7
"ต้องรีบกำจัด"
“พี่จื่อเฉินอย่าเพิ่งโกรธเคืองไป พี่สาวป่วยหนัก ถูกส่งไปอยู่ชนบทเสียนาน จึงมีกิริยาต่ำทรามเช่นนี้ แต่ข้าก็เห็นใจท่านพี่ หากแต่งนางไปก็คงจะอับอายขายขี้หน้า”
กู้จื่อเฉินได้ฟังก็มีสีหน้ามืดมน เซียวอวี่เหยากัดริมฝีปาก เมื่อกำลังคิดแผนการร้าย
"อีกสามวันจะมีงานชมบุปผาในวัง"
หลี่ซูอวิ๋นพยักหน้า
"ข้าจะจัดการเอง วางยาให้นางเสียหาย เมื่อทุกคนเห็นว่านางเสื่อมเสีย งานแต่งย่อมถูกยกเลิก"
เซียวอวี่เหยายิ้มดีใจ
"จากนั้นข้าจะรับเจ้าเข้าจวนโหวแทน เพื่อให้สองตระกูลยังดองกันต่อ"
ทั้งสามหัวเราะอย่างพอใจ โดยไม่รู้เลยว่า เหนือกำแพงด้านหลัง หญิงสาวผู้หนึ่งกำลังนั่งฟังอยู่
เยว่หลันยิ้มช้า ๆ ดวงตาเป็นประกายอันตราย
"วางยาข้าหรือ น่าสนุกดีนี่" รอยยิ้มของอดีตราชินีมาเฟียค่อย ๆ กว้างขึ้น จนแม้แต่แสงจันทร์ยังดูเย็นเยียบ
ดูเหมือนว่างานชมบุปผาครั้งนี้ จะมีคนโชคร้ายมากกว่าหนึ่งคนเสียแล้ว
สามวันต่อมา ราชวังหลวงจัดงานเลี้ยงชมบุปผาฤดูใบไม้ผลิ บรรดาขุนนางและสตรีสูงศักดิ์ต่างเข้าร่วมอย่างคับคั่ง
ฮูหยินใหญ่หลี่ซูอวิ๋นพาเซียวอวี่เหยาและเซียวเยว่หลันเข้าวังตั้งแต่เช้า บนใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนราวกับเป็นมารดาที่แสนดี แต่เยว่หลันไม่เชื่อแม้แต่คำเดียว
ตั้งแต่กลับเข้าจวน นางสังเกตได้ว่าทั้งสองแม่ลูกกำลังวางแผนบางอย่าง
และวันนี้... ดูเหมือนแผนนั้นจะเริ่มขึ้นแล้ว
ภายในศาลาริมสระบัว เหล่าคุณหนูตระกูลต่าง ๆ กำลังสนทนากันอย่างสนุกสนาน สาวใช้คนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมถาดชา
"คุณหนูใหญ่ เชิญดื่มชาเจ้าค่ะ"
เยว่หลันรับมาอย่างไม่ใส่ใจ ระหว่างนั้นสาวใช้กลับสะดุดล้ม ชาร้อนหกใส่แขนเสื้อนางทันที
"ว้าย!" สาวใช้รีบคุกเข่าลง
"บ่าวสมควรตายเจ้าค่ะ บ่าวจะพาคุณหนูไปเปลี่ยนชุดเดี๋ยวนี้"
เยว่หลันมองอีกฝ่ายนิ่ง ๆ ภายในใจยิ้มเยือกเย็น สุดท้ายก็พยักหน้าให้อย่างง่ายดาย
"นำทางสิ"
ตำหนักรับรองด้านหลังสวนหลวงเงียบสงบกว่าด้านหน้า สาวใช้พาเยว่หลันเข้าไปในห้องพักห้องหนึ่ง
ทันทีที่ประตูปิดลง ความรู้สึกแปลกประหลาดก็แล่นผ่านร่างกาย
เยว่หลันขมวดคิ้ว ศีรษะเริ่มหนักอึ้ง ลมหายใจร้อนขึ้นผิดปกติ
"ไม่ดี" นางเคยเห็นสถานการณ์เช่นนี้มานับครั้งไม่ถ้วนในโลกเดิม
มีคนวางยา ดวงตาเยว่หลันเย็นลงทันที คราแรกคิดว่าจะวางยาในชา นางจึงระวังแอบเททิ้งตอนยกกิน แต่ไม่คิดว่าจะโดนวางยาในห้องเช่นนี้
"กล้าดีนี่"
ยังไม่ทันคิดต่อ ประตูก็เปิดออก ชายแปลกหน้าผู้หนึ่งเดินเข้ามา สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโลภ เยว่หลันเข้าใจทุกอย่างในทันที
หากนางเสียหายในวันนี้ พระราชโองการสมรสย่อมถูกยกเลิก และผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดก็คือเซียวอวี่เหยา
"พวกเจ้าช่างใจร้อนจริง ๆ"
เยว่หลันยิ้มเย็น ชายผู้นั้นชะงัก ก่อนยิ้มอย่างน่าเกลียด กวาดสายตาลามเลียไปทั่วเรือนร่างของเหยื่อตรงหน้า ก่อนจะเดินเข้าใกล้ แต่ยังไม่ทันถึงตัว
โครม!
แจกันขนาดใหญ่บนโต๊ะถูกฟาดลงข้างตัวเขาอย่างแรง ชายผู้นั้นร้องลั่นด้วยควมเจ็บ นอนกุมขมับก่อนจะสลบไป
เยว่หลันฉวยจังหวะนั้นผลักเขาออกไป ก่อนเปิดประตูวิ่งออกจากห้อง
ลมเย็นปะทะใบหน้า แต่ฤทธิ์ยายังคงรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว
"ต้องหาที่ปลอดภัยก่อน นางไม่น่าประมาทเลยจริง ๆ" นางกัดฟันฝืนสติ เดินโซซัดโซเซไปตามทางเดินของตำหนัก โดยไม่รู้ว่าตนกำลังมุ่งหน้าไปยังเขตต้องห้ามของวังหลวง เขตที่ไม่มีผู้ใดกล้าเข้าใกล้ เพราะเป็นตำหนักส่วนพระองค์ของผู้สำเร็จราชการ
ไม่นานนัก เยว่หลันก็ผลักประตูห้องหนึ่งเข้าไป
ปัง!
ภายในเงียบสนิท มีเพียงกลิ่นกำยานอ่อน ๆ ลอยอยู่ในอากาศ นางพยายามกวาดสายตามอง ก่อนจะเห็นบุรุษผู้หนึ่งยืนอยู่ไม่ไกล และทันทีที่เห็นใบหน้านั้น เยว่หลันถึงกับเบิกตากว้าง
"ท่าน?"
บุรุษตรงหน้าก็ชะงักไม่ต่างกัน เห็นได้ชัดว่าไม่คาดคิดว่าจะพบสตรีที่เคยช่วยชีวิตตนในสถานที่แห่งนี้
เยว่หลันพยายามยืนให้มั่นคง แต่ร่างกายกลับเริ่มไร้เรี่ยวแรง ก่อนที่โลกทั้งใบจะหมุนคว้าง นางโซเซไปข้างหน้า
ไอร้อนจากอ่างอาบน้ำที่ทำจากหินหยกขาวบริสุทธิ์ อบอวลไปทั่วห้อง ราวกับหมอกยามเช้าบนยอดเขาสูง
เซียวเยว่หลันรู้สึกว่าร่างกายของนางร้อนผ่าวราวกับถูกไฟลวก ฤทธิ์ยาปลุกกำหนัดที่ถูกวางไว้แผ่ซ่านไปทุกเส้นเลือด หัวใจเต้นแรงจนแทบระเบิด
ภาพตรงหน้าพร่ามัว แต่ใบหน้าของบุรุษที่นั่งแช่ตัวอยู่ในอ่างน้ำกลับชัดเจนราวกับภาพวาดท่านอ๋องผู้สำเร็จราชการ มู่หรงเซวียนกำลังอาบน้ำอย่างสงบ แผ่นหลังกว้างแน่นเป็นเส้นสายกล้ามเนื้อที่ชัดเจนภายใต้แสงเทียนสลัว ผิวสีน้ำผึ้งอ่อนถูกน้ำอุ่นชโลมจนเปียกชุ่ม ผมยาวสีดำสนิทถูกมัดหลวม ๆ ไว้ด้านหลัง ใบหน้าหล่อเหลาคมคายที่เคยเห็นในป่านั้นยิ่งดูสง่างามและเย็นชาในยามนี้
“เจ้าเป็นอันใด” เขาเอ่ยถามนาง
“ท่าน...” เสียงนางแหบพร่า
ดวงตาคมกริบฉายแววตกใจเล็กน้อยก่อนจะกลายเป็นความเย็นชา
“เจ้าโดนวางยาเช่นนั้นหรือ” แต่ก่อนที่เขาจะลุกขึ้นได้ เยว่หลันก็ก้าวโซเซเข้าไปใกล้ ร่างกายที่นุ่มนวลของนางล้มลงไปในอ่างน้ำพร้อมกับเขาโดยตรง น้ำกระจายไปทั่วพื้น
“อย่า... อย่าขยับ” นางกระซิบเสียงสั่น แต่แฝงด้วยความเด็ดเดี่ยวของราชินีมาเฟีย
“ข้า... ข้าถูกยาพิษต้องห้าม ต้องถอนพิษด้วย... ด้วยวิธีนี้” มือขาวเรียวของนางเคลื่อนไหวรวดเร็วราวสายฟ้า จากแขนเสื้อที่นุ่มบาง นางดึงเข็มเงินยาวแหลมออกมาเล่มหนึ่ง
เข็มสะกดจุดที่ซูหว่านหนิงเคยสอนไว้แต่เยาว์วัย เข็มเล่มนั้นพุ่งตรงเข้าไปที่จุดสำคัญ แบบไม่ให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว
“อ๊ะ!” มู่หรงเซวียนสะดุ้งก่อนจะครางเสียงต่ำ ร่างกายกำยำของเขาชะงักงันทันที แม้จะยังคงมีสติครบถ้วน แต่เส้นเอ็นและจุดชีพจรถูกสะกดไว้จนไม่อาจขยับตัวได้แม้แต่น้อย
“เจ้า เจ้าจะทำอันใด”
“ข้าต้องรอด ถ้าไม่ถอนพิษนี้ข้าจะตาย” นางตอบเสียงแผ่ว แต่ดวงตาคู่สวยฉายประกายร้อนแรงของทั้งพิษและความปรารถนาที่ถูกกระตุ้น
“ท่านติดหนี้ชีวิตข้า... วันนี้... ข้าจะมาเก็บหนี้”
น้ำในอ่างสาดกระจายเมื่อนางคลานขึ้นคร่อมร่างกายอันแข็งแกร่งของเขา เสื้อผ้าบางที่เปียกชุ่มติดกับผิวเนียนถูกนางดึงออกอย่างไม่ลังเล เปิดเผยเรือนร่างขาวผ่องที่แม้จะยังบอบบางจากชีวิตเก่า แต่เต็มไปด้วยเสน่ห์ดึงดูดอันน่าหลงใหล
