๑ คนแปลกหน้าที่ดวงตาอบอุ่น (๓)
โลกของคุณยายก็ไม่เหงาอีกต่อไป ท่านมักจะชวนเหลนตัวน้อยติดตามไปเสมอ แล้วฐาภูรีก็ติดคุณย่ามากเสียด้วย เพราะท่านตามใจแล้วยังใจดีอีกต่างหาก มีของเล่นมากมายที่เพิ่งเคยเห็นเป็นครั้งแรก
ไม่ว่าจะเป็นปืนก้านกล้วย ม้าก้านกล้วย เป่าฟองสบู่จากก้านมะละกอ ถือเป็นของเล่นแบบใหม่ที่เด็กชายไม่เคยเล่น จึงสนุกเป็นพิเศษตามติดคุณสอางค์ไม่ห่าง
“คับผม” รับคำเสียงหนักแน่นแล้วเดินตามท่านเข้าบ้าน
ส่วนญาดาวีก็นำของฝากทั้งหมดใส่ตะกร้าเพื่อนำไปให้คนข้างบ้าน เธอเดินไปยังหน้ารั้วของบ้านสองชั้นที่สีสันสดใส ด้านล่างเป็นปูนทาด้วยสีขาว ด้านบนเป็นไม้ทาด้วยสีฟ้า มองเข้าไปเห็นต้นแก้วเจ้าจอมที่ออกดอกปลูกไว้ด้านซ้ายและขวาของหน้าบ้าน เผลอยิ้มกับภาพความสวยงามตรงหน้า
ดูก็รู้ว่าเจ้าของบ้านชอบดอกไม้ หรือไม่อย่างนั้นก็คงปลูกไว้เพราะใครบางคนชอบ...
เธอไม่คิดจะเดาใจเจ้าของบ้านอีกต่อไป เลือกเปิดรั้วที่ไม่ได้ล็อคโดยไม่ขออนุญาต นึกกังวลว่าจะมีสัตว์สี่ขาพุ่งตรงเข้ามาทำร้ายหรือเปล่า ยังโชคดีไม่มีสุนัขเห่าสักตัวจึงเดินมาถึงหน้าบ้าน ตะโกนเรียกคนข้างในเมื่อไม่เห็นใครเลยสักคน
บ้านเงียบเกินไปแล้ว...มีใครอยู่หรือเปล่าเริ่มไม่มั่นใจ
“ขอโทษนะคะ ไม่ทราบว่ามีคนอยู่หรือเปล่าคะ” เริ่มเรียกเพื่อให้ภารกิจของตัวเองลุล่วง เธอก้าวเข้าใกล้ตัวบ้านมากขึ้นแล้วได้กลิ่นหอมของดอกมะลิที่ปลูกไว้ข้างบ้าน นึกอยากเด็ดมาดมก็ต้องอดใจเพราะเป็นการเสียมารยาทหากไม่ได้ขอก่อน
สังเกตว่าบ้านหลังนี้ปลูกดอกไม้ที่มีกลิ่นหอมค่อนข้างเยอะ ทั้งมะลิ ดอกแก้ว ดอกกุหลาบ ดอกลิลลี่ ไหนจะดอกจำปีสีขาวอ่อนอีก เธอเห็นแล้วก็ชอบจนเผลอมองนานแทบจะลืมด้วยซ้ำว่าตนเองมาทำอะไรที่นี่
ดอกไม้สวยขนาดนี้...เจ้าของบ้านคงรักมาก
“ขอโทษค่ะ...” ตะโกนอีกครั้งเมื่อไม่มีเสียงตอบรับ แต่แล้วสายตาของเธอก็หันไปเห็นว่ามีคนกำลังเดินมา เป็นชายร่างใหญ่ที่สวมหมวกปีกกว้างจนเกือบบดบังใบหน้า ใส่เสื้อลายขวางตัวใหญ่ที่เปื้อนดินโคลน สวมกางเกงเก่าและรองเท้าบูท
มองเพียงครู่เดียวก็รู้ว่าเป็นคนดูแลบ้านแน่นอน จึงไม่รอช้ารีบตรงเข้าไปหาเขาพร้อมรอยยิ้มกระจ่าง ได้สบตากับอีกฝ่ายแล้วเห็นว่าเขาชะงักไป
“คุณลุงคะ...คุณลุง...” เธอเรียกเขาเมื่อเห็นว่าสติของคนตรงหน้ากำลังหลุดลอย เอาแต่มองหล่อนนิ่งอยู่เกือบนาทีด้วยซ้ำ
“ครับ?” ได้สติจึงขานรับ
“คุณยายที่อยู่บ้านข้างกันให้เอาของหวานมาส่งค่ะ มีมะม่วงกวนกับข้าวเหนียวมะม่วงค่ะ ฝากให้เจ้าของบ้านด้วยนะคะ”
เธอยื่นตะกร้าให้เขาพร้อมของฝากจากบ้านสวนของคุณยาย ซึ่งมะม่วงที่นำมาทำก็คงมาจากสวนของบ้านหลังนี้นั่นแหละ
เสียดายที่ไม่พบเจ้าของบ้าน มีเพียงคุณลุงคนดูแลที่ดูจะพูดน้อยไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กันเท่าไหร่ ใบหน้าถูกหมวกบดบังแล้วยังใช้ผ้าปิดตั้งแต่จมูกลงไปจึงมองเห็นหน้าไม่ชัด ขณะที่เขามองเห็นหล่อนชัดเจน
ผู้หญิงหน้าตาเกลี้ยงเกลาที่มีรอยยิ้มสดใส ผมยาวถูกมัดเป็นหางม้าพลิ้วไหวตามลม สวมเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ที่ดูธรรมดา แต่พออยู่บนตัวของเธอกลับดูน่ารักสมวัย ไม่รู้เรียนจบมหาวิทยาลัยแล้วหรือยัง หน้าตายังดูละอ่อนอยู่เลย
“ขอบคุณครับ” รับของจากมือของเธอ ก่อนมองตามแผ่นหลังบางที่ห่างออกไป
จากนั้นเขาจึงถอดหมวกและผ้าที่ปิดหน้าออก เผยให้เห็นความคมชัดของกรอบหน้าที่มีหนวดเคราขึ้นเล็กน้อย ดวงตายาวรีกับจมูกโด่งเป็นสันและริมฝีปากรูปกระจับ ความหล่อเหลาสมวัยที่สาวหลายคนเข้าหาเพียงแต่กำแพงที่เขาตั้งไว้ก็สูงเสียเหลือเกิน
ก้มมองของในตะกร้าแล้วยกยิ้มเล็กน้อย หัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวเหมือนถูกน้ำรดจนกลับมาชุ่มฉ่ำอีกครั้ง
“มาครับคุณกร เดี๋ยวผมทำต่อเอง” จากที่เหม่อลอยก็กลับมาสู่ปัจจุบันเมื่อมีเสียงดังจากทางด้านหลัง เขาหันไปมองคนดูแลบ้านก่อนพยักหน้าส่งมอบงานทั้งหมดให้อีกฝ่าย อยู่บ้านอย่างเดียวก็น่าเบื่อจึงหาอะไรทำแก้เหงา
แต่ไม่คิดเลยว่า...ตัวเองจะกลายเป็นลุงซะงั้น
“เอาสิ”
กำลังจะเดินเข้าบ้านแต่แล้วคนสนิทก็เข้ามายืนข้างกาย มองของในตะกร้าด้วยความสนใจ ดวงตาเป็นประกายทันทีเมื่อเห็นว่ามีของกินอยู่ข้างใน
“หือ มะม่วงกวนกับข้าวเหนียวมะม่วง เอามาจากไหนเหรอครับ” น้ำเสียงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น ติดตามเจ้านายมาอยู่ที่นี่ได้สองสัปดาห์แล้ว แต่ไม่ได้กินข้าวหรือของหวานอร่อยเลยสักครั้ง เพราะอีกฝ่ายผูกปิ่นโตกับแม่บ้านที่ทำความสะอาดเก่ง ทว่าทำอาหารไม่ค่อยอร่อยเท่าไหร่
ต้องฝืนกินไปก่อนเพราะตนก็ทำกับข้าวไม่เก่งเช่นเดียวกัน หากกินไม่อิ่มก็ต้องไปหาซื้อที่ตลาด ซึ่งยังไม่มีร้านไหนถูกปากเลย
ต่างจากเจ้านายของเขาที่ดูเหมือนกินข้าวได้อร่อย ลิ้นด้านชาไปแล้วหรือไงถึงแยกความอร่อยไม่ออก อยากพูดแต่ตนเป็นลูกน้อง ในเมื่อชายหนุ่มยังกินได้ตนก็ไม่กล้าเรื่องมาก
ต้องฝืนรับประทานไปก่อน...
“คนข้างบ้านเอามาให้...กินด้วยกันไหม แต่ไม่ได้สิ นายต้องทำสวนต่อเดี๋ยวฉันกินคนเดียวเอง” รีบเก็บของหวานไว้กินคนเดียว เดินเข้าบ้านปล่อยให้อีกฝ่ายมองตามพลางเกาศีรษะด้วยความงุนงงปนเสียดาย เพราะดูจากภายนอกของหวานน่าจะอร่อยกว่าของที่ขายอยู่ตลาดซะอีก
“อ้าว...แล้วจะชวนทำไมแต่แรกวะ” บ่นพึมพำกับตัวเองแต่ก็ยอมเดินไปทำงานแทนเจ้านาย ยังเหลือกุหลาบอีกหลายต้นต้องปลูก รีบทำก่อนจะถึงช่วงเที่ยงดีกว่า จะได้เอาเวลาไปพักผ่อนหย่อนใจ ช่วงนี้เหมือนได้พักร้อนไปด้วยหลังทำงานหนักมาหลายปี
การติดตามเจ้านายมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ถือว่าเสียเที่ยว ได้ทำอะไรหลายอย่างที่ตัวเองไม่เคยได้ทำ...
ขณะเดียวกันหญิงสาวก็เดินกลับบ้านอย่างอารมณ์ดีเมื่อภารกิจลุล่วง เธอส่งมอบของหวานให้คนดูแลบ้านเรียบร้อยแล้ว น่าเสียดายยังไม่ได้เจอเจ้าของบ้านจึงไม่รู้ว่าเขาหน้าตาเป็นอย่างไร จะดูดีภูมิฐานอย่างที่น้าสำรวยขายไว้หรือเปล่า
“เป็นยังไงบ้าง เจอเจ้าของบ้านไหม” เห็นหลานเดินเข้ามาจึงได้ถาม
“ไม่เจอค่ะ แต่ว่านฝากคุณลุงคนสวนไว้แล้ว” ฟังเช่นนั้นก็พยักหน้ารับก่อนชวนหล่อนเข้ามานั่งร่วมโต๊ะเพื่อรับประทานอาหาร
“หิวหรือยัง มากินข้าวเช้ากันลูก”
“ค่ะ” ถึงจะกินข้าวแล้วแต่ก็ไม่ได้กินเยอะ ตอนนี้จึงเริ่มหิวจนต้องรีบเดินมานั่งร่วมวง รับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย
เธอมีความสุขกับการอยู่ที่นี่ แล้วไม่คิดไปไหนแล้ว...
