บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 8 อยากเห็นกับตา

"เราแวะหาอะไรกินก่อนมั้ยครับพี่วิชย์" อาทิตย์รวบรวมความกล้าชะโงกหน้าขึ้นมาถามเจ้านาย

ถนนเส้นเข้าสุขุมวิทแออัดเช่นดังเดิม สี่หนุ่มในรถอันประกอบด้วย เอกสิทธิ์รับหน้าที่พลขับพ่วงตำแหน่งผู้จัดการทั่วไป อชิรวิชย์เป็นเจ้าของ A-Chi architecture นั่งข้างกัน และสถาปนิกระดับจูเนียร์ อาทิตย์ ชายหนุ่มผิวขาวชาวเหนือผู้เขินได้ทุกสถานการณ์ และกติกร หนุ่มใต้คมเข้ม ผู้พร้อมชงทุกหัวข้อแซวเพื่อน

ทั้งหมดเพิ่งกลับจากพรีเซนต์งานลูกค้าแถวเพลินจิตเป็นงานออกแบบร้านอาหารไทยฟิวชั่นของเชฟชื่อดังจากรายการทำิาหารยอดนิยม จะสร้างแลนด์มาร์คใจกลางสุขุมวิท

ปีนี้บริษัทออกแบบ A-Chi เติบโตมั่นคงขึ้นอีกก้าว หลังจากสองปีที่แล้ว อชิรวิชย์สร้างความฮือฮาด้วยการออกแบบที่พักเล็ก ๆ ทางภาคเหนือ ทว่าโดดเด่นจนนักเดินทางหลายคนทำรีวิวชื่นชมกลายเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ ผู้คนจองเต็มไปถ่ายรูปจนได้ชื่อว่าเป็นแลนมาร์กใหม่ของดอยม่อนแจ่ม

หลังเหตุการณ์นั้นผ่านมาหนึ่งปี ทั้งบริษัทจึงทำงานกันหัวหมุน แทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน

เพื่อขยับขยายธุรกิจ อชิรวิชย์จึงย้ายออฟฟิศ ซึ่งแต่เดิมอยู่ใกล้บ้านของเขา มาอยู่แถวสุขุมวิท เข้าซอยไปลึกหน่อย แต่ว่าทำเลดีมีที่จอดรถและเดินทางด้วยรถไฟฟ้าได้ สะดวกทั้งสำหรับลูกค้าและสำนักงาน แม้ว่าจะไกลบ้านของอชิรวิชย์สักหน่อย แต่ตัวเขาเองนาน ๆ จึงจะเข้าออฟฟิศที ส่วนใหญ่หัวแรงหลักในการคุมงานจะเป็นเอกสิทธิ์ เพื่อนสนิทสมัยเรียนของอชิรวิชย์ ที่เขาดึงตัวมาทำงานด้วย

"เอาเลย พี่ไม่หิว" อชิรวิชย์เป็นคนกินยาก เขาเลยหลบเลี่ยงการกินอาหารร่วมกับคนอื่น รวมถึงลูกน้องด้วย นอกจากจะเป็นงานสำคัญ อย่างงานเลี้ยงประจำปีบริษัท หรือถ้าหากเป็นการเลี้ยงลูกค้า ชายหนุ่มก็จะเลือกคาเฟ่ในเมืองหรือร้านกาแฟเจ้าดังอย่างสตาร์บั๊ค ซึ่งการเจาะจงออเดอร์เฉพาะบางอย่างในเครื่องดื่มเป็นเรื่องปกติสำหรับคนทั่วไป

"มันจะไปกินข้าวที่ไหน มันจะไปจีบสาว" เอกสิทธิ์แซวลูกน้องเสียงดัง ชายหนุ่มเจ้าของตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปรับหน้าที่พลขับด้วย

“พี่เอกก็พูดเกินไป" อาทิตย์ยิ้มเขิน เมื่อโดนจับไต๋ได้ว่าการชวนมื้อเที่ยงมีเจตนาแอบแฝง แม้ความจริงไม่ได้มีเจตนาปิดบังแต่การโดนแซวตรง ๆ ก็ทำเอาแก้มอุ่น ๆ ขึ้นมาเหมือนกัน

“พี่วิชช์รู้ยังคงรับ ไอ้ทิตย์มันชอบแม่ค้าร้านอาหารอิสานในซอยข้าง ๆ ออฟฟิศเรา" กั้ง หรือกติกร ยื่นหน้ามาเล่าให้หัวหน้าทั้งสองคนฟัง

“ร้านไหนเหรอ" อชิรวิชย์ถามเสียงเบา

“ร้านเดือนดาวพี่”

ชายหนุ่มไม่เคยได้ยินชื่อร้านนี้มาก่อน กติกรเหมือนจะรู้ว่าเจ้านายไม่รู้จัก รีบอธิบายเพิ่ม

“เพิ่งมาเปิดใหม่ครับ แต่ไอ้ทิตย์เพิ่งค้นเจอสองสามเดือนก่อน อื้อหือ แม่ครัวนี่อย่างแจ่ม"

“ทำอาหารอร่อยเหรอ" พอบอกว่าแม่ครัวแจ่มเขาก็คิดออกแค่เรื่องนั้นเรื่องนี้

“ก็ด้วย แต่แจ่มสุดคือผิว ขาวจั๊วะ เหมือนหิมะ"

“ทิตย์ชอบผู้หญิงขาวเหรอ" อชิรวิชย์ถามลูกน้อง

อาทิตย์ยิ้มเขิน พยักหน้าพึมพำเบา ๆ

“คุณพิมพ์เขาทำอาหารอร่อยดีครับ"

ชื่อพิมพ์สะดุดใจอชิรวิชย์หน่อย ๆ หวนให้นึกถึงพิมพ์ดาว นับตั้งแต่เธอจากไปก็สามปีแล้ว เหลือแค่ใบหย่ายังไม่ได้เซ็นเอาไว้ดูต่างหน้า

อชิรวิชย์ไม่คิดว่าพิมพ์ดาวจะใจเด็ดขนาดนี้ อย่างน้อยเธอควรจะคร่ำครวญสักหน่อย แต่ไม่เลย หลังจากเหตุการณ์วันนั้นพิมพ์ดาวไม่เคยกลับมาเหยียบที่บ้านอีกเลย

เดือนแรกอชิรวิชย์คิดว่าหญิงสาวแค่เรียกร้องความสนใจตามประสาคนวิตกกังวลหวาดหวั่นว่าตัวเองจะไม่ถูกเลือก เดือนที่สองเขาชักสับสนกระวนกระวายว่าพิมพ์ดาวไปอยู่ที่ไหน ไลน์ก็โดนบล็อก ทักในเฟซบุ๊ค ไอจี ติ๊กต่อก ไม่มีข้อความตอบรับ สัญญาณรักขาดหายจนอชิรวิชย์หวั่นใจ สังหรณ์ว่าการจากลาจะเป็นเรื่องจริง

ชายหนุ่มบากหน้าไปหาแม่ยาย ถามหาพิมพ์ดาว ให้เหตุผลว่าทะเลาะกันด้วยเรื่องไร้สาระนิดหน่อย สิ่งที่ได้คือแม่ยายเอามะพร้าวแก้วโยนใส่หน้า

อชิรวิชย์หน้าม้าน จึงต้องถอยทัพกลับมากรุงเทพฯ ๆ จากนั้นไม่ว่าจะพยายามเท่าไหร่ ก็ไม่มีโอกาสรู้ได้เลยว่าพิมพ์ดาวไปอยู่ที่ไหน อชิรวิชย์ทำได้แค่ปล่อยเวลาให้ผ่านไปเรื่อย ๆ กลางวันทำงานหนัก ตกเย็นออกกำลังกายหนัก ๆ เพื่อให้ร่างกายอ่อนเพลียจะได้หลับไป แต่ถ้าไม่หลับก็กินยานอนหลับให้ง่วง

รู้ตัวอีกทีเวลาก็ล่วงเลยมาสามปีแล้ว

“เหมือนไอ้วิชย์เหรอ เห็นอย่างนี้ชอบขาว ๆ อกตู้ม ๆ เหมือนกัน ชอบคนขี้อ้อน อยู่ในโอวาท ห้ามเถียง ห้ามค้าน”

“นั่นคนเหรอครับ” อาทิตย์ท้วง ความต้องการมากมายมหาศาลขนาดนั้นเขานึกออกแค่สิ่งมีชีวิตเดียว “ผมนึกว่าจะเลี้ยงแมวซะอีก”

เอกสิทธิ์ขำพรวด เออ ! ก็จริงของน้องมัน สรรพคุณเลิศเลอขนาดนี้ก็คงมีแต่แมวผู้ดีตามแบบเศรษฐีนั่นแหละ

“ต่างกันอยู่เว้ย” เอกสิทธิ์คิดอะไรขึ้นมาได้ “ไอ้วิชย์มันชอบผู้หญิงทำอาหารเก่ง แมวมันทำไม่ได้”

“อ้อ ! อย่างนั้นเหรอครับ” อาทิตย์ทำท่าเหมือนเพิ่งรู้ “ถึงว่าพี่วิชย์ไม่ค่อยไปกินข้าวข้างนอกเลย มีแฟนทำให้กินที่บ้านสินะครับ”

เอกสิทธิ์ได้หัวเราะอีกรอบ

“มันไม่มีหรอกแฟน เมียก็ทิ้ง ที่มันไม่กินข้าวนอกบ้านน่ะเป็นเพราะมันเรื่องมากร้านไหนก็ไม่ถูกใจไปหมด ไปกินครั้งเดียวก็ไม่ไปซ้ำ ตระเวณหาร้านอร่อยมาเจ็ดย่านน้ำแล้ว แต่ยังไม่เจอ”

อีกครั้งที่อาทิตย์ต้องทำหน้าสงสัย

“อย่างนั้นที่ผมชวนวันนี้พี่วิชย์คง...”

“ลองไปดูก็ได้นะ" อชิรวิชย์แทรกขึ้นมาก่อนลูกน้องจะตัดสินใจแทน

เอกสิทธิ์ตกใจเรื่องเพื่อนยอมไปกินข้าวนอกบ้านถึงกับเหยียบเบรกจนรถคันหลังบีบแตรด่ายาว ๆ

“มึงพูดจริงเหรอไอ้วิชย์” ก็สามสี่ปีที่ผ่านมาไอ้เพื่อนคนนี้เอาแต่ปฏิเสธเรื่องไปกินข้าวนอกบ้านท่าเดียว นอกจากจำเป็นลูกค้านัดเท่านั้นถึงจะได้ แล้วส่วนใหญ่ก็ดื่มแต่เครื่องดื่ม อาหารแทบไม่แตะ กินทีทำหน้าเหมือนเกลียดโลก จนเจ้าของร้านจะเกลียดหน้า การตกลงรับนัดกินข้าวนอกบ้านครั้งนี้ของอชิรวิชย์จึงเป็นเรื่องมหัศจรรย์อย่างยิ่ง

"อืม ทำไมเหรอ" อชิรวิชย์ไม่เคยรู้เลยว่าการรับนัดกินข้าวตามปกติเป็นเรื่องผิดปกติสำหรับทุกคน

“ไอ้ห่า ฝนจะตกมั้ยวะ กูโทรบอกเมียให้เก็บผ้าก่อน”

แล้วเอกสิทธิ์ก็กดโทรหาภรรยาให้เก็บผ้าจริง ๆ ติดแต่บังเอิญโทรไปกวนตอนภรรยานอนกลางวันเลยโดนแว้ดกลับมา ทำเอาคนในรถหัวเราะครืนกันยกใหญ่

“งั้นบอกทางมาเลยไอ้ทิตย์ ไหนกูไปดูว่าที่น้องสะใภ้หน่อยซิ จะขาวเหมือนหยวกขนาดไหน"

พูดแล้วเอกสิทธิ์ก็หมุนหัวรถเลี้ยวตามคำบอกของกติกรแบบไม่ลังเลเลยสักนิดเดียว

#รัก #นิยายรัก #อ่านนิยาย #แนะนำนิยาย #นิยายชายหญิง #นิยายหย่าร้าง #นางเอกท้อง #นิยายมีเด็ก
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel