บทที่ 3 บุรุษใกล้ตาย
“ข้ากินข้าวแล้ว จะอาบน้ำต่อ เจ้าให้คนเตรียมน้ำอาบให้ข้าที” ท่านหมอหนุ่มเอ่ยด้วยท่าทีสบายๆ ราวกับอยู่ในเรือนตน
เสี่ยวไป๋ค้อมศีรษะรับคำ ในใจก็นึกชื่นชมท่านหมอผู้นี้ที่มิได้หวาดกลัวการตกมาอยู่ในค่ายแห่งนี้เลยสักนิด บ่าวรับใช้ออกจากเรือนรับรองสำหรับแขกพิเศษไปสั่งให้บ่าวทำงานหนักทำการต้มน้ำ จากนั้นก็ไปรายงานให้กับนายน้อยของตนได้ทราบ
หรูหยู่เยียนฟังแล้วก็พยักหน้ารับ นางยกยิ้มมุมปาก
“หมอเทวดาฮัวผู้นี้แปลกคนดีจริง เป็นผู้อื่นรู้ว่าตนถูกลักพาตัว ย่อมต้องระมัดระวังตัว แต่เขากลับมิได้มีท่าทางเช่นนั้นเลย กระทั่งการพูดคุยกับข้าก็เป็นไปอย่างปกติ”
บุรุษหนึ่งในเจ็ดผู้ติดตามหรูหยู่เยียนยิ้มน้อยๆ “บางทีหมอฮัวอาจจะชินกับการถูกลักพาตัวแล้วกระมัง ข้าได้ยินว่าเขาถูกลักพาตัวไปรักษาคนอยู่บ่อยๆ”
“ก็ดี เสี่ยวไป๋ เจ้าดูแลเขาให้ดีเล่า นี่ก็เย็นมากแล้ว พรุ่งนี้ ข้าจะได้พาเขาไปพบท่านพ่อ” หญิงสาวสั่งแล้วก็กลับไปพักผ่อนที่เรือนพักของตน
“เจ้าตื่นได้แล้ว หมอฮัวยามนี้สายมากแล้ว ข้าพาเจ้ามาเพื่อรักษาคน มิใช่ให้มานอนพักผ่อน”
เสียงที่ดังอยู่เหนือศีรษะทำให้ฮัวชวินงัวเงียขึ้น เขาอ่อนเพลียและปวดเมื่อยจากการเดินทางในขณะที่ต้องแสร้งไร้สติอยู่หลายชั่วยาม จึงได้เผลอนอนจนตะวันสายโด่ง
เจ้าของเสียงยืนกอดอกกางขาเล็กน้อยอยู่ตรงหน้า ฮัวชวินเลิกคิ้วน้อยๆ มองใบหน้านางที่เปลี่ยนไปเล็กน้อย วันนี้นางมิได้เขียนคิ้วหนาเหมือนเมื่อวาน ทำให้ใบหน้านั้นดูหวานขึ้น เสื้อผ้าที่นางสวมเป็นสีฟ้า เมื่อเทียบกับเมื่อวานแล้ว ทำให้นางในวันนี้ดูไม่กระด้างเยี่ยงโจรเหมือนชุดสีดำเมื่อวาน
‘หากจับนางมาแต่งตัวแต่งหน้าเสียใหม่ก็นับว่าเป็นสตรีงดงามผู้หนึ่ง’ ฮัวชวินนึกประเมินสตรีข้างหน้าในใจ แต่นางแปลกนักที่เสี่ยวไป๋เรียกนางว่า ‘นายน้อยหรู’
“นายน้อยหรู ฟ้ายังไม่สว่างดีเลย ถ้าท่านเห็นว่าข้าเป็นแขกก็ควรให้ข้านอนพักให้เต็มที่สักหน่อย”
“ที่ไหนกัน ตอนนี้เจ้าอยู่ในฐานะเชลยของข้า รีบลุกขึ้นได้แล้ว รีบไปรักษาคน”
ท่านหมอรูปงามหรี่ตาลงเล็กน้อย ผมเผ้ายังยุ่งเหยิงอยู่ สาบเสื้อแบะอ้าค่อนข้างกว้าง หรูหยู่เยียนรู้สึกว่าตนเองผิวหน้าร้อนผ่าวขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเบือนหน้าหนีทิวทัศน์ของคนรูปงามตรงหน้า
ใช่ว่าไม่เคยเห็นบุรุษถอดเสื้อผ้า แต่ไม่เคยเห็นบุรุษรูปงามขนาดนี้มาก่อน ฮัวชวินมิได้ดูบึกบึนมีมัดกล้ามเต็มตัวอย่างบุรุษในค่ายของนาง ทว่าร่างกายของเขาก็มิได้ดูอ่อนแออย่างบัณฑิตหรือหมอทั่วไปที่นางเคยเห็น ตอนที่นางแบกเขาก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของฮัวชวินแน่นและหนักพอสมควรเมื่อเทียบกับบุรุษอื่นที่นางเคยแบกมา
“นายน้อยหรู ท่านหวังพึ่งพาข้า เหตุใดจึงไม่รู้จักเกรงอกเกรงใจข้าให้มาก” หมอรูปงามร้องฮึขึ้นคำหนึ่ง แต่ก็ยอมลุกจากเตียงนอนเสียโดยดี
หรูหยู่เยียนดึงแขนของฮัวชวินให้ลุกขึ้นจากที่นอน ร่างของท่านหมอหนุ่มเซถลาเข้าไปแนบชิดกับนางโดยมิได้ตั้งใจ
“โอ๊ะ!” ชายหนุ่มร้องขึ้น
ฮัวชวินคะเนได้ว่าคนที่ดึงแขนตนมีวรยุทธ์จึงได้โอนอ่อนผ่อนตาม ใบหน้าของคนทั้งสองอยู่ห่างกันไม่ถึงหนึ่งฝ่ามือ ครั้นสบตากันแล้ว หรูหยู่เยียนกลับรู้สึกว่าสายตาของท่านหมอหนุ่มทั้งคุกคามและร้อนแรงจนนางต้องผงะออก
“อย่ามาเล่นลิ้นกับข้า ข้าบอกแล้วว่าข้าลักพาตัวเจ้าเพื่อให้มาช่วยรักษาคน หากรักษาดีข้าจะตบรางวัลอย่างงาม แต่ถ้าเจ้าทำไม่ได้ ข้าก็จะฝังเจ้าเสียบนเนินเขาแห่งนี้”
“โจรชั่ว! เจ้ามันไม่มีคุณธรรมเอาเสียเลย ข้ายังไม่รู้เลยว่าคนที่เจ้าต้องการให้ข้ารักษาอาการเป็นตายร้ายดีอย่างไร ฉวยเกิดเขาสิ้นชีวิตด้วยเหตุสุดวิสัย เจ้าก็คิดจะทำให้ข้าตายไปพร้อมกับเขาหรือ” ชายหนุ่มเอ่ยออกมาอย่างไร้ความกลัวเกรง คำเรียกเปลี่ยนจากท่านเป็นเจ้าในทันที
หรูหยู่เยียนได้ยินเช่นนั้นก็โมโห ใช้อีกมือสะบัดผ้าห่มที่คลุมอยู่ท่อนเอวของท่านหมอรูปงามแล้วกระชากร่างสูงโปร่งที่สูงกว่าตนเองราวครึ่งศีรษะไปยังโต๊ะที่วางอ่างน้ำล้างหน้าและผ้าซับหน้าเอาไว้
“รีบล้างหน้า เปลี่ยนเสื้อผ้าเร็วเข้า เจ้าต้องรีบรักษาเขาให้เร็วที่สุด จำเอาไว้ให้ดีว่าชีวิตเจ้ากับชีวิตเขาผูกติดเอาไว้ด้วยกัน”
ฮัวชวินถลาตามแรงของนางไป วรยุทธ์ของสตรีผู้นี้นับว่าไม่เบาเลยทีเดียว ท่านหมอหนุ่มมีสีหน้าเรียบเฉย ครั้นนางปล่อยมือ เขาก็ดึงสาบเสื้อปิดแผ่นอกที่มีมัดกล้ามพอสมควรเอาไว้เสีย
“ข้าเป็นบุรุษที่กำลังจะผลัดเสื้อผ้า ท่านเป็นสตรี คิดจะอยู่มองข้าเช่นนี้หรือ” เขาเอียงคอเล็กน้อยหันไปถามนาง
“ได้! ข้าจะไปรอท่านข้างนอก” นางสะบัดหน้าออกจากห้องพักของเขาไป
ฮัวชวินรู้สึกคล้ายตนเองตาฝาดเห็นใบหน้าของนางซับสีระเรื่อขึ้น ตัวเขาเคยถูกคนลักพาตัวมาหลายคราวเพื่อให้ไปรักษาผู้บาดเจ็บที่ไม่อาจจะไปโรงหมอเพื่อรักษาตัวได้ตามปกติ แต่ครั้งนี้ เขารู้สึกถูกใจหัวหน้าโจรจึงมิได้คิดหาวิธีหลบหนี
ห้องด้านในสุดของอาคารใหญ่ค่ายม้าแดง มีร่างของบุรุษวัยกลางคนผอมเหลืองใบหน้าตอบซีดเซียวนอนหายใจรวยริน นายน้อยหรูเดินเข้าไปประชิดริมเตียง เอ่ยถามโดยไม่มองหน้าบ่าวรับใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆ
“ท่านพ่อเป็นอย่างไรบ้าง”
“นายท่านอาการเหมือนเดิมขอรับ รับประทานอาหารโปรดได้ทุกอย่าง เพียงแต่ไม่อาจลืมตาขึ้นได้”
หรูหยู่เยียนหันกลับไปมองคนรูปงามที่ยืนเยื้องไปด้านข้างตน
“อย่างที่เจ้าเห็น ท่านพ่อของข้าถูกพิษที่ไม่รู้จักเข้า ระดมท่านหมอมาสิบกว่าคนแล้วยังไม่อาจจะรักษาได้ ร่างกายซีดเซียว ไร้เรี่ยวแรง นอนหลับตานิ่งและพูดไม่ได้ แต่ยังคงรับประทานอาหารได้ตามปกติ ที่น่าแปลกคือร่างกายผ่ายผอมลงเรื่อยๆ”
“นายน้อยหรู ท่านออกไปก่อนได้หรือไม่ ให้บ่าวรับใช้ท่านผู้นี้อยู่กับข้าก็พอ”
“ท่านต้องการทำสิ่งใดหรือ”
“ข้าจำต้องตรวจร่างกายบิดาของท่านอย่างละเอียด และท่านก็ไม่เหมาะที่จะอยู่ในห้องนี้”
“ได้! เช่นนั้นข้าไปรอข้างนอก” นางรับคำแล้วลุกออกจากเก้าอี้ไป
ครั้นประตูห้องปิดห้อง ฮัวชวินก็ดึงผ้าห่มออกจากร่างของนายท่านหรู เขาบอกให้บ่าวรับใช้เปลื้องเสื้อผ้าของผู้ที่นอนบนเตียงออกจนเกือบหมด
“แย่มากจริงๆ”
ครั้นได้เห็นสภาพผิวของบิดานางแล้ว ชายหนุ่มตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง
‘คนผู้นี้ช่างถูกพิษที่อันตรายเหลือเกิน ไม่แน่ว่าครั้งนี้-ข้าอาจจะรักษาไม่ได้ ต้องเอาชีวิตมาทิ้งในค่ายโจรแห่งนี้เสียแล้ว’
บ่าวรับใช้ได้ยินถึงกับหน้าซีด เอ่ยถามด้วยเสียงเครือ “ไม่มีหนทางรักษาเลยหรือขอรับ ท่านหมอ”
************************
