คนดื้อกับคนดุ
“บอกให้ออกไปไง” เสียงตวาดแหวดังต้อนรับเมื่อเขาเปิดประตูเข้าไป หมอนใบหนึ่งถูกขว้างมาแต่เขาหลบได้ทัน คนที่กำลังนอนคว่ำหน้าอยู่หันมาในทันที แล้วก็ต้องเบิกตาโตเมื่อเห็นว่าเป็นใคร
“เจ็บหรือครับ บวมหรือเปล่า” เสียงทุ้มเอ่ยถาม เขาเดินเข้ามาในห้องเธอโดยไม่รอคำอนุญาต เขานี่มัน...
“ไม่ต้องยุ่ง” คนสวยว่าแล้วหันหน้าหนีเขา หน้าเธอแดงไปหมด เสียงหวานพึมพำอู้อี้ “ออกไปซะ ฉันอยากพักผ่อน ห้ามรบกวน”
“ทำไมไม่ลงไปกินอะไรบ้าง ผมยกพาสต้ามาให้ หรือคุณหนูอยากกินอาหารไทย?”
“ไม่อยากกินอะไรทั้งนั้น ออกไปนะ” เธอไล่เขาอีก สิงหาถอนใจเฮือก หล่อนดื้อมาก ฤทธิ์มากจริงๆ ให้ตาย
แต่เขาก็ทำเกินไป...
ตาคมมองไปที่สะโพกกลมที่ซ่อนอยู่ใต้ผ้าห่มนวมสีหวาน เขาเพิ่งได้เข้ามาในห้องนี้เป็นหนแรก ในห้องตกแต่งไว้ด้วยสไตล์เจ้าหญิง สีชมพู ตัวการ์ตูน มีตุ๊กตาหลายตัวมากที่เตียงของนิลดาราส่วนมากเป็นตุ๊กตากระต่ายออกโทนพาสเทล มันเหมือนกับว่าเธอยังมีความเป็นเด็กอยู่มาก เขาไม่คิดมาก่อนว่าคุณหนูผู้หรูหรา ดูเป็นสาวปาร์ตี้ จะมีมุมนี้ในตัวเอง
ก็เจ้าหล่อนเพิ่งจะยี่สิบสามเองมั้ง
เรียนได้ปริญญาสองใบ...
ไม่เคยทำงานอะไร เป็นชิ้นเป็นอัน ล่องลอยไปวันๆ เที่ยวต่างประเทศบ้าง เฉิดฉายใช้ชีวิตในสังคมเรียกได้ว่าเต็มที่ เป็นคนดังเพราะความรวย แต่ไม่มีสาระอะไรนอกจากรวยเป็นลูกสาวของนิกซ์ ชีวิตจะว่าสบายก็สบาย แต่ในความสบายมีเงินทองใช้ไม่ขาดมือ อยากได้อะไรก็ได้ หล่อนดูเป็นคนที่เกรี้ยวกราดไม่พอใจอยู่ตลอดเวลา
“นาธานบอกว่าคุณหนูชอบอาหารไทย แต่เชฟไทยเพิ่งลาออกไป”
“สาระแน” เธอบ่นอุบอิบ เธอไม่ได้อยากกินอะไรทั้งนั้นแหละ เธอระบมไปหมดตรงก้นที่ถูกเขาตี ลุกไปไหนก็ไม่ได้ อาบน้ำก็ไม่ได้ แค่ไปปวดเบาเธอนั่งตรงชักโครกถึงกับน้ำตาไหลพราก เธอถอดเสื้อผ้าทุกชิ้นออกแล้วนอนคว่ำมีเพียงผ้าห่มผืนโปรดคลุมกาย ที่ไม่ลงไปเพราะปวดจนไม่อยากเดิน...เธอไม่อยากอ่อนแอ สำออย ให้คนทำเห็นแล้วนึกสมน้ำหน้าเธอหรอก
“ผมทำเจ็บมากหรือไง?” เสียงนุ่มเอ่ยถาม เขามองจากด้านหลังเธอคลุมโปงไว้ โผล่มาแค่เรือนผมยุ่งเยิง
“ไม่เจ็บ สิ่งที่นายทำ มันไม่ได้ระคายอะไรฉันเลย กรี๊ด!”
ประโยคหลังเธอร้องอย่างตกใจ เมื่อผ้าห่มที่เป็นสิ่งที่ปกคลุมร่างกายถูกกระชากออกไปอย่างรวดเร็ว สิงหาคนทำถึงกับตะลึงกับภาพของเธอ...รูปร่างของนางอัปสรตรงหน้า ทำให้เขากลืนน้ำลาย...ไม่คิดว่าเธอจะเปลือยทั้งตัวแบบนี้
นิลดาราตัวแข็งทื่อไม่กล้าพลิกตัว ทำไมเขาถึงทำแบบนี้! เขากล้ามาก...
เธอเกือบจะช็อกไปแล้ว แค่เกือบ เสียงทุ้มนั้นดังขึ้นเรียกสติให้เธอ
“โอ...มันช้ำจนม่วงเลย มิน่าคุณหนูถึงไม่ลงไปข้างล่าง”
“อื้อ ฮือ ฮึกๆ” เสียงของนิลดาราสะอื้น เธอร้องไห้แล้วตอนนี้ ทั้งอาย ทั้งเจ็บ สับสนปนเปกันไปหมด เขาไม่ปราณีเธอเลย...เตียงยวบลงพร้อมกับร่างใหญ่ของสิงหาที่นั่งลงมาบนเตียง นิลดาราอยากจะมุดหายลงไปในเตียงนั่น แต่ก็ทำไม่ได้อย่างใจคิด ปากอิ่มจิ้มลิ้มเอ่ยงึมงำไล่เขา
“อะ ออกไปนะ”
“เจ็บมากไหม?”
“ยังจะมาถาม เจ็บ เจ็บมาก” น้ำตาไหลพรูเหมือนเด็กๆ เธอมุดหน้าลงกับหมอนแล้วเอ่ยอู้อี้ “นายออกไปได้แล้ว...อย่าทำแบบนี้”
“ไม่เคยมีใครได้เห็นคุณหนูแบบนี้หรือ” เสียงทุ้มเอ่ยเหมือนละเมอ เขามองแผ่นหลังเนียนผ่องนั่ง ลาดไหล่ เอวเล็กคอด ไปจนถึงสะโพกกลมมนที่ตอนนี้เป็นสีม่วงเป็นจ้ำๆ ไล่จากรอยแยกแย้มนั่น จนถึงปลีน่องสวย ไล้มาเรื่อยๆ ถึงปลายเท้าอูมสะอาด
สวยตั้งแต่หัวจรดเท้า...
ไม่เกินจริง...
และยิ่งรู้ว่าไม่เคยมีใครได้แตะต้องนางฟ้าเดินดินคนนี้มาก่อน สิงหาก็รู้สึก...เหมือนถูกไฟอ่อนๆ ช็อตเข้าที่หัวใจ
ให้ตาย...เขาอดกลั้นที่จะไม่แสดงสีหน้าได้ แต่บางส่วนของเขามันกลับผงาด...เขาห้ามมันไม่ได้เสียด้วย นึกดีใจที่อยู่กันเพียงลำพังสองคน และเธอกำลังนอนเอาหน้าซุกหมอนอยู่แบบนั้น
“ไม่ต้องยุ่ง ฮือๆ ออกไป อุ๊ย!” สะดุ้งเฮือก เมื่อนิ้วอุ่นใหญ่แตะเบาๆ ที่แก้มสะโพก เขาสบถเบาๆ เธอได้ยินเขาด่าตัวเอง คนเถื่อน คนถ่อย คนใจร้าย เขาทำกับเธอแรงมาก...ไม่เคยมีใครกล้าทำกับเธอ...ไม่เคยเลย
“มันช้ำ คงจะอับเสบ เดี๋ยวผมมียาดีขอลงไปเอาก่อนนะ”
“ไม่ต้อง...”
ยังดื้ออีก สิงหาถอนใจ เธอได้ยินเสียงฝีเท้าออกไปพร้อมกับประตูปิดลง สาวน้อยเม้มปากแน่น เธออยากจะลุกขึ้นไปใส่เสื้อผ้า...ดีที่ตอนออกไปเขาคลุมผ้าให้เธอเหมือนเดิม พอผ้าโดนผิวเธอก็ร้องซี้ดเบาๆ ก็ได้ยินเขาสบถออกมาอีก
นิลดาราไม่อาจจะขยับได้อย่างใจคิด เธอปวดหัวไปหมดตอนนี้ ปวดตรงสะโพกตุบๆ ไม่ถึงสิบนาทีเขาก็กลับมา แล้วถลกผ้าขึ้นแค่สะโพกของเธอ ยาเย็นๆ ถูกป้ายลงมาบนผิวเนื้อนั้น แล้วก็ถูกมือใหญ่ค่อยๆ ทานวดให้ตัวยาซึมเข้าไป เสียงเธอร้องครางเพราะความเจ็บ เสียงนั้นยิ่งทำให้สิงหายิ่งแข็งทื่อไปหมด
คุณหนู ถ้ายังขืนทำเสียงแบบนี้ไปอีกสักนาที ไอ้ไคจะต้องแตกแน่ๆ แม่งเอ๊ย!
ทายาให้หล่อนเสร็จ สิงหาก็ประคองให้เธอนอนตะแคง บอกว่าแบบนี้เธอจะได้ไม่ต้องกดแผลมากนัก พึมพำขอโทษเธอ แล้วป้อนโจ๊กให้กับเธอ...ทำไมเขารู้จักโจ๊กอะ ความสงสัยทำให้เผลอบ่นพึมพำ
“อีตานี่ไปเอาโจ๊กมาจากไหน” เสียงบ่นนั้นเป็นภาษาไทย ไม่ใช่ภาษาอังกฤษสำเนียงอเมริกันที่เธอใช้มาตลอด
“ผมเป็นคนไทยก็ต้องรู้จักโจ๊กสิ ไม่สบายตัวไม่อยากอาหาร โจ๊กนี่แหละทางออก อร่อยไหม? หากินไม่ได้หรอกนะจะบอกไว้ก่อน ผมให้น้องสาวส่งมาให้จากเมืองไทยเลย รู้จักไหมไม่เคยกินละสิโจ๊กแบบซองๆ ผมไม่เคยเห็นมีขายแถวนี้”
เผลออ้าปากเขาก็เลยป้อนโจ๊กให้เธอ นิลดาราทำตาโต ขณะที่เขายิ้มส่งให้ รอยยิ้มนั้นทำให้เธอหัวใจกระตุก พอโจ๊กหมดชาม เขาก็สั่งให้เธออ้าปาก นิลดาราทำตามแต่โดยดี เขาป้อนยาให้ แล้วเอาน้ำให้เธอดื่ม
“ยาตัวนี้จะทำให้คุณหนูหลับสบาย แล้วเดี๋ยวค่ำๆ ผมจะมาทายาให้อีก”
“มะ ไม่ต้องมา”
“ทายาเองได้เหรอ?”
“ไม่ต้องยุ่งได้มะ ฉันจะเจ็บจะตายก็เรื่องของฉัน” ปากเก่งจริงๆ สิงหาหัวเราะ เขายักไหล่แล้วเอ่ยต่อเสียงทุ้ม
“ต้องยุ่งสิ ผมเป็นคนทำ ผมก็ต้องรักษา หรือจะให้ผมแบกไปส่งหมอ ไม่อายเหรอ? โดนบอดี้การ์ดฟาดก้นเอา”
“อีตาบ้า” เมินหน้าหนีเขาแล้วพึมพำอุบอิบ หน้าของเธอแดงไปหมด ทั้งอายทั้งโกรธ แต่จะอาละวาดก็ไม่ได้ เขาทำให้เธอรู้สึกเป็นรอง...มือน้อยนั่นกำแน่น สิงหาบอกให้เธอนอนคว่ำ แล้วถ้าเขาทายาให้แล้ว กินยาอีกหน พรุ่งนี้น่าจะหายช้ำบวม
เขาออกไปแล้ว...ในที่สุด
เธอได้แต่มองค้อนประตูห้องที่ปิดลง คิดว่าคงไม่ดีแน่ ถ้าเกิดว่าตานี่บุกมาทายาให้เธอจริงๆ แล้วเธอก็ห้ามเขาไม่ได้ด้วย จะให้นอนเปลือยอายเขาอีก เธอก็ไม่อยากอยู่ในสภาพนั้น นิลดาราค่อยๆ ขยับลงจากเตียง เอาชุดนอนตัวแรกที่หยิบได้มาสวมทับร่างเปลือยไว้ และสวมกางเกงในแบบผ้าบางเบา ก่อนจะถอนใจแบบนี้ดีกว่า สาวน้อยตาปรือเมื่อเวลาผ่านไปเพียงสิบนาที ยาของเขาสินะ...มันออกฤทธิ์แรงมาก
นิลดาราคลานขึ้นเตียง นอนคว่ำหน้า รู้สึกปลอดภัยนิดหน่อยที่มีเสื้อผ้าคลุมกาย เธอหลับไปในทันทีที่หัวถึงหมอน
