ตอนที่2 เขาเป็นใครกันนะ
วันนี้เสิ่นม่านม่านเจริญอาหารมากเลยทีเดียว เธอกินอาหารที่ชอบเข้าไปหลายอย่าง เพราะนึกถึงเมื่อชาติก่อนตอนที่ตัวเองใกล้ตายได้กินเพียงแค่หมั่นโถวข้าวโพดกับผักดองเท่านั้น ชีวิตที่ยากลำบากเช่นนั้นเธอจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นอีกเด็ดขาด
บนโต๊ะอาหารมีเธอคนเดียวเพราะว่าพ่อและพี่ชายไม่อยู่ที่บ้าน
นายท่านเสิ่นออกไปทำธุระที่ต่างเมือง และยังไม่ได้มีกำหนดวันที่จะกลับ
ส่วน ‘เสิ่นจื่อเหิง’ พี่ชายของเธอ ไปทำงานที่หน่วยงานราชการตั้งแต่เช้าตรู่
เมื่อทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย แม่นมหลี่ก็ยกน้ำชาช่วยย่อยอาหาร และหนังสือพิมพ์รายวันเข้ามาให้เสิ่นม่านม่านอ่าน
หญิงสาวจิบชาพลางพลิกดูหนังสือพิมพ์ สำรวจข่าวสารความเป็นไปของบ้านเมือง
ระหว่างนั้นห้องนั่งเล่นขนาดใหญ่ยังคงเงียบสงบ ภายใต้คำสั่งของแม่นมหลี่ คนรับใช้ทำงานกันอย่างเบามือ พยายามไม่ส่งเสียงใดๆ เพื่อไม่ให้รบกวนคุณหนูเจ้าของบ้านที่กำลังนั่งอ่านหนังสือพิมพ์
กริ๊ง~~~~
ในขณะนั้นเอง เสียงกริ่งโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอย่างกะทันหัน ทำลายความเงียบสงบลง
เสิ่นม่านม่านเงยหน้าขึ้น มองเห็นโทรศัพท์ตั้งโต๊ะรุ่นโบราณที่อยู่ตรงห้องมุมห้องนั่งเล่น ในเวลานี้หูโทรศัพท์กำลังสั่นไม่หยุดตามเสียงเรียกเข้า
แม่นมหลี่รีบเดินไปรับโทรศัพท์ แต่สีหน้ากลับแสดงความไม่พอใจออกมาเล็กน้อย หลังจากนั้นแม่นมหลี่ก็เอามือปิดหูโทรศัพท์แล้วแจ้งให้เสิ่นม่านม่านทราบ
"คุณหนูคะ…ช่วงบ่ายคุณชายฉีอยากเชิญคุณหนูไปเดินเล่นที่สวนสาธารณะ เขาบอกว่าที่นั่นดอกไม้กำลังเบ่งบานเต็มสวนเลยค่ะ…คุณหนูอยากจะไปดูหรือไม่คะ"
แม้ว่าแม่นมหลี่จะไม่ค่อยชอบใจคนที่โทรมามากนัก แต่ก็ยังคงทำหน้าที่แจ้งความประสงค์ของอีกฝ่ายให้คุณหนูทราบอย่างครบถ้วน
ส่วนจะตอบรับหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับคุณหนู
และผลปรากฏว่า เสิ่นม่านม่านปฏิเสธโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย "ไม่ไปหรอกค่ะ"
แม่นมหลี่ได้ยินเช่นนั้นก็รีบตอบกลับไป และไม่ว่าอีกฝ่ายจะถามเหตุผลอย่างไร หญิงวัยกลางคนก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับไปรีบวางสายทันที
เสิ่นม่านม่านอมยิ้มเล็กน้อยกับท่าทางของแม่นมหลี่ เธอรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นห่วง และไม่อยากให้เธอคบหากับฉีม่อ
"ถ้าเขาโทรมาอีก…ก็ปฏิเสธไปเลยนะคะ"
แม่นมหลี่พยักหน้ารับคำสั่งอย่างยินดี
หลังจากนั้นเสิ่นม่านม่านก็ออกไปเดินเล่นที่สวนหลังบ้านและกลับมาอ่านหนังสือที่ห้องตามเดิม
ความจริงการใช้ชีวิตเช่นนี้ ก็ดูน่าเบื่อไปหน่อย การอยู่แต่บ้านไม่อาจทำให้เธอได้พบเจอผู้ชายคนอื่น ดังนั้นเธอควรออกไปข้างนอกเพื่อเปิดหูเปิดตาเสียบ้าง
“แม่นมหลี่คะ ฉันอยากออกไปซื้อของข้างนอกช่วยเรียกรถรับจ้างมาให้ทีนะคะ” เสิ่นม่านม่านกล่าว เนื่องจากทางบ้านมีรถเพียงคันเดียวทั้งพ่อและพี่ชายเธอใช้ขับไปทำงานแล้ว
แม่นมหลี่ทำงานอย่างว่องไว จากนั้นก็เรียกเสี่ยวเฉ่าสาวใช้อีกคนให้ไปเป็นเพื่อนเธอ
หลังจากนั้นครึ่งชั่วโมงต่อมาเสิ่นม่านม่านก็มาเดินเล่นอยู่บนถนนการค้า
“คุณหนูคะ อยากซื้อของที่ห้างไหนหรือคะ” เสี่ยวเฉ่าเอ่ยถามอย่างไม่เข้าใจ
วันนี้คุณหนูพาเธอออกมาด้วย เธอจึงนึกว่าจะออกมาซื้อของอะไรเสียอีก แต่ผลปรากฏว่าคุณหนูกลับลากเธอเดินเตร่ไปตามถนนโดยไม่ซื้อของเลยแม้แต่ชิ้นเดียว
เสิ่นม่านม่านยิ้มพลางตอบว่า “วันนี้ยังไม่ซื้ออะไรหรอก ฉันออกมาเดินเล่นก่อน”
เสี่ยวเฉ่าเลิกคิ้วมองเจ้านายด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่กล้าถามอะไรอีก คุณหนูจะสั่งอะไรเธอก็มีหน้าที่ทำตามเท่านั้น
เสิ่นม่านม่านเดินเล่นจนพอใจแล้วก็เอ่ยชักชวนเสี่ยวเฉ่า “ไปเถอะ เดินจนเมื่อยแล้ว เดี๋ยวฉันจะพาไปกินอาหารมื้อใหญ่”
พอเสี่ยวเฉ่าได้ยินแบบนั้นก็ดีใจขึ้นมาทันที “ขอบคุณค่ะคุณหนู!”
ทั้งสองมุ่งหน้าไปยังร้านภัตตาคารอันโด่งดังของเมืองต้านโจว
แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีเสียงอุทานดังมาจากด้านหลังว่า “มีขโมย!”
เสิ่นม่านม่านหันกลับไปมองพอดีกับที่เห็นชายร่างผอมเกร็งคนหนึ่ง สวมแจ็กเก็ตหนังสีดำและหมวกแก๊ป ในมือมีกระเป๋าแบบผู้หญิงและตอนนี้ก็กำลังวิ่งตรงมาทางเธอ
เขาดูท่าทางลนลานเล็กน้อย ส่วนคุณนายเจ้าของกระเป๋าที่ถูกชิงไปก็มีคนรับใช้รีบวิ่งไล่ตามมาติดๆ
เสิ่นม่านม่านพาเสี่ยวเฉ่าถอยหลบไปข้างทาง และในจังหวะที่ชายร่างผอมวิ่งผ่าน หญิงสาวก็ยื่นขาออกมาขัดเบาๆ
ปึก!
ชายร่างผอมล้มลงหน้าคะมำกับพื้นอย่างจัง
การล้มครั้งนี้ดูท่าจะเจ็บไม่น้อย ชายคนนั้นรีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นว่าคนที่ไล่ตามมาใกล้จะถึงตัวแล้วและคงหนีไม่พ้น เขาก็เปลี่ยนสีหน้าเป็นดุร้าย เลิกหนี และไม่คิดจะหยิบกระเป๋าที่ตกอยู่บนพื้นด้วยซ้ำ แต่กลับพุ่งตรงเข้ามาหาเสิ่นม่านม่านแทน
“นังตัวแสบ กล้ามาขัดขวางฉันเชียวรึ!” ดูท่าเขาตั้งใจจะสั่งสอนเสิ่นม่านม่านให้เข็ดหลาบก่อนจะโดนจับ
เสิ่นม่านม่านมองเขาด้วยสายตาเรียบเฉย เธอไม่ได้รู้สึกกลัวเลยแม้แต่น้อย ทักษะการต่อสู้ระยะประชิดที่ร่ำเรียนมาตั้งแต่เด็กกับพี่ชาย สำหรับชายร่างผอมคนนี้เธอสามารถสู้ได้อย่างสบาย
ส่วนเสี่ยวเฉ่านั้นหน้าตาตื่นตระหนก แต่ก็ไปยืนข้างหน้าเอาตัวเข้ากำบังให้คุณหนูของเธอ
แต่ในจังหวะที่ชายร่างผอมกำลังจะเข้ามาใกล้ ก็เกิดเสียงปืนดังขึ้น
ปัง!
เลือดสาดกระเซ็นขึ้นทันที
มือของชายร่างผอมตกลงข้างลำตัวอย่างไร้เรี่ยวแรง คราวนี้เขาไม่มีกะจิตกะใจจะเล่นงานเสิ่นม่านม่านอีกต่อไป เขาทำได้เพียงกุมมือแขนขวาที่ถูกยิงและร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด
เสิ่นม่านม่านหันไปมองยังทิศทางของปืนก็พบชายหนุ่มท่าทางเย็นชาเคร่งขรึมคนหนึ่งกำลังเก็บปืนในมือลง พร้อมกับสั่งการคนข้างหลังด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย “ส่งตัวไปที่คุก เมื่อไหร่ที่มันสำนึกได้ค่อยปล่อยตัวออกมา”
ผู้ใต้บังคับบัญชารับคำสั่งอย่างรวดเร็ว ทหารในเครื่องแบบสองนายเดินเข้ามาคุมตัวชายร่างผอมออกไป
เมื่อจัดการเรื่องเสร็จ ชายหนุ่มคนนั้นก็หันหลังเดินจากไปทันที
นับตั้งแต่ตอนที่ยิงปืนจนถึงตอนนี้ เขาไม่ได้ปรายตามองมาทางเสิ่นม่านม่านเลยแม้แต่นิดเดียว
เสิ่นม่านม่านมองตามแผ่นหลังของเขาไปพลางใช้ความคิด
ผู้ชายคนนี้…เขาเป็นใครกันนะ
“คุณหนูเป็นอะไรไหมคะ? เมื่อกี้ทำฉันตกใจแทบตายเลย!” เสี่ยวเฉ่าเพิ่งจะได้สติ เธอร้องโวยวายด้วยความตกใจ
สาวใช้ที่คอยปรนนิบัติรับใช้เจ้านายมาตั้งแต่เด็กอย่างเสี่ยวเฉ่า ไม่เคยเห็นเลือดเลยมาทั้งชีวิต เธอจึงตกใจกลัวจนหน้าถอดสี
"ฉันไม่เป็นไรหรอก ไม่ต้องกังวลไป" เสิ่นม่านม่านเอ่ยปลอบ "พวกเรารีบไปจากที่นี่กันเถอะ"
พูดจบเสิ่นม่านม่านก็จูงมือสาวใช้ตรงเข้าไปยังภัตตาคารและสั่งอาหารชุดใหญ่มาปลอบใจสาวใช้ที่ตื่นตระหนก
“เสี่ยวเฉ่า เรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ให้เก็บเรื่องนี้เป็นความลับอย่าได้เล่าให้แม่นมหลี่ฟังเด็ดขาดนะ”
เพราะถ้าหากแม่นมหลี่รู้ คุณพ่อและพี่ชายของเธอก็ต้องรู้ หญิงสาวกลัวว่าพวกเขาก็คงจะสั่งห้ามไม่ให้เธอได้ออกมาข้างนอกอีก
“ได้ค่ะ เรื่องนี้ฉันจะไม่พูดออกไปแน่นอน” เสี่ยวเฉ่าพยักหน้าอย่างเชื่อฟัง