5
ฟุบ! ฟุบ! ฟุบ! เงาร่างชุดดำหลายสิบคนคุกเข่าลงพร้อมกัน
"ถวายบังคมท่านอ๋อง!" ชายหนุ่มที่นั่งเงียบอยู่หน้ากระท่อมค่อย ๆ ลุกขึ้น บรรยากาศรอบตัวเปลี่ยนไปทันที ความอบอุ่นที่มีอยู่ก่อนหน้านี้หายไปจนหมด เหลือเพียงความเย็นชาและอำนาจกดดันอันน่าสะพรึง
ผู้นำองครักษ์รีบคุกเข่าศีรษะแทบติดพื้น
"กระหม่อมมาช้า โปรดลงโทษด้วย"
มู่หรงเซวียนเอ่ยเสียงเรียบ
"คนของอ๋องฉีเป็นอย่างไรบ้าง"
"ถูกกำจัดหมดแล้วพ่ะย่ะค่ะ"
ดวงตาคมเย็นลง อ๋องฉีคือน้องชายต่างมารดาของฮ่องเต้องค์ก่อน รวมถึงเป็นน้องชายของเขาด้วย และผู้ที่กำลังคิดแย่งชิงบัลลังก์
ครั้งนี้ถึงกับส่งมือสังหารมาลอบสังหารเขา หากไม่ได้สตรีผู้นั้นช่วยเอาไว้ สถานการณ์อาจแตกต่างออกไป
องครักษ์ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยถาม
"ท่านอ๋อง สตรีผู้นั้น..."
มู่หรงเซวียนมองไปยังทิศทางที่รถม้าจากไป ภาพหญิงสาวที่เอาแต่เรียกเขาว่าลูกหนี้ลอยขึ้นมาในหัว พร้อมรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั่น มุมปากของเขายกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว
"นางคือผู้มีพระคุณของข้า หากในอนาคตนางต้องการสิ่งใด ก็จงช่วยเหลือนาง"
"พ่ะย่ะค่ะ"
มู่หรงเซวียนสะบัดแขนเสื้อ ก่อนเดินไปยังม้าที่คนสนิทนำมา
“กลับกันเดี๋ยวนี้ เรายังมีงานที่ต้องทำอีกมากมาย”
ภายในพระราชวังหลวง ยังมีเด็กคนหนึ่งกำลังรอเขากลับไป ฮ่องเต้น้อยผู้ขึ้นครองราชย์ตั้งแต่อายุเพียงแปดพรรษาและเรียกเขาว่าเสด็จอา
ผู้สำเร็จราชการแห่งแคว้นต้าเซิ่ง บุรุษผู้กุมอำนาจสูงสุดในใต้หล้า เป็นรองเพียงฮ่องเต้เท่านั้น แต่ไม่รู้เพราะเหตุใด ระหว่างทางกลับเมืองหลวง ในหัวของเขากลับมีแต่ภาพสตรีนามเซียวเยว่หลันปรากฎขึ้นมาในห้วงคำนึง
รถม้าค่อย ๆ เคลื่อนเข้าสู่เมืองหลวง เยว่หลันเปิดม่านออกเล็กน้อย สายตามองถนนที่เต็มไปด้วยผู้คน เมืองหลวงแห่งแคว้นต้าเซิ่งเจริญรุ่งเรืองกว่าชนบทหลายเท่า
ร้านค้าเรียงราย ผู้คนสัญจรไม่ขาดสาย แต่สิ่งที่นางสนใจมากกว่านั้นคือจวนกั๋วกง สถานที่ที่เจ้าของร่างเดิมถูกทำลายชีวิต
"ในที่สุดก็กลับมาแล้วสินะ" เยว่หลันยิ้มมุมปาก ไม่นานนัก รถม้าก็มาหยุดหน้าประตูจวนหลังใหญ่ ป้ายทองคำสลักคำว่าจวนกั๋วกงแขวนเด่นอยู่เหนือประตู
บ่าวรับใช้จำนวนมากยืนรออยู่แล้ว ทันทีที่นางก้าวลงจากรถ สายตาหลายคู่ก็หันมามอง บางคนดูถูก บางคนเยาะเย้ย บางคนสงสัย เพราะทุกคนคิดว่าคุณหนูใหญ่ที่ถูกส่งไปชนบทคงผอมแห้ง สกปรก และน่าสมเพช แต่หญิงสาวที่เดินลงมาจากรถกลับงดงามจนหลายคนตกตะลึง ใบหน้าสะสวย แววตาสดใส ท่วงท่าสง่างาม ราวกับคุณหนูสูงศักดิ์ที่เติบโตมาในจวนใหญ่ ไม่ใช่เด็กสาวที่ถูกทอดทิ้งมาหลายปี
การที่ทุกคนมารอรับหน้าจวนเช่นนี้ เป็นคำสั่งของฮูหยินใหญ่ นางแค่ต้องการสร้างภาพว่ารักลูกเลี้ยงเสียหนักหนา หรืออีกอย่างก็คือนางอาจมีแผนการอะไรสักอย่าง เซียวเหยว่หลันคิด
"ขอต้อนรับคุณหนูใหญ่กลับจวน"
เหล่าบ่าวรีบคำนับ เยว่หลันเหลือบมองเพียงครู่เดียว ก่อนเดินผ่านเข้าไป ราวกับเป็นเจ้าของสถานที่ ทำเอาพ่อบ้านที่มารับถึงกับขมวดคิ้ว บุคลิกเช่นนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนเลยสักนิดเดียว
ห้องโถงใหญ่ ฮูหยินใหญ่หลี่ซูอวิ๋น นั่งอยู่บนตำแหน่งประธาน
ข้างกายนางมีเด็กสาววัยสิบเจ็ดปีนั่งอยู่ด้วย นางคือเซียวอวี่เหยา บุตรสาวคนโปรดของฮูหยินใหญ่ และน้องสาวต่างมารดาของเจ้าของร่างเดิม
เมื่อเห็นเยว่หลันเดินเข้ามา แววตาของทั้งสองคนพลันเปลี่ยนไป โดยเฉพาะเซียวอวี่เหยา ความอิจฉาฉายชัดในดวงตา นางไม่คิดเลยว่าพี่สาวที่ถูกส่งไปชนบทจะยังสะสวยเช่นนี้
"คารวะฮูหยินใหญ่"
เยว่หลันกล่าวเรียบ ๆ แต่ไม่ได้คุกเข่า ไม่ได้แสดงความนอบน้อมเกินจำเป็น ทำให้หลี่ซูอวิ๋นหน้าแข็งไปชั่วขณะ
"หลายปีไม่พบกัน เจ้ากลับมีมารยาทเช่นนี้หรือ"
เยว่หลันยิ้มบาง
"ข้าอยู่ชนบท คงไม่อาจเทียบคุณหนูที่ได้รับการอบรมอย่างดีได้" คำพูดดูเหมือนถ่อมตัว แต่ฟังอย่างไรก็เหมือนกำลังประชด
“ข้าส่งแม่นมไปดูแลเจ้าแล้ว จะไม่มีใครอบรมเจ้าได้อย่างไรกัน”
“นางขอกลับบ้านไปแล้ว ทิ้งข้าเอาไว้คนเดียว”
“เป็นไปได้อย่างไรกัน”
“ก็เป็นไปแล้ว” เซียวเยว่หลันตอบออกไป
ก็เอาสิ แม่นมตัวดีหายไปแล้ว พวกนางจะทำข้าได้
“ช่างเถอะๆ” ฮูหยินใหญ่ตัดบท เพราะเรื่องแม่นมที่หายไปสำคัญน้อยกว่าการแต่งงานของอีกฝ่าย
หลี่ซูอวิ๋นพยายามข่มอารมณ์เอาไว้ วันนี้นางยังไม่ต้องการมีปัญหา
"เอาเถิด ข้าให้เจ้ากลับมาเพราะมีเรื่องสำคัญ"
เยว่หลันนั่งลงทันที โดยไม่รอคำอนุญาต จนฮูหยินใหญ่แทบสำลักชา
"ว่ามาสิ"
หลี่ซูอวิ๋นกำมือแน่น เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายช่างไม่มีมารยาทเอาเสียเลย
"เจ้าคงทราบแล้ว เรื่องพระราชโองการสมรส"
เยว่หลันพยักหน้า
"ทราบ"
"ฮ่องเต้องค์ก่อนพระราชทานเอาไว้"
หลี่ซูอวิ๋นกล่าวต่อ
"แม้ฮ่องเต้องค์ก่อนจะเสด็จสวรรคตแล้ว แต่พระราชโองการยังมีผล ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันทรงมีรับสั่งให้ดำเนินการตามพระราชประสงค์เดิม"
เยว่หลันยกถ้วยชาขึ้นจิบ พลางฟังไปด้วย จากความทรงจำของเจ้าของร่าง นางรู้ดีว่าแม่ผู้ให้กำเนิดเป็นคนขอพระราชทานสมรสนี้ไว้ เพราะต้องการให้บุตรสาวมีอนาคตที่มั่นคง
แต่...เยว่หลันเหลือบมองสองแม่ลูกตรงหน้า แววตาเย็นลงเล็กน้อย คนพวกนี้เกลียดเจ้าของร่างถึงกระดูก อยู่ดี ๆ จะยอมให้นางแต่งเข้าจวนโหวดี ๆ งั้นหรือ
ไม่มีทาง แน่นอนว่าต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง เซียวอวี่เหยาก้มหน้าดื่มชา แต่แววตากลับมีประกายดีใจแวบผ่าน
ส่วนหลี่ซูอวิ๋นก็ใจเย็นผิดปกติ ยิ่งทำให้เยว่หลันมั่นใจ
มีแผน แน่นอนว่าพวกนางมีแผน นางคิดในใจ ในโลกเดิม คนแบบนี้นางพบเจอมาเยอะแล้ว เวลาศัตรูยิ้มให้ มักหมายความว่ากำลังเตรียมมีดไว้ข้างหลัง
หลี่ซูอวิ๋นยิ้มอ่อนโยนอย่างเสแสร้ง
"อีกไม่กี่วันทางจวนโหวจะส่งคนมาหารือเรื่องสมรส เจ้าจงเตรียมตัวให้ดี"
เยว่หลันพยักหน้า
"ได้ ข้ารู้แล้ว" คำตอบง่าย ๆ นั้น ทำให้สองแม่ลูกรู้สึกหมั่นไส้ไม่น้อย คิดว่าจะได้แต่งเข้าจวนโหรเช่นนั้นเหรอ ไม่มีทางเสียหรอก
สีหน้าของพวกนางทำให้รู้ว่าคิดไม่ดีแน่ ๆ ราชินีมาเฟียที่เคยต่อสู้กับพวกจิ้งจอกเฒ่าในโลกธุรกิจและโลกใต้ดินมาทั้งชีวิต จะกลัวสตรีสองคนในเรือนหลังหรือ พวกนางก็แค่ใช้เล่ห์กลชั้นต่ำปลายแถวเท่านั้น เจอคนจริงเข้าไปพวกนางจะรู้ซึ้งว่าใครควรแตะ และใครไม่ควรแตะ
เยว่หลันวางถ้วยชาลงช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้า แต่ภายในดวงตา กลับเต็มไปด้วยความระมัดระวัง นับตั้งแต่วินาทีที่ก้าวเข้าจวนแห่งนี้ นางรู้แล้วว่าสงครามครั้งแรกในโลกใบใหม่นี้ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น
