บทที่ 11 แผนที่เปื้อนขนมกับพิกัดมรณะ
นาฬิกาเรือนใหญ่ในห้องโถงตีบอกเวลาสามทุ่มตรง เสียงดังก้องกังวานไปทั่วคฤหาสน์ตระกูลโจวที่เงียบสงัดผิดปกติ
หลังจากเหตุการณ์ระทึกขวัญที่งานเลี้ยงน้ำชาและการปรับความเข้าใจกันบนรถจี๊ปเมื่อช่วงบ่าย พันเอกโจวหยางเฟิงก็ตัดสินใจย้ายกองบัญชาการชั่วคราวมาที่บ้านของเขาเอง เนื่องจากค่ายทหารอาจไม่ใช่สถานที่ที่ปลอดภัยสำหรับข้อมูลลับสุดยอดอีกต่อไป
"ท่านพันเอกครับ ผมไม่เห็นด้วยที่จะให้ผู้หญิงคนนั้นเดินเพ่นพ่านอยู่ในบ้านขณะที่เรากำลังหารือเรื่องคอขาดบาดตายแบบนี้"
เสียงห้าวหาญของ 'ร้อยโทเฉิน' นายทหารคนสนิทดังขึ้นกลางห้องหนังสือที่เต็มไปด้วยควันบุหรี่จาง ๆ เขาจ้องมองเจ้านายด้วยสายตาไม่เห็นด้วยอย่างรุนแรง
"เธอก็แค่ผู้หญิงหน้าเงินที่ห่วงแต่เรื่องแต่งตัวสวย ๆ นะครับท่าน แถมประวัติก็ยังคลุมเครือ ถ้าเกิดเธอเอาข้อมูลไปขายให้ฝ่ายตรงข้าม พวกเราตายกันหมดแน่"
พันเอกโจวหยางเฟิงนั่งนิ่งอยู่หลังโต๊ะทำงานไม้สักตัวใหญ่ เบื้องหน้าเขามีแผนที่ทหารขนาดใหญ่กางแผ่หลาอยู่เต็มโต๊ะ ปักหมุดสีแดงและสีน้ำเงินวุ่นวายไปหมด ใบหน้าหล่อเหลาภายใต้แสงโคมไฟดูเคร่งเครียดและเหนื่อยล้า
"ร้อยโทเฉิน... ฉันบอกแล้วไงว่าเธอไว้ใจได้" โจวหยางเฟิงตอบเสียงเรียบ โดยไม่ละสายตาจากแผนที่
"แต่ท่านครับ" ร้อยโทเฉินยังไม่ยอมแพ้
"สายลับกุหลาบดำที่พวกมันส่งมาเก็บ อาจจะเป็นเธอก็ได้นะครับ ที่งานเลี้ยงวันนี้มันอาจจะเป็นการจัดฉาก"
แอ๊ด...
เสียงประตูห้องหนังสือที่หนาหนักถูกผลักเปิดออกขัดจังหวะการโต้เถียง ทุกสายตาในห้อง ประกอบด้วยโจวหยางเฟิง ร้อยโทเฉิน และนายทหารอีกสองคน หันขวับไปมองผู้มาเยือนพร้อมกัน มือของทุกคนขยับไปแตะซองปืนโดยอัตโนมัติ
แต่คนที่เดินเข้ามาไม่ใช่สายลับชุดดำถือมีดสั้น
หลินซิงเยียนในชุดนอนผ้าแพรสีครีมสวมทับด้วยเสื้อคลุมไหมพรมตัวหลวม เดินนวยนาดเข้ามาในมือถือจานกระเบื้องใส่ขนมเปี๊ยะไส้ถั่วแดงพูนจาน แก้มข้างหนึ่งป่องออกมาเพราะกำลังเคี้ยวตุ้ย ๆ
"คุยอะไรกันเสียงดังคะ?" เธอถามเสียงอู้อี้
"คนจะนอนก็ไม่ได้นอน จะกินก็กินไม่ลง เสียงดังทะลุไปถึงห้องนอนแน่ะ"
ร้อยโทเฉินหน้าแดงก่ำด้วยความโมโห "คุณนาย! นี่เป็นเขตหวงห้าม ใครอนุญาตให้คุณเข้ามา"
หลินซิงเยียนกลืนขนมลงคอ แล้วมองหน้านายทหารหนุ่มด้วยสายตาเบื่อหน่าย
"นี่บ้านฉัน... เอ้ย บ้านสามีฉัน ฉันจะเดินไปไหนก็ได้ ห้องน้ำ ห้องครัว หรือห้องนี้ แล้วอีกอย่าง ฉันหิว ในครัวไม่มีอะไรกินเลย นอกจากขนมเปี๊ยะแข็ง ๆ พวกนี้"
เธอเดินดุ่ม ๆ เข้ามาที่โต๊ะทำงาน วางจานขนมลงทับแผนที่ทหารลับสุดยอดอย่างไม่ไยดี
"นี่! เอาออกไปนะ" ร้อยโทเฉินร้องเสียงหลง รีบพุ่งเข้ามาจะหยิบจานออก
"แผนที่ยุทธการเปื้อนหมด"
"อย่างกนักเลยน่า แค่ขนมเปี๊ยะเอง" หลินซิงเยียนปัดมือเขาออก แล้วหยิบขนมอีกชิ้นขึ้นมากัด
"ว่าแต่พวกคุณทำอะไรกันอยู่? เล่นบอร์ดเกมเหรอ? หน้าเครียดเชียว แพ้แล้วพาลหรือเปล่า?"
โจวหยางเฟิงมองภรรยาตัวแสบที่กำลังป่วนลูกน้องของเขาด้วยความรู้สึกขบขันปนระอา เขารู้ว่าเธอไม่ได้ 'บังเอิญ' เข้ามา เธอรู้ว่าพวกเขากำลังประชุมเรื่องอะไร และเธอกำลังเข้ามา 'ดูเชิง'
"พวกเรากำลังหา 'รังหนู' อยู่" โจวหยางเฟิงตอบสั้น ๆ สบตาเธออย่างรู้กัน
"รังหนู?" หลินซิงเยียนเลิกคิ้ว มองดูแผนที่ภูมิประเทศแถบภูเขาทางตอนเหนือของปักกิ่งที่กางอยู่บนโต๊ะ
ในสายตาคนทั่วไป มันคือเส้นยึกยือและจุดสีต่าง ๆ แต่ในสายตาของอดีตสายลับกุหลาบดำ มันคือเส้นทางลำเลียงอาวุธเถื่อนและฐานลับของ 'ท่านนายพลจาง' ที่เธอเคยถูกส่งไปฝึกโหดสมัยวัยรุ่น
เธอกวาดสายตาดูหมุดสีแดงที่โจวหยางเฟิงปักไว้... ผิดหมดเลย
เขาปักหมุดไว้ที่หมู่บ้านเชิงเขา และโกดังร้างริมแม่น้ำ ซึ่งเป็นแค่จุดหลอกที่องค์กรสร้างไว้ตบตาเจ้าหน้าที่
โถ... พ่อคุณ ฉลาดแต่โดนหลอกซ้ำซาก หลินซิงเยียนคิดในใจ ขืนปล่อยให้บุกไปตรงนั้น มีหวังโดนระเบิดตายยกแก๊ง แล้วฉันก็จะกลายเป็นหม้าย อดใช้เงิน... ไม่ได้การละ
"หาหนูเหรอคะ?" เธอพูดไปเคี้ยวไป
"หนูมันชอบอยู่ที่มืด ๆ ชื้น ๆ และซับซ้อน... ตรงนี้..."
เธอชี้นิ้วที่เปื้อนคราบน้ำมันและเศษถั่วแดงไปที่จุดหนึ่งบนแผนที่
"ตรงนี้มีร้านซาลาเปาอร่อยไหมคะ? หรือมีห้างสรรพสินค้า?"
ร้อยโทเฉินมองตามนิ้วเธอแล้วแค่นหัวเราะ "ไร้สาระ ตรงนั้นมันเป็น 'หุบเขาปีศาจ' เป็นหน้าผาสูงชัน ไม่มีทางเข้าออก ไม่มีใครเข้าไปได้ทั้งนั้นแหละคุณนาย จะไปมีร้านซาลาเปาได้ยังไง"
"อ้าวเหรอ?" หลินซิงเยียนทำหน้ามึน
"เห็นมันวาดเป็นรูปก้นหอย นึกว่าสวนสนุก... เสียดายจัง"
ขณะที่พูด เธอก็แกล้งทำขนมเปี๊ยะในมือหลุดล่วง
ตุ้บ! แผละ!
ไส้ถั่วแดงกวนเหนียวหนืดร่วงลงไปแปะอยู่บนแผนที่ ตรงกลาง 'หุบเขาปีศาจ' พอดิบพอดี ทิ้งคราบสีแดงเข้มเป็นวงกว้างทับเส้นทางยุทธศาสตร์จนมองไม่เห็น
"เฮ้ย! คุณนาย" ร้อยโทเฉินแทบจะกรีดร้อง
"คุณทำบ้าอะไรเนี่ย แผนที่ใบนี้เป็นของลับสุดยอดนะ"
"อุ๊ย... ขอโทษที มือมันลื่น"
หลินซิงเยียนรีบเอานิ้ว (ที่เปื้อนน้ำลายและถั่วแดง) ไปถู ๆ เช็ด ๆ ตรงจุดนั้น ยิ่งเช็ดก็ยิ่งเลอะ ยิ่งถูมันก็ยิ่งเน้นย้ำจุดนั้นให้เด่นชัดขึ้นไปอีก
"สกปรกจริง ๆ เลย" ร้อยโทเฉินทนไม่ไหว ผลักเธอออกห่าง
"ท่านพันเอกครับ ผมบอกแล้วว่าอย่าให้เธอเข้ามา ดูสิครับ แผนที่เสียหมดแล้ว"
โจวหยางเฟิงยกมือห้ามลูกน้อง สายตาของเขาไม่ได้มองที่ความสกปรก แต่มองไปที่ 'ตำแหน่ง' ที่คราบถั่วแดงนั้นเปื้อนอยู่
หุบเขาปีศาจ... พื้นที่สีขาวในแผนที่ที่ใคร ๆ ก็บอกว่าเป็นทางตันและหน้าผาสูงชัน
แต่รอยนิ้วมือของหลินซิงเยียนที่พยายาม 'เช็ด' นั้น เธอลากนิ้วเป็นเส้นยาว ๆ จากหุบเขา เชื่อมต่อลงมายังแม่น้ำสายเล็ก ๆ ที่ถูกมองข้ามไป
เส้นทางนั้น... ถ้ามองดูดี ๆ มันคือเส้นทางเดินทัพทางน้ำที่สามารถขนอาวุธเข้าไปซ่อนในถ้ำหลังน้ำตกได้
หัวใจของพันเอกหนุ่มเต้นแรงขึ้นมาทันที เขารีบหยิบแว่นขยายมาส่องดูจุดที่เปื้อนถั่วแดง
"นี่มัน..." เขาพึมพำ
"สกปรกใช่ไหมคะ?" หลินซิงเยียนยิ้มแห้ง ๆ
"เดี๋ยวฉันไปเอาผ้าชุบน้ำมาเช็ดให้นะคะหรือจะให้ซื้อแผ่นใหม่มาคืน?"
"ไม่ต้อง" โจวหยางเฟิงเงยหน้าขึ้นมองเธอ ดวงตาเป็นประกายวาวโรจน์ "ร้อยโทเฉิน! เอามีดมา"
"ครับ?" ร้อยโทเฉินงง แต่ก็ส่งมีดพกให้
โจวหยางเฟิงใช้ปลายมีดขูดคราบถั่วแดงออกบางส่วน เผยให้เห็นเส้นความสูงของภูเขาที่ซ่อนอยู่ใต้คราบนั้น เมื่อนำมาประกอบกับเส้นทางที่หลินซิงเยียนลากนิ้วผ่าน มันเกิดเป็นเส้นทางลับที่สมบูรณ์แบบที่พวกเขาหาไม่เจอมาตลอดสามเดือน
"ทางเข้าถ้ำใต้น้ำ" โจวหยางเฟิงพูดเสียงสั่นด้วยความตื่นเต้น
"พวกมันไม่ได้ขนของผ่านถนน... พวกมันขนผ่านถ้ำใต้น้ำตกที่หุบเขาปีศาจ"
ทั้งห้องตกอยู่ในความเงียบกริบ นายทหารทุกคนรีบก้มลงดูแผนที่ แล้วก็ต้องสูดหายใจลึก
"จริงด้วยครับท่าน" ร้อยโทเฉินอุทาน
"ถ้าเข้าทางนี้ ก็จะหลบด่านตรวจได้ทั้งหมด มิน่าล่ะเราถึงหาไม่เจอ"
ทุกคนหันขวับมามองหลินซิงเยียนเป็นตาเดียว
หลินซิงเยียนยืนเลียคราบถั่วแดงที่ติดนิ้วอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาว
"มองหน้าฉันทำไมคะ? ฉันไม่ได้กินแผนที่เข้าไปนะ แค่ทำขนมหกเอง" เธอทำหน้าซื่อตาใส
"ตกลงตรงนั้นไม่มีร้านซาลาเปาใช่ไหม? งั้นฉันไปนอนดีกว่า เสียเวลาจริง ๆ"
เธอหยิบจานขนม (ที่เหลือแต่เศษ) แล้วหันหลังเดินนวยนาดออกจากห้องไป ทิ้งให้เหล่าทหารกล้ายืนอึ้งกิมกี่
แต่ก่อนที่เธอจะก้าวพ้นประตู เสียงทุ้มต่ำของโจวหยางเฟิงก็ดังขึ้นไล่หลัง
"เดี๋ยว..."
หลินซิงเยียนชะงัก ขนลุกซู่ ซวยแล้ว... หรือเขาจะจับได้?
เธอค่อย ๆ หันกลับมาปั้นหน้ายิ้ม "มีอะไรอีกคะคุณสามี? จะให้ค่าขนมเพิ่มเหรอ?"
โจวหยางเฟิงเดินอ้อมโต๊ะมายืนตรงหน้าเธอ สายตาของเขาจับจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ ราวกับจะมองให้ทะลุถึงวิญญาณข้างใน
"คุณรู้ได้ยังไง?" เขาถามเสียงเบาให้ได้ยินกันแค่สองคน
"ว่าตรงนั้นคือจุดตาย?"
"ฉันบอกแล้วไงคะว่ามือลื่น" เธอยืนยันคำเดิม
"มือลื่น... ที่บังเอิญลากผ่านเส้นทางลับที่ซับซ้อนที่สุดในปักกิ่งได้อย่างแม่นยำระดับมิลลิเมตร?" โจวหยางเฟิงยิ้มมุมปาก เป็นรอยยิ้มที่ดูอันตรายและเจ้าเล่ห์พอกัน
เขาโน้มหน้าลงมากระซิบข้างหูเธอ
"ขอบคุณสำหรับ 'ขนม' นะครับคุณนาย... คืนนี้รีบเข้านอนล่ะ เพราะผมอาจต้องยืมมือที่ 'ลื่น' ของคุณ มาช่วยงานอีกเยอะเลย"
หลินซิงเยียนเบิกตากว้าง เวร... แทนที่จะได้นอน กลายเป็นหาเหาใส่หัวซะแล้ว!
เธอรีบสะบัดหน้าหนี เดินกระแทกเท้าปัง ๆ ออกจากห้องไป ทิ้งให้โจวหยางเฟิงมองตามหลังด้วยสายตาของผู้ล่าที่เจอเหยื่อที่ถูกใจ
โจวหยางเฟิงมองรอยถั่วแดงบนแผนที่สลับกับแผ่นหลังบางของภรรยา เขาเป็นทหารมาทั้งชีวิต ไม่เชื่อเรื่องบังเอิญระดับมิลลิเมตรแบบนี้แน่
แต่สิ่งที่เขาเห็นคือ 'ทางรอด' ที่เขากำลังมืดแปดด้าน ความเป็นอัจฉริยะที่ถูกฉาบไว้ด้วยความซุ่มซ่ามของเธอมันช่างเย้ายวนใจจนเขาอยากจะแกล้งโง่ต่อไปอีกสักนิด
"ซิงเยียน... เธอจะลากฉันไปลงหลุมทอง หรือลงหลุมศพกันแน่?"
"ร้อยโทเฉิน สั่งกองกำลังเตรียมพร้อม" โจวหยางเฟิงหันกลับมาสั่งการเสียงเฉียบขาด
"คืนนี้เราจะไป 'ปิกนิก' ที่หุบเขาปีศาจกัน"
