บทที่ 1 โจรหญิง
“พวกเจ้าเป็นใคร เหตุใดต้องตามข้ามา ”
“ไม่ต้องถาม! ตามพวกข้าไปเสียดีๆ”
ฮัวชวินถอยหลังกรูดจนหลังไปชิดกำแพง เขาล้วงเข้าไปในกระเป๋าผ้าที่สะพายเอาไว้ ค่อยๆ ลูบลวดลายบนขวดกระเบื้องเพื่อให้แน่ใจว่าตนเองจะหยิบยาไม่ผิด ปลายนิ้วของชายหนุ่มสะกิดจุกปิดปากขวดออกแล้วหันไปต่อล้อต่อเถียงเพื่อหันเหความสนใจ
“หากอยากให้ข้าตามเจ้าไปแต่โดยดีก็ควรจะบอกข้าสิ”
บุรุษที่ถือดาบอยู่ทางซ้ายหันไปหาคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง
“ลูกพี่! ข้าบอกแล้วว่ารีบจับตัวไม่ต้องถามไถ่ เห็นหรือไม่ว่าเป็นเรื่องเสียเวลา”
ฟุ่บ! ฟั่บ!
ควันที่ขาวคละคลุ้งอยู่ตรงหน้า คนถือดาบที่อยู่ใกล้ที่สุดสองคนหน้าหงายสิ้นสติล้มลงไป ส่วนสามคนด้านหลังที่ยังไม่ทันระวังตัวก็ถูกหมอหนุ่มซัดฝุ่นสีขาวจากขวดกระเบื้องเล็กๆ เข้าใส่จนล้มลงไป
"พวกเจ้าดูถูกข้าเกินไปแล้ว ฉายาหมออันดับหนึ่งแห่งค่ายพยัคฆ์ไฟไม่ได้มาเพราะฟ้าประทานหรอกนะ ข้าอุตสาหะพากเพียรเรียนรู้เรื่องสมุนไพรและการปรุงยาอยู่นับสิบปี คิดจะมาจับข้าง่ายๆ ได้อย่างไร”
ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งผิวขาวผ่องใบหน้าผุดผาดในชุดผ้าไหมสีขาวปักลวดลายเถาวัลย์ ควานหาจุกขวดในกระเป๋าผ้าออกมาปิดแล้วเก็บคืนไว้ ก่อนจะก้าวข้ามร่างที่ล้มเกะกะอยู่ตรงหน้า
“ข้าไปล่ะ หวังว่าจะไม่เจอพวกเจ้าอีก” ชายหนุ่มเหลือบแลเล็กน้อยก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งจากไป
ครั้นเขาวิ่งมาได้ไกลแล้วก็พยายามมองหามือปราบที่อาจจะเดินลาดตระเวนแถวนั้นเพื่อแจ้งให้ไปจับคนร้าย
“เฮ้อ! ตอนต้องการตัวกลับไม่เจอ ตอนไม่ต้องการดันเจอบ่อยเหลือเกิน พวกมือปราบนี่ทำงานอย่างไรกัน”
ฮัวชวินหงุดหงิดที่มองหามือปราบไม่เจอสักคน จึงตัดสินใจขึ้นรถม้าหมายจะเร่งเข้าเมืองหลวง ทิ้งคนทั้งห้าเอาไว้เบื้องหลัง
ผงสิ้นสติของเขาออกฤทธิ์อยู่ห้าชั่วยาม ปล่อยให้คนพวกนั้นนอนจนถึงเช้า เดี๋ยวก็คงมีคนมาพบเอง
‘ช่างหัวมันเถอะ ข้าหลบเข้าเมืองหลวงแล้ว พวกเจ้าหาข้าไม่เจอหรอก ข้าถูกจับตัวไปรักษาคนบ่อยแล้ว ดูๆ ไป พวกเจ้าก็คงหวังเช่นนั้น’
“คุณชาย เสร็จธุระเร็วจริงขอรับ” คนรับใช้ที่นั่งอยู่รถม้าทักขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“พวกเรารีบหนีกันเถอะ ข้าเจอคนคิดจะมาลักพาตัวอีกแล้ว” ฮัวชวินสีหน้าไม่ค่อยดี
“อืม...ถ้าจะนับไป ครั้งนี้ก็น่าจะเป็นครั้งที่สิบเลยนะขอรับ” คนขับรถม้าถึงกับส่ายหน้า เขาอยู่รับใช้ฮัวชวินมาตั้งแต่หมอหนุ่มออกจากบ้านมาทำงานที่กองทัพ
“รีบไปกันเถอะ ก่อนจะมีคนของพวกมันโผล่มาอีก” หมอหนุ่มเร่งเร้า
รถม้าของฮัวชวินเดินทางออกจากประตูเมืองฉู่จิ้งโดยที่คนบนรถม้าไม่รู้เลยว่าพวกตนถูกสะกดรอยโดยคนอีกกลุ่มหนึ่ง
หญิงสาวในชุดบุรุษท่าทางองอาจควบม้าสีน้ำตาลแดงตัวใหญ่ที่สุดเอ่ยขึ้น “ทุกคน! ระวังตัวด้วย อย่าให้เป็นเหมือนเจ้าโง่พวกนั้น กลับไปข้าจะลงโทษพวกมันเสียให้เข็ด แค่จับตัวบุรุษไร้วรยุทธ์ผู้หนึ่งก็ยังทำไม่ได้”
“ขอรับ!” บุรุษทั้งเจ็ดบนหลังม้าที่ควบไล่เรียงมาด้านหลังรับคำอย่างหนักแน่น
ม้าพันธุ์ดีตัวใหญ่แปดตัววิ่งตามหลังรถม้าของท่านหมอหนุ่มออกไปราวกับลูกเกาทัณฑ์ที่ถูกยิงเต็มแรง
ฮัวชวินอยู่ในกองทัพมานาน เคยติดตามแม่ทัพและเหล่าขุนพลออกไปด่านหน้ามานับครั้งไม่ถ้วน แม้จะไม่เคยออกรบจริงๆ จังๆ แต่ก็เขาเคยฝึกฝนการฟังเสียงฝีเท้าคนและม้าที่ตามไล่ล่า หูของเขาจึงไว้เป็นพิเศษ
“เสี่ยวฝาน! ดูเหมือนจะมีคนตามพวกเรามา ไปหาที่จอดที่เหมาะๆ ซ่อนตัวเร็วเข้า ม้าของพวกเขาตัวใหญ่เสียด้วย เห็นทีเราคงจะหนีไม่พ้น”
เจตนาของคนส่วนใหญ่คือจับตัวเขา ดังนั้นเพื่อให้เสี่ยวฝานปลอดภัย พอฮัวชวินรู้ว่าจวนตัวก็จะให้คนรับใช้ทิ้งตนเอาไว้ระหว่างทาง จากนั้นเสี่ยวฝานก็จะขับรถม้าไปรอที่โรงเตี๊ยมข้างหน้า เพื่อรอเขาที่หาทางหลบหนี
เมื่อม้าทั้งแปดตัววิ่งมาขวางตรงหน้า ท่านหมอหนุ่มก็ถอนหายใจอย่างเอือมระอา ทว่าบุรุษบนหลังม้าเมื่อมองเห็นใบหน้าของเหยื่อที่ตนจะมาจับตัวถึงกับตกตะลึง
‘คนผู้นี้หรือ...หมอเทวดาฮัวชวินรูปร่างหน้าตางดงามยิ่งนัก ดูท่ารูปโฉมน่าจะโดดเด่นเกินความสามารถ’
“เจ้าคิดจะมาจับตัวข้า เหตุใดจึงไม่เอารถม้าคันใหญ่ๆ มาด้วยเล่า” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นสบตาคนบนหลังม้าด้านหลัง
ครั้นสังเกตดีๆ ฮัวชวินพบว่าหัวหน้าโจรเป็นสตรีที่รูปร่างสูงโปร่งซ่อนร่างในชุดบุรุษทะมัดทะแมง นางสะพายกระบี่และเกาทัณฑ์ไว้ด้วย ดูจากสง่าราศีของนางแล้ว ช่างน่าเกรงขามนัก
‘เห็นทีหัวหน้าโจรผู้นี้ จะมิใช่โจรธรรมดา รูปโฉมโนมพรรณ ไม่เลวเลยทีเดียว’ ท่านหมอหนุ่มได้แต่นึกชมอยู่ในใจ ดูผาดๆ เครื่องหน้าของนางคมเข้มคล้ายบุรุษ นั่นอาจจะเป็นเพราะนางเขียนคิ้วให้หนาและเฉียง ทำให้ยากจะสังเกต
“รถม้าก็ให้ห้าคนนั้นเอามาแล้ว แต่ท่านนั่นล่ะ รังแกคนของข้า ตอนนี้ข้าก็ไม่รู้ว่ารถม้านั่นไปจอดอยู่ที่ใด ตกลงว่าท่านจะไปกับข้าแต่โดยดีแล้วใช่หรือไม่” สตรีใบหน้าคมเข้มบนหลังม้าจ้องท่านหมอหนุ่มด้วยความคาดหวัง
“เจ้าจะพาข้าไปที่ใด ไกลหรือไม่ นานทีข้าได้พัก เจ้าน่าจะมาจับตัวข้าเสียตั้งแต่ตอนที่ข้ายังทำงานอยู่ ข้าจะได้ไม่เสียวันหยุด” ชายหนุ่มบ่นกระปอดกระแปดคล้ายกับไม่หวาดกลัวการถูกคนกลุ่มใหญ่ไล่ล่าแม้สักน้อย
คนที่หมายมั่นจะมาลักพาตัวถึงกับชะงัก “ท่านไม่ดูกลัวพวกข้าเลยนะ นี่คงมิได้ถูกคนมาลักพาตัวบ่อยๆ หรอกนะ”
ฮัวชวินยิ้มละไม “ก็ใช่น่ะสิ หากนับรวมพวกเจ้าเข้าไปก็เป็นครั้งที่สิบแล้ว ข้าขอเพียงเจ้าไม่ทำร้ายข้าและคนของข้าก็พอ”
ในเมื่อนางมาพร้อมกับคนกลุ่มใหญ่และอาวุธครบมือ นางก็ย่อมจะสะกดรอยตามเขามาพักใหญ่แล้ว
“ได้ ข้าสัญญา ขอเพียงท่านยินดีไปกับข้า ข้าจะไม่ทำร้ายพวกท่านและหากท่านรักษาคนเจ็บให้หายได้ ข้าจะกลับมาส่งท่านที่เมืองฉู่จิ้งอย่างแน่นอน”
“เดี๋ยวก่อน! เจ้าต้องบอกอาการของคนผู้นั้นมาก่อนว่าป่วยมากน้อยเพียงใด หากกินเวลาวันหยุดข้าไปนานล่ะก็ ข้าก็เสียเปรียบแย่ เจ้าต้องชดเชยค่าเสียเวลาให้ข้าอย่างเหมาะสมด้วย เข้าใจหรือไม่” หมอหนุ่มยังคงเชิดหน้า ทำใจกล้าต่อรองกับคนที่คิดลักพาตัวตน
**************
