่สำคัญคือต้องให้น้องมะปรางดื่มนมทุก 2-3 ชั่วโมงนะครับ อย่าทิ้งห่างกันมาก”

“ค่ะ แต่ฉันสังเกตหลานฉันชอบท้องอืด เวลาให้นมเสร็จท้องแข็ง ร้องไห้งอแงทั้งคืนเลยค่ะ”

“ลองเปลี่ยนนมดูไหมครับ เลือกเอานมที่ย่อยง่ายหน่อย บางทีน้องอาจจะไม่ถูกกับนมยี่ห้อที่กินอยู่ แล้วก็การอุ้มเรอสำคัญมาก ดื่มนมเสร็จต้องอุ้มให้เรอถึงจะให้นอนได้ จริงๆ แล้วเด็กทารกยังไม่รู้ว่าแค่ไหนคืออิ่ม เราชงนมให้เท่าไหนก็กินเท่านั้น คุณแม่ต้องให้กินในปริมาณที่เหมาะสมคือ 2 ออนซ์ไปก่อนแล้วค่อยปรับขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุครับ” คุณหมออธิบายอย่างใจเย็น ปภาวรินทร?พยักหน้ารับทราบ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel