ตอนที่ 1 หน้าที่ (2)
คำตอบของคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฏหมายทำให้ใครที่ฟังต่างตกใจ ไม่คิดว่าผู้หญิงที่ดูเงียบๆ แท้จริงแล้วจะกล้าพูดจาแบบนี้ออกมาได้
"ถ้าภรรยาผมว่ามาอย่างนั้นก็ตามนั้นแหละครับคุณมณี หวังว่าจะไม่ถามอะไรอีกนะครับ ผมกับภรรยาขอตัวกลับก่อน"
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบแล้วแสร้งยิ้มให้อีกฝ่ายพลางโอบเอวให้คนตัวเล็กเดินออกไปกับเขาดีๆ ก่อนที่เขาจะมีน้ำโหมากกว่านี้
ไม่เป็นอย่างที่เขาคิดสักนิด...แต่เอาเถอะ ต่อให้เธอทำตัวหึงหวงเขามากแค่ไหนเขาก็ไม่สนใจหรอก
"จ้ะ ขอให้มีความสุขกับชีวิตคู่นะจ๊ะ"
คุณมณีที่ได้รับฟังคำตอบก็รู้ชัดเจนแล้วว่าข่าวลือที่เขาลือๆ กันอยู่เป็นความจริง อายุเธอก็ปูนนี้แล้วเคยอาบน้ำร้อนมาก่อนมีหรือจะไม่รู้ว่าคนหนุ่มสาวตรงหน้าพูดจริงเท็จมากแค่ไหน เห็นทีได้มีเรื่องไปพูดคุยเสียแล้วสิ
"คุณมณี ฉันขอเตือนไว้ก่อนนะคะว่าอย่าได้คิดที่จะไปสร้างข่าวใหม่..."
แต่เหมือนความคิดของคุณมณีจะถูกเพื่อนจับได้เสียก่อน คุณหญิงดวงพรรณตักเตือนเสียงเข้มด้วยสีหน้าจริงจังว่าเธอไม่ได้แค่ขู่แน่ๆ ทำเอาคุณมณีคิดหนักไม่น้อย เพราะความสัมพันธ์ของเธอกับคุณหญิงดวงพรรณถือว่าส่งผลต่อธุรกิจครอบครัวอย่างมาก ถ้าจะคิดแตกหักเพียงเพราะอยากไปสร้างข่าวลือให้สนุกปากเห็นท่าคงไม่คุ้มเสีย
"ฉันก็ไม่คิดตัดสัมพันธ์เพียงเพราะอยากสนุกปากหรอก วางใจได้คุณหญิงดวง"
คำตอบของคุณมณีสร้างความพึงพอใจให้กับคุณหญิงดวงพรรณขึ้นมาบ้าง เธอหันไปมองลูกชายและลูกสะใภ้คนโปรดที่เดินจากไป ได้แต่หวังว่าลูกชายจะไม่ใจร้ายกับจันทร์งามมากจนเกินไป
แต่ดูท่าแล้วความหวังดีของคุณหญิงดวงพรรณที่มีต่อจันทร์งามจะไม่สัมฤทธิ์ผลสักเท่าไร เพราะทันทีที่รฐาพาภรรยาออกมาจากงานเลี้ยงที่เขารำคาญได้ เขาก็ยัดภรรยาเข้าไปในรถแล้วขับออกมาเลย
บรรรยากาศในรถดูแล้วอึดอัดจนจันทร์งามแทบอยากให้ถึงบ้านไวๆ เดี๋ยวนี้ด้วยซ้ำไป
"เธอพูดบ้าอะไรออกไป รู้ตัวหรือเปล่า"
ในที่สุดหลังเงียบมาครู่หนึ่งเขาก็ยอมเปิดปากพูดเสียที แต่ดูจากที่ถามแล้วสงสัยเธอคงได้รบกับเขาสักยกแน่ๆ
"แค่พูดในสิ่งที่คิดว่าควรพูดค่ะ"
"สิ่งที่คิดว่าควรพูด หึ น่าขำนะ เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้อยากให้เธอประกาศไปทั่วหรอกว่าเธอหวงฉัน มันน่าขยะแขยงจะตาย"
"จันทร์แค่ทำในสิ่งที่ภรรยาควรจะทำค่ะ"
เอี๊ยดดด!
ฟังประโยคนั้นจบรฐาก็เบรกรถกะทันหัน โชคยังดีที่บนถนนเส้นนี้ที่ขับอยู่ไม่มีรถตามมาไม่งั้นมีหวังได้เกิดอุบัติเหตุแน่ ส่วนจันทร์งามก็รัดเข็มขัดนิรภัยเอาไว้เลยทำให้หน้าไม่ไปจูบกระจก ดวงตาคู่สวยตวัดสายตามองสามีอย่างไม่พอใจ
"ทำไมคะ แค่นี้ทำเป็นไม่พอใจหรือคะพี่โรม"
"เธอมีสิทธิ์เรียกฉันแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไร!"
"ก็ตั้งแต่ที่จันทร์เป็นภรรยาพี่ไงล่ะคะ"
เขาได้คิดก่อนจะถามหรือเปล่า มีสิทธิ์ตั้งแต่เมื่อไรเนี่ยนะ จริงๆ เธอมีสิทธิ์ทุกอย่างในฐานะ 'ภรรยา' ที่ถูกต้องตามกฏหมายของเขานั่นแหละ ตั้งแต่วันที่ได้จดทะเบียนสมรสกันเมื่อหนึ่งปีก่อนและจัดงานแต่งอย่างยิ่งใหญ่จนเป็นที่ฮือฮาไปทั่ว
"ก็แค่ผู้หญิงที่ฉันจำใจแต่งด้วยหรอก"
ใบหน้าคมคายเบนหน้าหนีไม่นึกอยากมองใบหน้าของภรรยาที่ใครๆ ต่างชื่นชมว่าสวยนักสวยหนา
"พี่โรมนั่นแหละค่ะ จะทำอะไรก็ช่วยใช้สมองคิดหน่อยนะคะ เดี๋ยวนี้หูตาคนน่ะไวมากนะคะ ถ้าจะทำอะไรก็ช่วยไปทำในที่ลับตาหน่อยเถอะค่ะ"
"อย่าปากดีคิดมาสั่งมาสอนฉันหน่อยเลย ฉันจะทำอะไรก็ได้ทั้งนั้น แค่ที่ฉันอยู่กับเธออย่างตอนนี้ก็ถือว่าบุญท่วมหัวมากแค่ไหนแล้ว"
จันทร์งามรู้ดีว่ารฐาไม่ได้อยากทำ 'หน้าที่ของสามี' หรอก ที่เขาทำทุกวันนี้ก็เพราะพ่อแม่บังคับเขา จริงๆ ถ้าเป็นไปได้เขาเองก็คงไม่อยากใช้อากาศหายใจร่วมกับเธอด้วยซ้ำ
ก็เขารังเกียจเธอถึงขนาดนั้นแหละ...
"อ๋อหรือคะ...ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงเลยค่ะ บุญท่วมหัวใช้คืนทั้งชาติคงไม่มีวันหมด"
"อย่าทำมาเป็นประชดฉันหน่อยเลย ฉันไม่ชอบ"
ก็ไอ้ที่เคยคิดว่าถ้าทำแล้วเขาจะชอบ เธอก็เคยลองทำไปหมดแล้วเมื่อตอนแต่งงานใหม่ๆ แล้วจะมาบอกไม่ชอบอะไรอีกล่ะ ตอนนี้หมั่นไส้เลยอยากทำในสิ่งที่เขาไม่ชอบดูบ้าง เผื่อเขาจะมีเศษเสี้ยวคิดได้ว่าทำอะไรไม่เคยนึกถึงใจเธอเลยสักครั้ง
'จันทร์ เพื่อนฉันไปเห็นคุณรฐาที่ห้างเห็นว่าเขาเดินอยู่กับผู้หญิง เธอโอเคจริงๆ ใช่ไหม?'
'พี่ว่าเขาดูไม่ให้เกียรติจันทร์เท่าไร ทำตัวไม่สมเป็นลูกผู้ชายเลย'
นี่คือคำพูดของเพื่อนสนิทและรุ่นพี่คนสนิทของเธอที่ดันบังเอิญไปเห็นรฐาเดินควงอยู่กับผู้หญิงใจกลางห้างแห่งหนึ่ง จริงๆ จันทร์งามไม่แปลกใจอะไรเลย เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย เขาเองก็บอกเธอตั้งแต่แต่งงานกันแล้ว...
'ฉันยอมแต่งงานกับเธอก็จริง แต่เธออย่าได้หวังว่าจะได้รับความรักอะไรจากฉัน เพราะฉันมีคนที่ฉันรักอยู่แล้ว และอย่าได้คิดล้ำเส้นฉันเป็นอันขาด เราแค่ทำหน้าที่ที่ต้องทำก็พอ'
นั่นคือประโยคแรกที่เขาพูดหลังจากที่เราอยู่ในห้องหอคืนแรกที่ส่งตัว นึกว่าจะมีบรรยากาศโรแมนติกอะไรแบบที่ใครๆ นึกฝันงั้นหรือ ฝันนรกน่ะสิ...ความจริงมันโหดร้ายกว่าที่ใครๆ คิดซะอีก
จริงอยู่ที่จันทร์งามยอมแต่งงานกับรฐาเพียงเพราะเขาร่ำรวย แต่ก็เพราะเธอมีเหตุผล เขารูปหล่อโปร์ไฟล์ดี เป็นผู้ชายแบบที่หญิงสาวหลายๆ คนนึกใฝ่ฝันอยากได้เป็นสามีในอนาคต แต่หารู้ไม่ว่าเขาตีสองหน้าเก่งเป็นที่หนึ่ง ตอแหลเป็นที่สอง สารเลวเป็นที่สาม
แทบไม่มีข้อดีเลยพับผ่าสิ...
"จันทร์ก็ไม่เคยทำตัวถูกใจพี่โรมอยู่แล้วนี่คะ จันทร์ไม่ใช่ไห-"
ปึง!
ยังไม่ทันที่จันทร์งามจะเอ่ยชื่อ 'ผู้หญิงคนนั้น' ออกมาจากปาก ชายหนุ่มก็ทุบหมัดลงกับพวงมาลัยรถอย่างแรงซะก่อน เขาแสดงสีหน้าไม่พอใจมากแถมยังจ้องหน้าเธออย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อกัน
"หยุดพูด! คนอย่างเธอไม่ดีพอที่จะเรียกชื่อคนของฉันหรอก!"
คนของฉัน...
เคยวาดฝันเอาไว้เหมือนกันว่าจะใช้ชีวิตคู่ให้ราบรื่น ไม่ต้องมีเรื่องให้ทะเลาะเบาะแว้งกับสามี ต่อให้พวกเราทั้งคู่จะไม่ได้เต็มใจแต่งงานด้วยกันก็ตาม จันทร์งามก็แค่อยากให้ชีวิตคู่ไปรอด แต่การที่เธอพยายามอยู่ฝ่ายเดียวมันก็ไม่ต่างอะไรกับพยายามตะเกียดตะกายขึ้นจากน้ำเพื่อให้รอดชีวิตเพียงลำพัง
มันดูยาก ดูลำบาก...
"ขอโทษด้วยละกันค่ะที่ทำให้พี่โรมอารมณ์เสีย ถ้าอยากให้จันทร์หยุดพูดก็ช่วยโอนเงินเข้าบัญชีให้หน่อยนะคะ หนึ่งล้านบาทเหมือนเดิม"
รฐาเลิกคิ้วก่อนจะแค่นหัวเราะออกมาอย่างนึกสมเพช จันทร์งามก็ยังเป็นผู้หญิงที่มีนิสัยแบบเดิมๆ อยู่ดี หน้าเลือด เห็นแก่เงิน ผู้หญิงบ้าอะไรขอเงินเขาทีอาทิตย์ละหลายๆ ล้าน
เอาไปทำห่าอะไร!
แต่ถ้ามันจะทำให้ผู้หญิงคนนี้ยอมสงบปากสงบคำเจียมเนื้อเจียมตัวอยู่กับที่ได้บ้างก็พอจะยอมจ่ายให้ได้อยู่
ชายหนุ่มหยิบโทรศัพท์ออกมาก่อนจะกดเข้าแอพธนาคารเตรียมตัวจะโอนเงินทันที
"บัญชีเดิมค่ะ หวังว่าจะไม่ความจำเสื่อมจำเลขไม่ได้นะคะ"
"อยู่เงียบๆ สักทีเถอะ"
ติ๊ง!
ไม่นานเสียงแจ้งเตือนที่โทรศัพท์ของจันทร์งามก็ดังขึ้น เงินหนึ่งล้านบาทได้ถูกโอนเข้าบัญชีเรียบร้อยแล้ว แค่นี้ก็เพียงพอแล้วที่เธอต้องการจากเขา
"ขอบคุณค่ะ"
"ก็แค่ทำตามหน้าที่สามีที่ดี ที่ให้เงินผู้หญิงหน้าเลือดแบบเธอ"
"ถือว่าเป็นคำชมละกันค่ะ รีบๆ ขับรถกลับบ้านสิคะ"
เมื่อเห็นสามีไม่ยอมออกตัวรถสักทีจันทร์งามก็เร่งเร้า เพราะเธออยากกลับบ้านใจจะขาดแล้ว ทว่าสามีหนุ่มกลับคลี่ยิ้มเสแสร้งให้พลางออกคำสั่งเสียงเข้ม
"ลงจากรถไปซะ"
"คะ!?"
"ลงจากรถไปสิ แล้วกลับบ้านเอง ฉันมีธุระต้องไปต่อนะ ไม่มีเวลาไปส่งเธอที่บ้านหรอก"
"พี่โรม พี่จะทำอย่างนี้กับจันทร์ไม่ได้นะคะ"
รฐาเอื้อมมือมาปลดเข็มขัดนิรภัยของเธอออกแล้วกดเปิดประตูรถฝั่งที่เธอนั่งอยู่คล้ายจะเชื้อเชิญให้เธอรีบๆ ลงไปซะ
"พี่โรม..."
"เชิญคุณภรรยากลับบ้านไปก่อนนะครับ สามีคนนี้จะไปทำ 'ธุระสำคัญ' มากๆ"
คำว่า 'ธุระสำคัญ' ก็คงไม่พ้นผู้หญิงของเขา จันทร์งามรู้ดีอยู่แก่ใจ แถวนี้ยังอยู่ในตัวเมืองเกิดเขาบ้าคลั่งทำตัวไม่สุภาพลากเธอลงจากรถมีหวังได้เกิดข่าวลือเสียๆ หายๆ อีกแน่
นิสัยเฮงซวยของสามีที่แต่งงานกันมาหนึ่งปีทำไมเธอจะไม่รู้ดีล่ะ!
เขากล้าทำแน่!
"อย่าทำตัวเหลวแหลกให้มันมากล่ะค่ะ หูตามีอยู่เยอะแยะนะคะ"
หญิงสาวเอ่ยเตือนหวังให้เขาสำนึกไว้ในรอยหยักสมองบ้าง ก่อนจะหยิบกระเป๋าแล้วก้าวขาลงจากรถเองเพราะไม่อยากถูกลากลงมาแทน
"ก็แค่นี้...กลับดีๆ ล่ะ คุณภรรยา"
รฐาพูดลาด้วยรอยยิ้มเสแสร้งก่อนจะขับรถออกไปโดยไม่สนใจว่า 'ภรรยาในนาม' อย่างเธอจะกลับบ้านยังไง เขาทิ้งให้เธออยู่ข้างถนนตามลำพังท่ามกลางผู้คนที่เดินไปมา
จันทร์งามได้แต่มองรถของรฐาที่ขับออกไป ความสัมพันธ์ของเธอกับเขามันแย่ลงทุกทีๆ เรียกว่าทุกวินาทีก็ยังได้ จนเธอแทบถอดใจ มันไม่มีวิธีไหนเลยที่จะทำให้เขาหันกลับมามองเธอบ้าง
เพราะในสายตาของเขาเธอก็ไม่ต่างอะไรกับผู้หญิงหน้าเงินที่ขอเงินเขาไปวันๆ
ที่ทุกวันนี้เขายอมอยู่ก็เพราะหน้าที่สามีล้วนๆ
