บท
ตั้งค่า

๑ ภรรยาที่น่าเบื่อ (๒)

บัญชีของร้านยังคงไม่มีจุดบกพร่องแต่อย่างใด คุณพินนารีให้นักบัญชีของบริษัทมาคอยทำรายรับรายจ่ายพร้อมทั้งยื่นสรรพากรให้หลานสะใภ้คนโปรด เธอแทบไม่ต้องทำอะไรเองเลยสักอย่าง แต่ก็เลือกจะเข้าร้านบ้างเพราะไม่อยากถูกครหาว่าแต่งกับสามีเพื่อปอกลอก

บ้านของเธอก็ไม่ใช่ตาสีตาสาเหมือนกัน มีธุรกิจเป็นของตัวเองโด่งดังไปทั่วจังหวัด ไม่เคยคิดจะแต่งงานเพื่อรวยทางลัด แต่เป็นความรักที่มอบให้โดยเขาไม่เคยเห็นค่ามันเลยสักนิด เหยียบย่ำความรู้สึกของเธอครั้งแล้วครั้งเล่า

“สวัสดีค่ะ พักทานอาหารเที่ยงกันก่อนนะคะ” แวะมาที่บริษัทของเขาเพื่อนำอาหารเที่ยงมาให้สามี ซึ่งจุดประสงค์หลักของหล่อนไม่ใช่การมาพบเขาหรอก แค่อยากมาเห็นหน้าเจ้าของประโยคที่ชวนสามีคนอื่นไปห้องตัวเองต่างหาก

แล้วหญิงหน้าไม่อายคนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่นไกลเลย...เป็นผู้ช่วยเลขานุการของเขานั่นเอง

รอยยิ้มของทิพย์วารีเผื่อแผ่ไปยังคนที่นั่งหน้าห้อง ดูเหมือนคนของเขาจะยิ้มตอบเธอกลับมาหมด ยกเว้นคนที่เพิ่งเข้าทำงานได้ไม่ถึงสามเดือน โดยใช้เส้นของครอบครัวที่เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัท

PK Group คืออาณาจักรอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของประเทศ มีสาขาอยู่ทุกจังหวัดแล้วก็ขยายเพิ่มไปยังประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง นอกจากนั้นยังมีบริษัทลูกในเครือไม่ว่าจะเป็นห้างสรรพสินค้า โรงพยาบาลหรือกระทั่งสนามกอล์ฟที่อยู่ในเขตปริมณฑลและจังหวัดใกล้เคียง ความร่ำรวยไม่ต้องพูดถึงเพราะเป็นที่รับรู้กันในวงสังคม

โดยเฉพาะตอนนี้ที่ได้ลูกชายคนโตมานั่งแท่นบริหาร ทั้งมีลูกชายอีกสองคนคอยเสริมทัพช่วยเหลือ แล้วก็ลูกหลานที่มาสานต่อไม่แตกแถวไปทำงานอื่น ความกลมเกลียวของครอบครัวที่ทำให้คนภายนอกมองมาอย่างชื่นชม

“ขอบคุณค่ะคุณทิพย์...” ถูกต้อนรับเป็นอย่างดีแล้วเธอก็เลือกแจกจ่ายรอยยิ้ม

“น้องใหม่เป็นยังไงบ้างคะ ทำงานสนุกหรือเปล่า” เจาะจงถามเด็กสาวที่เพิ่งเรียนจบปริญญาตรีก็ได้เข้าทำงานกับผู้บริหารระดับสูง ถ้าหล่อนไม่ใช่ลูกสาวคนเล็กของผู้ถือหุ้นรายใหญ่ มีหรือจะได้เข้ามาเป็นหนึ่งในผู้ช่วยเลขานุการของสามีหล่อน

แต่ไม่คิดเลยว่านอกจากจะเป็นผู้ช่วยเรื่องเอกสาร ยังคิดจะมาทำหน้าที่บนเตียงด้วย...

“ดีค่ะ” ตอบเสียงแข็งไม่ยอมสบตาแล้วยังแสร้งทำเหมือนยุ่งอีกต่างหาก

คนที่เหลือหันมองหน้ากันเลิกลักไม่รู้ทำไมนารินดา พิสมัยกรถึงได้ทำกริยาเช่นนั้นต่อภรรยาของเจ้านาย แต่หล่อนทราบดีเหตุผลเป็นอย่างดีจึงไม่อยากถือสาเท่าไหร่ ที่มาบริษัทก็เพื่ออยากเห็นหน้าแล้วตอกย้ำให้รู้ว่าตัวจริงกับพวกลักกินขโมยกินต่างกันอย่างไร

หล่อนไม่ได้ใจดีหรอก เพียงแต่ยังไม่อยากปล่อยมือเขาในตอนนี้เท่านั้น...

“ดีแล้วค่ะ ตั้งใจทำงานด้วยนะคะ เผื่อสิ้นปีโบนัสจะได้เพิ่มสูงกว่าเดิม” แย้มยิ้มให้ไม่ถือสากับกริยาของอีกฝ่าย ก่อนประตูห้องทำงานจะถูกเปิดออก พร้อมกับร่างสูงที่เดินมายื่นเอกสารให้เลขาหน้าห้อง กลับต้องชะงักยามเห็นหล่อน

“มาส่งอาหารเที่ยงค่ะ” สายตาของเขาเต็มไปด้วยคำถาม แต่อยู่ต่อหน้าคนอื่นจึงต้องแสดงออกว่ารักใครกลมเกลียวกัน ละครฉากใหญ่เริ่มต้นขึ้นทันที

“งั้นเข้ามาข้างในเถอะ” เดินเข้ามาในห้องไม่ปรายตามองคนที่ส่งข้อความหาตอนเช้าเลยด้วยซ้ำ ทำให้เจ้าหล่อนเม้มปากแน่นแล้วแอบกระทืบเท้าด้วยความขัดใจ

“ทานให้อร่อยนะคะ” ทิพย์วารีหันไปบอกแล้วยิ้มอ่อนหวานให้พนักงาน ก่อนเดินตามสามีเข้าไปในห้องพร้อมปิดประตูทันที

บรรยากาศชวนอึดอัดเมื่อเขานั่งลงบนเก้าอี้ตัวใหญ่ จ้องมายังร่างบางที่มาไม่บอกกล่าวกันสักคำ เขาเคยย้ำหลายต่อหลายครั้งให้หล่อนอยู่บ้านไม่ต้องมาบริษัท แต่เหมือนเธอยังไม่ยอมเชื่อฟังกัน จึงพยายามมาแสดงตัวตนที่นี่

“มีอะไร” ถามเสียงเรียบแววตาเหนื่อยหน่าย เธอเห็นอย่างนั้นก็แอบน้อยใจที่เขาไม่ต้อนรับกัน

“เอาอาหารเที่ยงมาส่งค่ะ” วางถุงอาหารที่ซื้อจากร้านดังไว้ตรงหน้าเขา แต่อีกฝ่ายทำเพียงปรายตามองแล้วเปรียบหล่อนคล้ายดูแคลน

“เป็นคนส่งของตั้งแต่เมื่อไหร่” อยากโต้กลับเหมือนกันแต่เลือกจะเงียบ

หยิบอาหารออกมาวางตรงหน้า เป็นคนไม่มีปากเสียงแล้วก็ยอมโอนอ่อนให้เขา ซึ่งท่าทีเช่นนี้ที่หนึ่งนทีไม่ชอบเอาเสียเลย ดูเหมือนหุ่นยนต์ไร้ชีวิตชีวา สร้างความหงุดหงิดแก่เขาเป็นอย่างมาก เพราะเหมือนพูดคุยกับกำแพงอย่างเดียว

“ออกไปเถอะ ผมต้องทำงานหิวเมื่อไหร่จะกินเอง” สุดท้ายก็เลือกจะไล่ภรรยาออกจากห้อง

“แต่ว่า...” คิดจะค้านเพราะอยากให้ชายหนุ่มรับประทานอาหารตรงเวลา กลับถูกเขาจ้องนิ่งโดยไม่พูดอะไรต่ออีก เธอจึงได้ยอมวางมือจากการจัดจานแล้วเลือกเก็บลงกล่องเหมือนเดิม

คิดจะเดินออกจากห้องเพื่อกลับบ้านแต่ก็นึกขึ้นได้ว่าอีกไม่นานจะถึงวันครบรอบแต่งงานของเรา แอบเตรียมเซอร์ไพรส์ไว้ให้เขาเรียบร้อยแล้ว จึงยกยิ้มมุมปากแล้วหันมามองอีกฝ่าย คิดว่าเขาอาจจะชอบกับของขวัญที่หล่อนเตรียมก็ได้ เห็นอีกฝ่ายพูดบ่อยครั้งว่าอยากได้ตนจึงไปตามหามาอย่างยากลำบาก

“วันมะรืน...คุณว่างไหม” มองเขาด้วยความหวัง

“ไม่ว่าง” ตอบแทบจะทันทีไม่ถามก่อนว่ามีธุระอะไร

คนถามหน้าหงอยทันทีก่อนจะกุมมือไว้หน้าขา ไม่ยอมเดินออกไปข้างนอกทำเพียงยืนนิ่งอยู่ที่เดิม คล้ายว่าถ้าเขาไม่ยอมตอบว่าว่างก็จะไม่ออกจากห้อง หนึ่งนทีเห็นภรรยายังยืนที่เดิมก็ถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย ใช้ชีวิตด้วยกันมาสามปีรู้ว่าหล่อนเป็นคนรั้นแค่ไหน

“ถามทำไม” เพียงแค่เขาถามก็ทำให้หล่อนยิ้มออกมาทันที ถึงชายหนุ่มทำขึงขังเหม่อนไม่สนใจ แต่ก็ยังใส่ใจกันบ้างทำให้เริ่มมีความหวังขึ้นมาแล้ว

“วันครบรอบแต่งงานของเราไงคะ ฉันจองร้านอาหารไว้แล้ว...คุณไปได้ไหม” เดินเข้ามาใกล้พลางมองเขาตาปริบอย่างมีหวัง อยากมอบของขวัญชิ้นพิเศษให้อีกฝ่าย แล้วก็คาดหวังว่าเขาจะมีของขวัญให้หล่อนเช่นเดียวกัน

แต่ความจริงหนึ่งนทีก็มักมอบของขวัญให้เธอตลอดอยู่แล้ว ไม่ว่าจะวันเกิดหรือวันครบรอบแต่งงานตลอดสามปีที่ผ่านมา ไม่เคยขาดเลยสักครั้งจนเพิ่งมารู้ความจริงว่าเขาลงเรื่องของเราเป็นตารางงานเอาไว้ ของขวัญก็ให้เลขานุการไปซื้อ

ยอมรับว่าตอนรู้ก็เสียใจเหมือนกัน แต่ก็พยายามปลอบใจตัวเองว่าอย่างน้อยเขาก็ยังไม่ลืม แม้จะไม่ได้ใส่ใจกันก็ตาม

“จะพยายามแล้วกัน” คำตอบรับเหมือนเป็นการตอบตกลง เธอจึงยิ้มกว้างด้วยความดีใจแล้วหันมาโบกมือลาเขาไม่อยู่รบกวนเวลาอีกต่อไป

คนที่แกล้งทำเป็นสนใจงานเลือกจะเงยหน้ามองประตูที่ปิดสนิท ก่อนเลื่อนสายตาไปยังอาหารที่เธอนำมาให้ ถึงจะไม่อยากกินเท่าไหร่แต่ด้วยความหิวก็ต้องหยิบมาเปิดกินอยู่ดี แล้วรสชาติก็ถูกปากเขามากเสียด้วยจึงกินหมดภายในเวลาไม่ถึงสามสิบนาทีด้วยซ้ำ

น่าแปลกเหมือนกันที่หล่อนรู้ใจกันไปแทบทุกอย่าง...ทั้งที่เราไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กันแท้ๆ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel