6
“เจ้าไปอยู่ชนบทเสียนาน ข้าจะให้คนมาสอนมารยาทคุณหนูผู้ดีแก่เจ้า แต่งงานออกเรือนไป จะได้ไม่ขายหน้า”
“ได้สิ”
เช้าวันรุ่งขึ้น เยว่หลันกำลังนั่งกินขนมอยู่ในลานเรือนของตนอย่างสบายใจ ส่วนสาวใช้ที่ฮูหยินใหญ่ส่งมารับใช้ก็ยืนตัวสั่นอยู่ด้านหลัง เพราะตั้งแต่คุณหนูใหญ่กลับจวนมา ทั้งจวนก็ไม่เคยสงบอีกเลย
ไม่นานนัก พ่อบ้านก็มาถึงพร้อมแม่นมวัยกลางคนสามคน สีหน้าของแต่ละคนเคร่งขรึมราวกับจะไปออกรบ
"คุณหนูใหญ่ ฮูหยินใหญ่เป็นห่วงท่าน เกรงว่าท่านไปอยู่ชนบทเสียนาน อาจจะไร้กฎระเบียบไปบ้าง จึงเชิญแม่นมมาสอนกฎระเบียบและสอนมารยาทท่าน"
เยว่หลันยิ้มหวาน
"ดีสิ ข้าก็อยากเรียนเหมือนกัน" เหล่าแม่นมมองหน้ากัน ก่อนแอบยิ้มเยาะ พวกนางได้รับคำสั่งมาแล้ว ต่อให้ตีจนพิการก็ไม่เป็นไร ขอเพียงทำให้คุณหนูใหญ่เสียหน้าและหวาดกลัวได้ก็พอแล้ว
หนึ่งชั่วยามต่อมา ลานฝึกมารยาท แม่นมคนแรกถือไม้เรียวยาว
"นั่งให้หลังตรง"
เพียะ!
ไม้เรียวฟาดลงมาทันที โดยไม่ทันเตือน
แต่...
หมับ!
เยว่หลันคว้าไม้เอาไว้กลางอากาศ แม่นมชะงัก
"คุณหนูใหญ่ ปล่อยเดี๋ยวนี้!"
เยว่หลันเอียงคอ
"นี่เรียกสอนหรือ ข้านึกว่าพวกเจ้ากำลังหาเรื่องข้าเสียอีก"
แม่นมอีกคนเดินเข้ามา
"คุณหนูใหญ่ต้องอดทน ฮูหยินใหญ่ก็ถูกสอนเช่นนี้"
เยว่หลันพยักหน้า
"อ้อ งั้นพวกเจ้าก็โดนตีมาตั้งแต่เด็กสินะ น่าสงสารจัง แต่ข้าไม่ชินกับการโดนคนอื่นตี ข้าชินกับการตีคนอื่นมากกว่า"
แม่นมทั้งสามเริ่มหน้าเขียว ก่อนคนหนึ่งจะยกไม้ขึ้นอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันฟาด ร่างของนางก็หมุนคว้าง
ตุ้บ!
ก้นกระแทกพื้นอย่างจัง
"โอ๊ย!"
เยว่หลันโยนไม้เรียวทิ้ง ก่อนยิ้มกว้าง
"ทีนี้ข้าจะสอนพวกเจ้าบ้าง"
สิ้นคำ สนามฝึกก็วุ่นวายทันที แม่นมคนหนึ่งถูกจับหมุนจนล้ม อีกคนโดนผลักตกเก้าอี้ อีกคนสะดุดชายกระโปรงตัวเองล้มหน้าคว่ำ เสียงร้องดังระงมไปทั่ว
ครึ่งชั่วยามต่อมา แม่นมทั้งสามนอนกองอยู่บนพื้น ผมยุ่ง เสื้อผ้ายับย่น ร้องครวญครางไม่หยุด ส่วนเยว่หลันกำลังกินเมล็ดแตงโมอย่างอารมณ์ดี
เมื่อข่าวไปถึงเรือนใหญ่ หลี่ซูอวิ๋นแทบปาแก้วชาแตก
"ไร้สาระ แม่นมสามคนจัดการนางคนเดียวไม่ได้หรือ!" นางรีบพาเซียวอวี่เหยาไปทันที พอมาถึงก็เห็นภาพแม่นมทั้งสามถูกคนหามออกไป
ฮูหยินใหญ่โมโหจนหน้าแดง
"เซียวเยว่หลัน เจ้ากล้าทำร้ายคนของข้า!"
เยว่หลันเลิกคิ้ว
"พวกนางจะตีข้า ข้าก็สู้กลับสิ มีปัญหาหรือ"
หลี่ซูอวิ๋นแทบสำลัก
"พวกนางตีเพื่อสอนเจ้า เจ้าต้องยอมโดนตี!"
เยว่หลันพยักหน้าเหมือนเข้าใจ
"อ้อ... เช่นนั้นถ้าข้าอยากสอนท่านแม่บ้าง เพราะท่านพูดไม่รู้เรื่อง ข้าก็ตีท่านได้เหมือนกันใช่ไหม เพราะข้ากำลังสอนอยู่" นางแสร้งเรียกอีกฝ่ายว่าท่าแม่ แทนคำว่าฮูหยินใหญ่ คำนี้อีกฝ่ายไม่ชอบยิ่งนัก เพราะไม่เคยนับเซียวเยว่หลันเป็นลูกสาว ทำให้นางยิ่งโกรธเข้าไปใหญ่
หลี่ซูอวิ๋นตะโกนลั่น
"เจ้ากำลังพูดจาเหลวไหล!"
เยว่หลันถอนหายใจ
"จริงด้วย พูดกับคนที่ไม่รู้เรื่องนี่เหนื่อยจริง ๆ"
สิ้นคำ นางคว้าหมอนอิงบนเก้าอี้โยนออกไป
ฟุ่บ!
หมอนกระแทกอกฮูหยินใหญ่เต็มแรง จนอีกฝ่ายเซถอยหลังหลายก้าว
เซียวอวี่เหยาร้องลั่น
"ท่านแม่ จับนาง จับนางเดี๋ยวนี้!"
บ่าวชายสี่ห้าคนรีบวิ่งเข้ามา พวกเขาตัวใหญ่กว่าหญิงสาวหลายเท่า แต่เยว่หลันเคยเป็นถึงหัวหน้าแก๊งมาเฟีย ชายฉกรรจ์แบบนี้ในโลกเดิมนางเจอมานับไม่ถ้วน
ไม่นานนัก เสียงร้องก็ดังขึ้นแทน
"โอ๊ย!"
"ข้าผิดไปแล้ว!"
"ช่วยด้วย!"
พริบตาเดียว ทุกคนก็นอนกองบนพื้น บางคนกุมท้อง บางคนกุมศีรษะ บางคนคลานหนี จนไม่มีใครกล้าเข้าใกล้อีก หลี่ซูอวิ๋นกับเซียวอวี่เหยาหน้าซีด ราวกับเห็นปีศาจ
ในตอนนั้นเอง เสียงประกาศก็ดังขึ้นจากด้านนอก
"ซื่อจื่อแห่งจวนอันหย่งโหวมาถึง!"
ทุกคนหันไปมอง ชายหนุ่มรูปงามในชุดสีฟ้าเดินเข้ามา เขาคือกู้จื่อเฉิน ซื่อจื่อแห่งจวนอันหย่งโหว และคู่หมั้นของเซียวเยว่หลัน
เซียวอวี่เหยารีบวิ่งเข้าไปหา สีหน้าอ่อนหวานทันที
"พี่จื่อเฉิน"
เยว่หลันมองภาพนั้น ก่อนยิ้มมุมปาก
"ที่แท้ก็เป็นชู้รักกันนี่เอง"
กู้จื่อเฉินหน้าเย็น
"เซียวเยว่หลัน วันนี้ข้ามาเพื่อบอกเจ้า ข้าต้องการถอนหมั้นกับหญิงหยาบกระด้างเช่นเจ้า"
ทันทีที่สิ้นคำ สองแม่ลูกก็แอบยิ้มอย่างดีใจ แต่เยว่หลันกลับยิ้มกว้างกว่าเดิม
"ดี"
ทุกคนชะงัก กู้จื่อเฉินขมวดคิ้ว
"เจ้าว่าอะไรนะ"
เยว่หลันลุกขึ้น ก่อนเดินตรงเข้าไป
"ฮ่องเต้พระราชทานสมรส เจ้าจะถอนหมั้น งั้นไปเข้าเฝ้ากัน" รอยยิ้มบนใบหน้ากู้จื่อเฉินหายไปทันที
"เจ้า!"
เยว่หลันพูดต่อ
"ขัดพระราชโองการ ข้าอยากรู้เหมือนกันว่าจะโดนโทษอะไร"
กู้จื่อเฉินเริ่มลังเล เขาไม่ได้กลัวเยว่หลัน แต่กลัวกฎหมาย หากเรื่องถึงฮ่องเต้จริง ต่อให้เป็นซื่อจื่อก็ไม่อาจแบกรับความผิดได้
เยว่หลันยิ้มเจ้าเล่ห์
"ไปสิ ข้าจะไปเป็นเพื่อนเจ้า" นางกระชากคอเสื้อของเขาอย่างดุดัน ก่อนพูดเสียงกร้าว
“ไป เราไปเดี๋ยวนี้เลย ไปทูลต่อหน้าพระพักตร์ฮ่องเต้”
“เจ้าทำบ้าอะไร” เขารีบดึงมือนางออกอย่างตกใจ ไม่คิดว่านางจะแรงเยอะขนาดนี้ และบ้าเลือดขนาดนี้
เวลานี้สีหน้าของกู้จื่อเฉินไม่น่าดูเอาเสียเลย หลี่ซูอวิ๋นเห็นท่าไม่ดีจึงรีบแทรก
"พอแล้ว เรื่องนี้ค่อยคุยกันภายหลัง เยว่หลัน เจ้าใจเย็นก่อน ส่วนเรื่องมารยาท" นางฝืนยิ้ม
"เรียนแค่นี้ก็พอแล้ว"
เยว่หลันพยักหน้า
"ดีเลย ข้าก็รู้สึกว่าพวกเขาไม่มีอะไรจะสอนข้าแล้ว"
หลี่ซูอวิ๋นกัดฟันจนกรอด ก่อนรีบพาลูกสาวและกู้จื่อเฉินออกไป
เยว่หลันมองตามหลัง ก่อนยิ้มบาง ๆ แล้วแอบเดินตามไปเงียบ ๆ เสียงสนทนาดังมาจากศาลาริมสระ
"ข้าเกลียดนาง ช่างหยาบกระด้างไม่มีความเป็นคุณหนูผู้ดีเลยสักนิด" กู้จื่อเฉินกล่าวอย่างหงุดหงิด
