บทที่ 1.6
“รีบไปกันเถิดเจ้าค่ะคุณหนู”
“พวกนางเป็นใคร”
“คนนั้น...คุณหนูตระกูลฟาง นั่นคุณหนูตระกูลเสิ่นเจ้าค่ะ พี่สาวของพวกนาง...ล้วนได้รับการแต่งตั้งเป็นเหลียงตี้ ”
อ้อ...เพราะพี่สาวของนางได้เป็นชายารัชทายาท ดังนั้นสองตระกูลย่อมไม่ชอบหน้าคนตระกูลเซี่ยอยู่แล้ว
มารดาของนางส่งเสียงเร่งอีกแล้ว คงเพราะเกรงว่านางจะถูกสตรีชนชั้นสูงตระกูลอื่นๆ มองเห็นและเข้ามากล่าวกระทบกระเทียบ เช่นนี้นางจึงรีบกลับขึ้นรถม้า เรื่องภายในจวนตระกูลเซี่ย กลายเป็นเรื่องขบขันของผู้คนในเมืองหลวง แน่นอนย่อมมีนางเป็นต้นเหตุ
ชะตาจื่อเว่ย...ผู้ใดก็มั่นใจว่านางจะได้เป็นชายารัชทายาท ใครจะคิดว่าอยู่ๆ ก็มีอันต้องมาเปลี่ยนตัว แถมยังเป็นการเปลี่ยนตัวที่เต็มไปด้วยข่าวลืออีก
ที่สำคัญคนตระกูลเซี่ยกับคนตระกูลลั่วก็ยังไม่เคยออกมายอมรับหรือปฏิเสธ นั่นยิ่งทำให้ผู้คนสงสัยยิ่งกว่าเดิมอีกว่าตกลงเกิดเรื่องอะไรกันแน่
สามวันถัดมาหญิงสาวยังคงมารับน้องชายต่างมารดาหลังสอบเสร็จ เห็นบัณฑิตหลายคนออกมาแต่ไม่ยอมไปไหน กลับล้มตัวลงนอนบนห่อผ้าห่างจากหน้าประตูสนามสอบ นางหันไปถามมารดา
“ท่านแม่ มิใช่พวกเขาสอบแล้วเหนื่อยจนล้มป่วย?”
มารดาของนางถอนหายใจส่ายหน้า “ไม่หรอก บางครั้งพวกเขาก็...เงินหมด หากยังไม่รีบจับจองสถานที่โดยรอบ ก็จะไม่ได้ที่ดีๆ ให้นอนรอประกาศผล”
นางเลิกคิ้วอ้าปากค้าง ไม่นานก็เป็นเช่นที่มารดาของนางกล่าว บัณฑิตหลายคนเริ่มจับจ้องริมถนนที่มีต้นไม้ให้ร่มเงา ล้มตัวลง ไม่ก็หาผ้าปูรองแล้วนั่งลงด้วยท่าทีเหน็ดเหนื่อย
บางคนถึงขั้นหลับไปทันทีที่ทิ้งตัวลง เห็นชัดว่าการสอบครั้งนี้พวกเขาใช้แรงกายแรงใจไปจนหมดสิ้นแล้ว
เซี่ยซีเหวินกลับออกมาแล้ว สีหน้าของเขาค่อนข้างกังวล “ท่านแม่ พี่รอง”
“ทำข้อสอบได้หรือไม่”
“ข้า...ไม่มั่นใจเลยขอรับ”
“ไม่เป็นไรๆ กลับจวนไปพักผ่อนรอฟังผลสอบ เจ้าเหนื่อยมาสามวันสามคืน แม่ให้คนเตรียมของว่าง เตรียมน้ำร้อนเอาไว้ กลับไปอาบน้ำแล้วนอนให้เต็มที่ วันประกาศผลแม่จะมาเป็นเพื่อนเจ้า”
“ขอรับ”
หญิงสาวมัวแต่มองไปยังบัณฑิตที่นอนอยู่ริมถนน ที่ดีหน่อยพวกเขาก็เดินไปยังโรงเตี้ยม แต่ก็ต้องจ่ายเงินเป็นสองเท่าเพียงเพื่อให้ได้ห้องที่ดีที่สุด หรือไม่ก็ได้ห้องที่อยู่ใกล้กับประตูสนามสอบ นางมองน้องชายของนางที่เดินไปขึ้นรถม้า ในใจรู้สึกว่าความเหลื่อมล้ำนี้ช่างไม่ยุติธรรม
เคยได้ยินมาว่าบางครั้งจ้วงหยวน เองก็เป็นคนที่ไม่ได้ร่ำรวยมั่งคั่งอะไร เป็นชาวบ้านที่มีความรู้และเข้าสอบ ทว่าพอได้เป็นขุนนาง มีลาภยศ มีเงินทอง มีอำนาจ หลายคนก็ถูกสิ่งเหล่านั้น...กลืนกิน ลืมเลือนความเหลื่อมล้ำ ความความยากจนของชนชั้นต่ำ
การสอบนี้เป็นความหวังที่จะได้ลืมตาอ้าปากของบางคน เป็นความหวังที่จะมีหน้าตา ลาภยศ ความหวังของคนที่สนับสนุน และความหวังของคนที่รอคอย...
“บางที...หนึ่งในพวกเขา” นางมองไปยังคนที่นอนหมดแรงอยู่บนพื้นโดยไม่ห่วงว่าบนพื้นจะสกปรกและมีฝุ่น “ในวันข้างหน้าอาจกลายเป็นขุนนางที่ซื่อสัตย์ เห็นแก่ผลประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง”
พึมพำจบก็ได้แต่รู้สึกหนักอึ้งในใจ อยู่ๆ ก็นึกถึงตอนที่ตัวเองมีชีวิตอยู่ในโลกยุคปัจจุบัน ต้องดิ้นรนหางานทำเพียงลำพังในเมืองใหญ่ ตอนนั้นทั้งสิ้นหวังและรู้สึกเดียวดาย หวังว่าจะมีใครสักคนยื่นมือมา ใครก็ได้คนที่จิตใจดีสามารถช่วยให้ผ่านพ้นเรื่องร้ายๆ...
กลางดึกคืนนั้นหญิงสาวนอนไม่หลับ ภาพของตัวเองที่เดินหางานและโดนปฏิเสธ สายฝนที่เทลงมาจนเปียกปอนรถยนต์ยังมาขับปาดหน้าทำให้น้ำสาดเลอะเปรอะเปื้อนชุดสัมภาษณ์...
เพราะตื่นจากฝันร้ายจึงไม่กล้านอนต่อได้แต่ออกมาเดินเล่นในสวน ตอนมองออกไปที่ประตูเรือนก็มองเห็นเงาคนเดินผ่าน
เซี่ยซีเหวินเองก็ดูเหมือนจะนอนไม่หลับ หญิงสาวเห็นผู้เป็นน้องชายเดินไปยังศาลากลางสระจำลองในสวนหลัก นางได้แต่เดินตามออกไป “นอนไม่หลับหรือ”
เซี่ยซีเหวินลุกขึ้นประสานมือให้นาง “พี่รอง ท่านเองก็นอนไม่หลับหรือขอรับ”
“อืม ภาพมันติดตาน่ะ คนพวกนั้นกับความเหลื่อมล้ำ” น้องชายของนางชะงักราวกับนึกไม่ถึง นางยิ้ม “เจ้านอนไม่หลับเพราะกังวลเรื่องผลสอบหรือ”
“ขอรับ” เขายอมรับ