บทที่ 2 แขกพิเศษ
หญิงสาวบนหลังม้าหน้าตึงเอ่ยเสียงห้วน “พอๆ ไปกันได้แล้ว ท่านอยากได้สิ่งใดก็ไปตกลงที่ค่ายของข้า”
ฮัวชวินมองไปยังม้าทั้งแปด บุรุษที่ติดตามนาง ล้วนรูปร่างบึกบึนแต่งกายดีต่างจากโจรทั่วไปที่เขาเคยพบมา ค่ายโจรของนาง เห็นทีจะเป็นค่ายโจรใหญ่ที่ร่ำลือกันในแถบนี้ ได้ยินว่าทางการเคยส่งคนมาสืบหา แต่กลับไม่พบ
“แล้วจะให้ข้าขี่ม้าตัวใดเล่า” ชายหนุ่มเอ่ยถามเรียบๆ
“ไปกับข้า!” หรูหยู่เยียนลงจากม้าเดินเข้ามาใกล้ ในใจนางรู้สึกรำคาญที่จะต่อปากต่อคำกับบุรุษตรงหน้า มือใหญ่ของนางสับลงบนต้นคอของท่านหมอหนุ่มทันที
ร่างของฮัวชวินล้มลงโดยที่นางประคองเอาไว้แล้วอุ้มเขาขึ้นพาดบนหลังม้า
“ไป!” นางร้องสั่งเสียงดัง ใช้เท้ากระทุ้งสีข้างม้า ก่อนจะพาม้าตัวใหญ่ทะยานนำหน้าไปอย่างรวดเร็ว
พักใหญ่คนกลุ่มนั้นก็ไปถึงที่หมาย
“นายน้อยกลับมาแล้ว!” คนหน้าเรือนวิ่งมารับ คนทั้งหมดล้วนเรียกขานหรูหยู่เยียนที่แต่งกายเป็นบุรุษยังแต่วัยเยาว์ว่านายน้อย
หรูหยู่เยียนแบกฮัวชวินใส่บ่าเดินลิ่วเข้าไปในเรือนพัก
ผู้ทำหน้าที่พ่อบ้านรีบเอ่ยปราบ “ร้องเอะอะทำไมกัน ห้องพักแขกเตรียมเสร็จหรือยัง โต๊ะอาหารล่ะ เรียบร้อยหรือไม่”
บ่าวรับใช้ตอบด้วยความนอบน้อม “พ่อบ้านไป๋ ไม่ต้องห่วง พวกเราเตรียมเรียบร้อยแล้ว”
หรูหยู่เยียนมิได้หยุดฟัง นางก้าวเท้าเร็วไปยังเรือนด้านขวา “แต่ตอนนี้ข้าต้องการให้เตียงให้แขกพิเศษของเราได้นอนพักสักหน่อย ข้าพาเขาพาดมาบนหลังม้า ไม่รู้ว่าจะหายวิงเวียนยามใด”
สถานที่แห่งนี้อยู่บนเขาสูง รายรอบด้วยป่าทึบ เป็นที่ตั้ง ‘ค่ายม้าแดง’ ชื่อค่ายมาจากสีของม้าที่คนในค่ายใช้ ส่วนใหญ่เป็นม้าสีน้ำตาลแดง
หรูหยู่เยียนให้คนในสังกัดแอบเข้ามาสร้างที่พักไว้ ในยามแอบเข้ามาสอดแนมแคว้นหมิง แต่ยามนี้กลับกลายเป็นที่พักพิงสำคัญของนางและผู้ติดตาม
ร่างสูงโปร่งของฮัวชวินอยู่ในอ้อมกอดแข็งแรงของขุนพลหญิง ชายหนุ่มรู้ว่าตนเองถูกพามาถึงเรือนนอนก็แอบลืมตาขึ้น
“คนผู้นี้คือหมอเทวดาฮัว แขกพิเศษของข้า พวกเจ้าต้อนรับให้ดีเล่า”
“ขอรับ นายน้อย” พ่อบ้านรับคำ แล้วหันไปหาบ่าวรับใช้ที่ยืนรออยู่ข้างหลัง “เจ้าตามไปดูแลนายน้อยที่โต๊ะอาหารแทนข้าด้วย”
“ขอรับ” บ่าวรับใช้ประสานมือค้อมศีรษะรับคำ ก้มหน้ารอให้หรูหยู่เยียนเดินนำหน้า
“วันนี้มีขาแพะย่างที่ขาสั่งไว้หรือไม่” นางถามยิ้มๆ
“มีขอรับ!”
“ดี!” หรูหยู่เยียนหันไปหาผู้ติดตามทั้งเจ็ด “ไปกินขาแพะกัน คืนนี้พวกเจ้าก็พักให้เต็มที่พรุ่งนี้เช้าก็ไม่ต้องรีบตื่น ข้าอนุญาตให้พักผ่อน”
“ขอรับ!” เสียงรับคำหนักแน่นของคนทั้งเจ็ดดังขึ้นพร้อมเพรียงกัน
การเดินทางจากเมืองฉู่จิ้งมาถึงที่แห่งนี้ ใช้เวลาเกือบสี่ชั่วยาม พวกเขาพักม้าอยู่สองหน เป็นเพราะหรูหยู่เยียนต้องคอยประคองร่างของฮัวชวินจึงไม่อาจจะควบม้าเร็วได้ดั่งใจ
นางครุ่นคิดอย่างอารมณ์ดี ‘ในเมื่อเจอหมอเทวดาแล้ว อาการของท่านพ่อก็คงจะหายในเร็ววัน’
ภารกิจในการลักพาตัวครั้งนี้นับว่ายาวนานนัก ค่ายพยัคฆ์ไฟแห่งเมืองฉู่จิ้งของแคว้นหมิงมีการตรวจตราอย่างเข้มงวดและรัดกุม กว่าจะเข้าไปสืบหาตัวท่านหมอหนุ่มรูปงามฮัวชวินได้ก็ใช้เวลาเกือบหนึ่งเดือน
“ครั้งนี้ข้าได้เห็นแล้วว่าแคว้นหมิงแข็งแกร่งเหลือเกิน ค่ายทหารของพวกเขามีวินัยสูงและฝึกฝนอย่างหนัก สมแล้วกับที่เคยบุกเข้าตีแคว้นเว่ยของพวกเราอย่างราบคาบ นี่แค่ค่ายอันดับสองยังแทรกซึมเข้าไปยากถึงเพียงนี้ หากเป็นค่ายอันดับหนึ่งอย่างค่ายพยัคฆ์เหินของชินอ๋อง เห็นทีคนของเราคงจะถูกจับตัดหัวไปแล้ว”
คนทั้งเจ็ดฟังหัวหน้าของตนแล้วก็พากันพยักหน้า หรูหยู่เยียนจึงกล่าวต่อ
“เราต้องฝึกคนของเราให้หนักขึ้น ไม่เช่นนั้นแคว้นเราคงไม่อาจจะหลุดพ้นการตกเป็นทาสของผู้อื่น” สายตาของนางเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
แคว้นเว่ยบ้านเกิดเมืองนอนของนางตกอยู่ภายใต้ปัญหาการแย่งชิงอำนาจ ศึกภายในทำให้ราษฎรลำบากยากแค้น ต้องอพยพไปอยู่ตามป่าเขา และบางส่วนก็ถึงกับหนีข้ามแดนไปเป็นราษฎรแคว้นที่มีพรมแดนติดกัน
ฮัวชวินรู้สึกตัวขึ้นมาในตอนดึก ท้องของเขาร้องโครกคราก ชายหนุ่มปวดเมื่อยไปทั้งเนื้อทั้งตัว ครั้นทบทวนความจำก็พลันนึกได้ว่าเขาถูกโจรขี่ม้าสีน้ำตาลแดงทั้งแปดคนลักพาตัวมา
‘โจรถ่อย! ออกแรงทำร้ายข้าทำไมกัน อุตส่าห์ตกลงแล้วแท้ๆ คอยดูเถอะ ข้าจะสั่งสอนเสียให้เข็ด’
ประเมินจากการแต่งกายและม้าที่คนพวกนั้นใช้ ฮัวชวินรู้สึกว่าพวกเขาไม่น่าจะเป็นโจรธรรมดา ม้าพันธุ์ดีรูปร่างสูงใหญ่คล้ายจะเป็นม้าศึก หมอหนุ่มลอบสังเกตปลอกกระบี่ของสตรีนางนั้นพบว่าเป็นของสูงค่า บางทีคนกลุ่มนี้อาจจะเป็นคนจากสำนักยุทธ์สักแห่งหรือไม่ก็เป็นกองทหารของแคว้นข้างเคียงที่ลอบเข้ามาในแคว้นหมิง
“ท่านรู้สึกตัวแล้วหรือขอรับ เป็นอย่างไรบ้าง”
ฮัวชวินหันไปมองคนที่เข้ามาทักทาย ชายหนุ่มผู้นี้ใบหน้าเกลี้ยงเกลา แต่งกายด้วยชุดที่มิได้หรูหราทว่าสะอาดสะอ้าน พูดจาสุภาพเรียบร้อย ลักษณะเช่นนี้หากบอกว่าเป็นบัณฑิตตกยาก ฮัวชวินย่อมเชื่อโดยง่าย
“ปวดเมื่อยไปหมดน่ะสิ ข้าตกลงแล้วแท้ๆ หัวหน้าโจรช่างไร้มารยาทเสียจริง คิดจะเชิญข้ามารักษาคนก็ควรจะทำดีกับข้าให้มากกว่านี้”
ได้ยินแขกพิเศษบ่นเช่นนั้น สีหน้าของบ่าวรับใช้ค่ายม้าแดงก็คล้ายจะเจื่อนลงไปเล็กน้อย
“ขออภัยแทนนายน้อยของข้าน้อยด้วย ข้าน้อยมีนามว่าเสี่ยวไป๋ ต่อไปข้าน้อยจะเป็นคนคอยดูแลท่านหมอในยามที่พำนักในค่ายแห่งนี้เองขอรับ”
ฮัวชวินเลิกคิ้วข้างหนึ่ง “ค่ายโจรของพวกเจ้าชื่อใด”
“ค่ายม้าแดง ขอรับ” เสี่ยวไป๋ตอบเรียบๆ
ชายหนุ่มนิ่งไปอึดใจหนึ่ง “ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”
“ขอรับ ที่นี่ไม่เคยผู้ใดเข้ามาถึง ยกเว้นพวกเรา”
ฮัวชวินผงะ พลันนึกถึงเรื่องที่ตนได้ยินมา เขาคงจะเป็นผู้ที่สวรรค์เลือกเสียแล้ว ถูกลักพาตัวโดยหัวหน้าโจรค่ายลึกลับที่ทางการพยายามสืบหาแต่ไม่เคยได้เบาะแส
“เออ เสี่ยวไป๋ ข้าหิวแล้ว เจ้ามีอาหารให้ข้ากินหรือไม่”
“ไม่ต้องห่วงขอรับ ข้าน้อยเตรียมเอาไว้เรียบร้อยแล้ว” เสี่ยวไป๋รู้สึกประหลาดใจที่ท่านหมอหนุ่มรูปงามมิได้มีท่าทางหวาดกลัวทั้งๆ ที่ถูกลักพาตัว”
**********************
