บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 คุณชายเสเพล

เมื่อถึงเมืองจินหลิงท้องฟ้าก็มืดแล้ว มีเรือสำราญลำหนึ่งลอยอยู่ไม่ไกลจากเรือส่งสินค้าของสำนักคุ้มภัยเมฆาเหินนัก เซี่ยเหยียนเหวินเปิดประตูออกไปอย่างเงียบงัน

ซูหย่ายืนมองอยู่บนดาดฟ้าของเรือ รู้ได้ทันทีว่าเรือสำราญลำนั้นเป็นของเหล่าคุณชายและบรรดาเชื้อพระวงศ์ผู้สูงศักดิ์ที่เดินทางมาท่องเที่ยวทางตะวันออกของแคว้น อีกทั้งยังมีหญิงคณิกาอีกหลายสิบคนไว้คอยปรนเปรอคุณชายเสเพลพวกนั้น ถึงกระนั้นนางก็ไม่อยากเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับบุคคลเหล่านั้น เรือของสำนักคุ้มภัยแล่นผ่านเรือสำราญลำนั้นไปราวกับไม่มีสิ่งใดเกี่ยวข้องกัน

บนเรือสำราญ

เซี่ยเหยียนเหวินเข้ามาในห้องพักส่วนตัวแล้ว บ่าวรับใช้ลู่จื้อเผิงพูดออกด้วยน้ำเสียงร้อนรน “นายน้อยได้รับบาดเจ็บหรือขอรับ” มือยังช่วยเขาถอดอาภรณ์สีเข้มคล้ายชุดบ่าวไพร่ในเรือนออกอย่างรวดเร็ว ชุดนี้ค่อนข้างเล็กอยู่สักหน่อย เจ้าของชุดนี้คงเป็นหนุ่มน้อยกระมัง

“ข้าไม่เป็นอะไร มีคนช่วยเอาไว้”

“แล้วท่านเชื่อใจได้อย่างไรว่าคนของสำนักคุ้มภัยจะไม่หักหลังท่าน” มองเห็นธงโบกสะบัดไปมา ลู่จื้อเผิงก็ทราบแล้วว่าเป็นเรือของสำนักคุ้มภัยเมฆาเหิน

“ไม่ได้เชื่อใจ แต่คิดว่าเขาไม่น่าจะทำเช่นนั้น” ไม่รู้สิตามความรู้สึกของเขา บอกให้เขาเชื่อใจคนคุ้มภัยผู้นั้น

ลู่จื้อเผิงถอนหายใจ “ก็แค่คาดเดาเท่านั้น แล้วคนผู้นั้น…”

“อยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว”

“แต่ถึงอย่างนั้นนายน้อยก็ไม่ควรเอาชีวิตเข้าไปเสี่ยงเช่นนี้ หากท่านโหวทราบ…” มีใครเขาทำกัน ไปช่วยกบฏแหกคุกองค์ชายรอง หากองค์ชายรองเซี่ยหมิงเสียงทราบเข้า ชีวิตของหนานจิงซื่อจื่อคงถึงจุดจบแล้ว

“เขาเป็นคนสำคัญในชีวิตข้า อีกทั้งเขาก็ไม่ได้ทำอันใดผิด” เขาเชื่อมั่นในตัวสหายเสมอ

พูดจบเขาก็แต่งตัวเสร็จแล้ว จากนั้นจึงยกยาที่ลู่จื้อเผิงเตรียมไว้ให้ขึ้นดื่ม เมื่อดื่มยาก็พานให้นึกถึงกลิ่นหอม คล้ายกลิ่นดินกลิ่นหญ้าบนเรือลำนั้น หากสตรีทั่วไปมีกลิ่นกายหอมเป็นธรรมชาติเช่นนั้น เขาก็คงไม่ต้องดื่มยานี้ ผ่านไปราวหนึ่งเค่อจึงผัดหน้าทาปากอีกครั้ง ก่อนเดินออกไปร่วมสังสรรค์กับเหล่าคุณชายทั้งหลาย

ลู่จื้อเผิงได้แต่ส่ายศีรษะเบา ๆ แล้วเดินตามหลังเจ้านายไป

“เหตุใดซื่อจื่อถึงได้หายไปนานถึงเพียงนี้” องค์ชายสามเซี่ยเฟิงเหมียนเอ่ยถาม แววตายังเจือไปด้วยความสงสัย เพราะเซี่ยเหยียนเหวินหายตัวไปพักใหญ่เหมือนกัน

แม้จะเป็นพี่น้องร่วมบิดาแต่เซี่ยเหยียนเหวินถูกส่งตัวไปอยู่ชายแดนตะวันออกตั้งแต่เด็ก ทั้งสองจึงไม่ค่อยสนิทสนมกันมากนัก ถึงแม้จะไปเที่ยวด้วยกันตามประสาหนุ่มเจ้าสำราญอยู่บ่อยครั้งก็ตาม

“เจ้าก็เห็นว่าข้าเมาถึงเพียงนั้น” พอเซี่ยเหยียนเหวินขึ้นเรือได้ก็ดื่มจนเมามายคอพับคออ่อนไปก่อนใคร และขอปลีกตัวไปนอนพักตั้งแต่ต้นยามซื่อแล้ว

เมื่อคิดถึงตรงนี้เซี่ยเฟิงเหมียนก็คิดว่าเป็นไปได้ที่พี่ชายจะเมาจนเผลอหลับยาว เพราะเขาเองก็เคยเป็นเหมือนกัน จึงไม่ติดใจเรื่องนี้อีก “เช่นนั้นก็ไปสนุกกันต่อเถิด สาวงามกำลังรอท่านอยู่”

มุกปากของเซี่ยเหยียนเหวินยกขึ้นเล็กน้อย เดินตามน้องชายไปอย่างว่าง่าย ความจริงวันนี้เขาไม่ได้เมาแม้แต่น้อย เพียงแต่เขาใช้สุราเทราดตนเองก็เท่านั้น

ทางด้านของขบวนคุ้มภัย เดินทางอีกสิบวันก็ถึงเมืองหลวงแล้ว การเดินทางกลับจากแดนบูรพาครานี้หากไม่นับเรื่องที่เจอกับคุณชายเจ้าสำราญผู้นั้นก็ถือว่าราบรื่นเป็นอย่างดี เพราะส่วนมากเส้นทางนี้มักไม่ค่อยมีโจรสลัด ยกเว้นจะเดินทางไปทะเลทางใต้เท่านั้น ซูหย่าส่งเกลือให้กับเถ้าแก่ในเมืองหลวงเสร็จแล้วจึงปักสมอเรือเทียบท่าไว้ดังเดิม จากนั้นจึงพาบ่าวคุ้มภัยกลับสำนักคุ้มภัยโดยสวัสดิภาพ

มาถึงสำนักคุ้มภัยเมฆาเหิน ซูหย่าก็ตรงไปที่ห้องรองเจ้าสำนักทันที นางเคาะประตูสามครั้ง เมื่อได้รับอนุญาตแล้วจึงเดินเข้าไปด้านใน

รองเจ้าสำนักชิวละสายตาจากงานตรงหน้าแล้วเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าจึงเผยรอยยิ้มออกมา “กลับมาแล้วหรือ”

“ขอรับ”

ชิวตงหัวเราะน้อย ๆ พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเบิกบาน “เดินทางเรียบร้อยดีหรือไม่”

“ย่อมเป็นเช่นนั้น”

“นั่นสินะ ข้าไม่น่าถามเลยจริง ๆ” ใครจะมีความสามารถเท่านาง ซึ่งเป็นเจ้าสำนักคุ้มภัยแห่งนี้คงไม่มีอีกแล้ว

ซูหย่าวางเงินสองถุงลงบนโต๊ะทำงานของรองเจ้าสำนักชิว เอ่ยว่า “เงินนี้เอาไว้เป็นโบนัสสำหรับบ่าวคุ้มภัยตอนกลางปีทั้งหมด” เงินที่ได้รับจากชายผู้นั้น ซูเหย่าไม่เคยคิดจะเก็บไว้เพียงคนเดียวแม้แตะอีแปะเดียว แต่หากเกิดปัญหาขึ้นมาภายหลัง นางย่อมรับผิดชอบเพียงคนเดียวเท่านั้น

ตั้งแต่ทำงานมาด้วยกันจนครบสี่ปี รองเจ้าสำนักชิวก็ได้ยินซูหย่าพูดจาด้วยภาษาประหลาดมาตลอด และตอนนี้เขาก็ชินเสียแล้ว อีกทั้งยังซึมซับคำพูดของนางมาอีกด้วย “คงไม่ใช่ว่าเจ้าไปเผือกเรื่องของชาวบ้านอีกกระมัง”

ซูหย่าหัวเราะหึ ๆ “ท่านเดาไม่ผิด แต่อาจจะเผือกเรื่องใหญ่อยู่สักหน่อย” ถึงคนอื่นจะมองว่าชายผู้นั้นคือคนร้าย แต่ในใจลึก ๆ นางกลับคิดว่าเรื่องนี้น่าจะมีสายสนกลในมากกว่าที่เห็น หากเขาเป็นคนร้ายจริง คงต้องพยายามฆ่าปิดปากนางไปแล้ว คงไม่ปล่อยให้นางลอยนวลมาเช่นนี้ ฉะนั้นนางจึงตัดสินใจช่วยเหลือเขา แต่ก็ช่างเถิดถึงอย่างไรนางคงไม่ได้เจอเขาอีก

“ข้าเชื่อในฝีมือเจ้า” เดิมทีรองเจ้าสำนักชิวอดีตเคยเป็นทหารในกองทัพมาก่อน แต่เพราะสงครามทำให้ขาของเขาพิการข้างหนึ่ง จนต้องอาศัยไม้ค้ำยันในการเดิน
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel