บท
ตั้งค่า

4

"รับไว้"

เยว่หลันรับมาอย่างรวดเร็ว พลิกดูซ้ายขวา ก่อนจะยิ้มกว้าง

"ให้ข้าหรือ"

"อืม"

"หากวันหน้าเจ้าประสบปัญหา นำป้ายนี้มาหาข้า ข้าจะช่วยเจ้าได้หนึ่งเรื่อง"

เยว่หลันเลิกคิ้ว

หนึ่งเรื่อง?

ดูเหมือนคนผู้นี้จะมีฐานะไม่ธรรมดา แต่ขี้เหนียวบุญคุณชะมัด ได้แค่เรื่องเดียวเองเหรอ

แต่ถึงอย่างนั้น... นางก็ยังไม่คิดถามเพราะไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นใคร สำหรับนางในตอนนี้ก็เป็นเพียงบุรุษที่ติดหนี้ชีวิตอยู่ดี คนเก่ง ๆ และฉลาดอย่างนาง น่าจะไม่ต้องพึ่งคนที่โดนลอบทำร้ายปางตายเช่นเขากระมัง

หญิงสาวยิ้มเจ้าเล่ห์ ก่อนเก็บป้ายหยกเข้าชายแขนเสื้อ

"ท่านพูดเองนะ" แต่กระนั้นก็ให้เขายืนยันอย่างหนักแน่น ถือเป็นคำพูดลูกผู้ชาย

มู่หรงเซวียนพยักหน้า

"ข้าพูดแล้วไม่คืนคำ แต่ได้แค่เรื่องเดียวเท่านั้น"

“รู้แล้วน่า เน้นย้ำเสียจริง เรื่องเดียวที่ต้องขอร้องให้ท่านช่วย ก็คงต้องเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสินะ ไม่งั้นก็คงไม่ทรงคุณค่าพอ” นางประชด

เยว่หลันก้าวเข้ามาใกล้ จนระยะห่างเหลือเพียงคืบเดียว ดวงตากลมโตจ้องใบหน้าหล่อเหลาของเขา

"ท่านห้ามคืนคำล่ะ"

มู่หรงเซวียนมองนาง ไม่รู้เพราะเหตุใด เขากลับรู้สึกว่ารอยยิ้มของสตรีตรงหน้าไม่น่าไว้วางใจเลยแม้แต่น้อย

"ข้าไม่เคยผิดสัญญา"

เยว่หลันหัวเราะออกมา

"ดีมาก ข้าชอบคนรักษาคำพูด"

จากนั้นนางก็เอามือไพล่หลัง เดินวนรอบตัวเขาอีกครั้ง ก่อนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ราวกับเพิ่งได้กำไรจากการค้าครั้งใหญ่

“แต่ถ้าข้าต้องการความช่วยเหลือ จะติดต่อท่านได้อย่างไร”

“ข้าคือผู้สำเร็จราชการ เจ้าไปหาข้าที่จวนได้เลย”

“โอ้โห... จริงหรือนี่ ข้าได้ช่วยผู้สำเร็จราชการเอาไว้หรือนี่” นางถึงกับตาโต

"ข้ารู้สึกว่าการช่วยท่านครั้งนี้คุ้มทุนมาก"

เยว่หลันลูบป้ายหยกในแขนเสื้ออย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ค่อย ๆ ปรากฏบนใบหน้าสวย

จนแม้แต่มู่หรงเซวียนยังรู้สึกได้ว่าตนเองกำลังถูกสตรีคนหนึ่งคำนวณผลประโยชน์อยู่เงียบ ๆ

เช้าวันถัดมา เยว่หลันกำลังนั่งย่างกระต่ายป่าอยู่หน้ากระท่อม กลิ่นหอมลอยฟุ้งไปทั่ว ส่วนบุรุษชุดดำที่พักฟื้นจนเกือบหายดีแล้วกำลังนั่งอ่านตำราซึ่งไม่รู้ไปหามาจากที่ใด บรรยากาศสงบอย่างหาได้ยาก

จนกระทั่ง เสียงล้อรถม้าดังขึ้นจากทางไกล

กึก กึก กึก

เยว่หลันหันไปมอง ก่อนจะเห็นขบวนรถม้าหรูหราคันหนึ่งกำลังแล่นเข้ามา ด้านหลังมีบ่าวรับใช้และองครักษ์ติดตามมาหลายคน หญิงสาวเลิกคิ้วมองทันที

"ในที่สุดก็มาสักที"

มู่หรงเซวียนเงยหน้าขึ้น

"เจ้ารู้หรือว่าพวกเขาจะมา"

เยว่หลันกัดเนื้อกระต่ายคำหนึ่ง

"ไม่รู้ แต่เดาได้ คนในจวนคงเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังมีคุณหนูใหญ่คนหนึ่งถูกส่งมาทิ้งไว้ในชนบท" ไม่นานขบวนรถก็มาหยุดหน้ากระท่อม ชายวัยกลางคนในชุดพ่อบ้านรีบลงจากรถม้า สีหน้าเต็มไปด้วยความดูแคลนที่พยายามปกปิด เขาค้อมตัวเล็กน้อยอย่างเสียไม่ได้

"คุณหนูใหญ่"

เยว่หลันไม่ตอบ ยังคงนั่งกินต่ออย่างสบายใจ

พ่อบ้านชะงัก สีหน้าเริ่มไม่ดี แต่ยังฝืนยิ้ม

"ฮูหยินใหญ่ให้ข้ามารับท่านกลับจวน"

"กลับจวน?" เยว่หลันยิ้มมุมปาก "อยู่ดี ๆ จะให้ข้ากลับ ไหนบอกว่าจะให้ข้าตายที่นี่ไง" นางหยอดประโยคดุเดือดออกไป ทำให้พ่อบ้านต้องรีบตอบ

"มีพระราชโองการสมรส"

ทันทีที่ได้ยิน ดวงตาเยว่หลันเป็นประกาย ส่วนอ๋องผู้สำเร็จราชการที่อยู่ข้างในก็ได้ยินเช่นกัน แต่พ่อบ้านไม่รู้ว่ามีคนอยู่ข้างใน

"หืม?" จากความทรงจำของเจ้าของร่าง นางจำเรื่องนี้ได้ทันที ก่อนเสียชีวิต มารดาของนางเคยใช้ทรัพย์สินจำนวนมหาศาลถวายเข้าพระคลัง จนได้รับความโปรดปรานจากฮ่องเต้องค์ก่อน และขอพระราชทานสิ่งหนึ่งไว้

นั่นคือ การสมรสให้นางกับบุตรชายแห่งจวนโหว เพราะมารดาไม่อยากให้ลูกสาวต้องลำบาก จึงอยากหาสามีตระกูลดีเอาไว้ให้

ขณะนั้นเป็นเพียงคำมั่นหมายในอนาคต แต่ฮ่องเต้องค์ก่อนกลับทรงมีพระราชโองการเก็บไว้จริง

บัดนี้ เมื่อคู่หมั้นถึงวัยสมรส ทางจวนจึงจำเป็นต้องรับนางกลับ มิฉะนั้นจะเป็นการขัดพระราชโองการ

เยว่หลันหัวเราะเบา ๆ

"ที่แท้ก็เพราะเรื่องนี้"

พ่อบ้านยิ้มแห้ง ๆ

"ขอคุณหนูเตรียมตัวเดินทาง"

“ได้สิ”

“แล้วแม่นมล่ะขอรับ”

“นางขอกลับบ้านเกิดของนางไปแล้ว”

“กลับบ้านเกิด เหตุใดไม่แจ้งทางจวน” พ่อบ้านทำหน้าตกใจ

“ไม่รู้สิ” เซียวเยว่หลันทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ พ่อบ้านก็ไม่รู้จะพูดอะไรได้อีก

เยว่หลันลุกขึ้นยืน ก่อนปัดฝุ่นบนเสื้อผ้า ที่นี่นางไม่ได้มีทรัพย์สมบัติอะไรติดตัวเลย มีเพียงเสื้อผ้าเก่าๆ นางเป็นคุณหนูใหญ่ของตระกูล กลับไปต้องมีเสื้อผ้าดีๆ ใส่สิ ถ้าไม่มีให้นางจะอาละวาดให้จวนพัง ดังนั้นของเก่าๆ ที่นี่นางจะไม่เอากลับไปเด็ดขาด

“รอประเดี๋ยว” เซียวเยว่หลันเอ่ยขึ้น แม้จะเป็นประโยคธรรมดา แต่พ่อบ้านรู้สึกว่าทรงอำนาจยิ่งนัก เหตุใดคุณหนูที่โดนกลั่นแกล้ง ไม่มีผู้ใดเหลียวแลถึงได้ดูน่ากลัวเช่นนี้

เซียวเยว่หลันเดินเข้ามาในที่พัก โดยให้พ่อบ้านรออยู่ด้านนอก ก่อนที่จะคุยกับคนที่นั่งอยู่ด้านใน นางไม่อยากให้พ่อบ้านหรือคนอื่นเห็นเขา เพราะจะเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โต อีกทั้งในยุคนี้ หญิงที่ยังไม่แต่งงานอยู่กับชายสองต่อสองจะทำให้เสียหายยิ่งนัก

"ดูเหมือนข้าต้องกลับแล้ว"

มู่หรงเซวียนเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ย

"บ้าน?"

เยว่หลันหัวเราะ

"บ้านที่อยากให้ข้าตาย แต่ตอนนี้คงได้เวลาที่ข้าต้องกลับไปเยี่ยมพวกเขาสักหน่อย" รอยยิ้มของนางงดงามมาก แต่มองอย่างไรก็เหมือนรอยยิ้มของจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ มากกว่าสตรีผู้บอบบาง

“ส่วนท่านหายดีแล้วก็ควรกลับได้แล้ว”

“เจ้าไล่ข้าหรือ”

“เปล่า แต่คิดว่าคนของท่านคงรู้แล้วกระมังว่าท่านอยู่ที่นี่ ข้าคงต้องไปแล้ว ไม่อยากให้คนในจวนเห็นท่าน แล้วจะเป็นเรื่องเป็นราวใหญ่โตอีก ข้าต้องกลับไปสะสางบัญชีแค้นให้เรียบร้อย” นางทิ้งท้ายเอาไว้เช่นนั้น

มู่หรงเซวียนนึกถึงชะตากรรมของคนในจวนนั้นขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะยังไม่เคยพบก็ตาม แต่เขาสัมผัสได้ว่านางไม่ใช่หญิงสาวธรรมดาที่จะให้ใครมารังแกได้ง่าย ๆ

เยว่หลันหันหลังเดินขึ้นรถม้า ก่อนรถม้าค่อย ๆ เคลื่อนตัวจากไป จนร่างของหญิงสาวหายลับจากสายตา บริเวณกระท่อมกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง

ผ่านไปไม่นาน เสียงฝีเท้าจำนวนมากก็ดังขึ้นจากป่าด้านหลัง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel