บท
ตั้งค่า

11 ขออยู่ด้วยคน

ไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงกริ่งหน้าห้องก็ดังขึ้น และเพียงแค่เธอเปิดประตู ร่างสูงสง่าของพีรวิทย์ในชุดเชิ้ตที่ปลดกระดุมเม็ดบนออกอย่างลวกๆ ก็ก้าวเข้ามาในอาณาเขตส่วนตัวของเธอทันที เขาดูหล่อเหลาราวกับเทพบุตร แถมดวงตาคู่ก็เต็มไปด้วยประกายไฟที่พร้อมจะแผดเผาเธอ

“คุณต้องการอะไรจากฉันอีก!” มนต์นภาจ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง

“ผมต้องการรับผิดชอบ” พีรวิทย์ตอบสั้นๆ ทว่าหนักแน่น

“ฉันไม่ต้องการ!”

“แต่ผมต้องการ...” ชายหนุ่มขยับเข้าหา กดดันด้วยรูปร่างกำยำจนร่างบางต้องถอยกรูดไปจนชิดผนัง

“คุณอยากแต่งงานกับผมไหม?” มนต์นภาอ้าปากค้าง สมองหมุนคว้างไปชั่วขณะ

“หึ!.. ใครจะอยากแต่งกับคนฉวยโอกาสอย่างคุณ!” เธอใช้ฝ่ามือเล็กผลักอกแกร่งหวังจะให้เขาถอยห่าง แต่สัมผัสจากลอนกล้ามเนื้อแน่นตึงภายใต้เนื้อผ้าชั้นดีกลับส่งกระแสความร้อนวูบวาบเข้ามาสู่ฝ่ามือจนหน้าเธอร้อนผ่าว

“ถ้าคุณไม่อยากแต่ง ก็ต้องทำตามข้อตกลงเพิ่ม” พีรวิทย์กระตุกยิ้มที่มุมปากอย่างผู้เหนือกว่า

“ข้อตกลงอะไรของคุณอีก”

“ถ้าแม่ผมรู้เรื่องคืนนั้นขึ้นมาละก็ ท่านต้องบังคับเราแต่งงานกันสายฟ้าแลบแน่ ๆ คุณว่ามั้ย”

“คุณต้องการอะไรก็ว่ามา ไม่ต้องอ้อมค้อม”

“ก็ได้ ผมอยากคุณย้ายไปอยู่คอนโดกับผม หรือไม่ก็ให้ผมย้ายมาอยู่กับคุณที่นี่!”

“บ้า! คุณกินยาลืมเขย่าขวดหรือไง!”

“ผมจริงจัง! และถ้าคุณปฏิเสธ... ผมจะเป็นคนเปิดเผยความจริงทั้งหมดเอง” สิ้นคำประกาศิต เขาก็รวบตัวเธอเข้ามากอดอย่างรวดเร็ว มนต์นภาดิ้นรนขัดขืน ทว่าวงแขนแกร่งกลับรัดแน่นขึ้นจนทรวงอกนุ่มหยุ่นบดเบียดไปกับแผงอกกว้าง กลิ่นกายบุรุษเพศที่แสนดึงดูดทำเอาเธอเริ่มใจสั่น

“ปล่อยนะ! ถามจริงเหอะ... ไปตายอดตายอยากมาจากไหน เกิดมาไม่เคยเจอผู้หญิงหรือไง!”

“เอาจริงนะ... ผมก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่าทำไมถึงต้องอยากรับผิดชอบผู้หญิงปากจัดและมือหนักอย่างคุณ” พีรวิทย์ก้มลงกระซิบชิดใบหูจนลมหายใจร้อนๆ เป่ารดผิวเนื้ออ่อน

“ทั้งที่แค่ผมกระดิกนิ้ว ผู้หญิงก็พร้อมจะพลีกายให้ผมค่อนประเทศแล้ว”

“หลงตัวเอง! งั้นก็ไปหาผู้หญิงพวกนั้นสิ มายุ่งกับฉันทำไม!”

“พูดแบบนี้... หึงผมล่ะสิ?” พีรวิทย์โน้มหน้าลงมาสบตา แววตาที่เคยแข็งกร้าวบัดนี้เปลี่ยนเป็นหวานเยิ้มจนมนต์นภาต้องเบนหน้าหนีด้วยความเขินอายที่พยายามซ่อนไว้

“หยุดกอดได้แล้ว ปล่อยนะ ฉันไม่อยากเล่นสงครามประสาทกับคุณแล้ว!”

“ปล่อยสิ”

“คุณก็หยุดดิ้นก่อนสิ ผมจะได้ปล่อย”

“หัดทำตัวน่ารักกับผมหน่อยสิ!!!” ชายหนุ่มยอมคลายอ้อมกอดอย่างอ้อยอิ่ง แต่ไม่วายเอี้ยวตัวไปกดจมูกโด่งลงบนแก้มเนียนฟอดใหญ่จนเกิดเสียงดังสลับกับความนุ่มนวลที่ตราตรึง

“หอมจัง... ไม่ดื้อแบบนี้สิถึงจะน่ารัก”

“พอใจคุณแล้วใช่มั้ย” มนต์นภารีบกุมแก้มตัวเองพลางทำตาขวางใส่คนเจ้าเล่ห์ที่ทำท่าสดชื่นราวกับผู้ชนะในสงครามรักครั้งนี้

“ยัง”

“คุณจะเอาอะไรจากฉันอีก”

“ไปทานมื้อค่ำกับผมสิ ผมเหงา ขี้เกียจนั่งกินคนเดียว”

“เหอะ!!!..คุณนี่มัน”

“ตกลงนะ... เดี๋ยวผมพาไปเอง รับรองว่าร้านนี้คุณต้องชอบ”

ค่ำคืนนี้พีรวิทย์เลือกร้านอาหารหรูใจกลางกรุงที่มีบรรยากาศโรแมนติกที่สุดเพื่อหญิงสาวข้างกาย เขาดูแลเอาใจใส่มนต์นภาประหนึ่งเจ้าหญิงอย่างที่ไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหนมาก่อน ทว่าร่างบางตรงหน้ากลับดูประหม่าและทานอะไรได้เพียงเล็กน้อย

“อิ่มแล้วเหรอคุณ ทานเยอะๆ สิครับ ผมสั่งแต่ของอร่อยมาให้ทั้งนั้นเลยนะ” พีรวิทย์เอ่ยพลางตักอาหารใส่จานให้เธออย่างอบอุ่น

“ฉันอิ่มแล้วค่ะ...” เธอตอบเสียงอ้อมแอ้ม หัวใจยังคงสับสนกับสถานะที่คลุมเครือ

หลังจากทานข้าวเสร็จ พีรวิทย์ขับรถพาเธอกลับมาส่งที่คอนโด ระหว่างที่กำลังจะก้าวเข้าห้อง โทรศัพท์ของมนต์นภาก็ดังขึ้น หน้าจอโชว์ชื่อของอติรุทแฟนเก่าที่เพิ่งเลิกรากันไป พีรวิทย์ชะงักกึก รังสีความหึงหวงแผ่ซ่านออกมาทันที

“เปิดสปีกเกอร์โฟน!” เขาออกคำสั่งเสียงเข้ม มนต์นภาจำใจทำตาม และต้องทนฟังอติรุทพร่ำเพ้อขอคืนดีจนเธอต้องตัดสายทิ้ง

“นี่คุณแทนตัวเองกับมันว่า มนต์ และเรียกไอ้หมอนั่นว่า พี่รุท งั้นเหรอ?” พีรวิทย์ถามด้วยความหงุดหงิดที่ปิดไม่มิด

“ก็เขาเป็นรุ่นพี่นี่คะ”

“แล้วเลิกกับมันหรือยัง!”

“เลิกแล้ว ฉันก็บอกเขาไปชัดเจนแล้วไง คุณไม่ได้ยินหรือไงคะ”

พีรวิทย์ก้าวเข้ามาประชิดตัว ดึงร่างบางเข้าหาอกแกร่ง

“ต่อจากนี้ไป คุณต้องเรียกผมว่าพี่พีร์และแทนตัวเองว่ามนต์เท่านั้น!”

“เผด็จการที่สุด บ้าอำนาจ!”

“ผมแก่กว่าคุณตั้งหลายปี และตอนเด็กๆ คุณก็วิ่งตามเรียกผมว่าพี่พีร์อยู่แล้ว... ลืมไปแล้วหรือไงหืม์” เขาเปลี่ยนโหมดจากดุดันเป็นกวนประสาททันควัน

“ยังมีเรื่องอะไรที่พี่พีร์ต้องการอีกไหมคะ มนต์จะได้ทำรวดเดียวให้จบเลย” มนต์นภาประชดประชัน

“ใจเย็นๆ สิน้องมนต์คนสวย... ตอนนี้พี่พีร์ยังคิดไม่ออกเลยว่าอยากให้ทำอะไร แต่เอ!!! เป็นเรื่องบนเตียงดีม่ะ” เขาจงใจเน้นคำพลางส่งสายตาหยอกเย้าจนหญิงสาวหน้าแดงแป๊ด

“ฝันไปเถอะ เรื่องนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีกเด็ดขาด!”

“มนต์ว่า... ตอนนี้พี่พีร์กลับได้แล้วค่ะ จะสี่ทุ่มแล้ว มนต์จะนอน” เธอเอ่ยเสียงอ่อนลง ทว่าพีรวิทย์กลับทำหน้ามึน

“ไม่กลับได้ไหมที่รัก พี่ขอนอนด้วยนะ คอนโดพี่อยู่ไกล พี่ขี้เกียจขับรถแล้ว”

“ไม่ได้! พี่กลับไปเดี๋ยวนี้เลย มนต์ไม่อยากให้คุณแม่รู้”

“น้าเพ็ญมาที่นี่บ่อยเหรอ?”

“ก็ไม่บ่อยหรอกค่ะ นานๆ ครั้ง”

“งั้นพี่ขอไม่กลับ... เพราะถ้าพี่กลับ ไอ้ผู้ชายคนเมื่อกี้มันต้องมาเคลียร์กับมนต์แน่ๆ พี่ไม่ยอมให้มันเข้าใกล้มนต์หรอก” เขาอ้างเหตุผลสารพัดพลางทำหน้าอ้อนวอน

“เค้าไม่เคยมาที่นี่ค่ะ”

“นะมนต์นะ... พี่สัญญาจะนอนเฉยๆ จะไม่ทำอะไรมนต์เลย พี่สัญญา!” พีรวิทย์ยื่นหน้ามาอ้อนเป็นเด็กๆ มนต์นภาถอนใจเฮือกใหญ่ ในใจแอบคิดว่าถ้าอติรุทบุกมาจริงๆ การมีพี่พีร์อยู่เป็นโล่ก็คงจะดีเหมือนกัน

“แล้วพี่มีชุดเปลี่ยนเหรอคะ?”

“มีสิจ๊ะ! อยู่ในรถ เดี๋ยวพี่มา!” เขาหยิบคีย์การ์ดแล้ววิ่งหายไปเพียงห้านาที ก่อนจะกลับมาพร้อมกับ กระเป๋าเดินทางใบใหญ่

“เฮ้ย! นี่พี่กะจะย้ายมาอยู่ที่นี่ถาวรเลยเหรอ ทำไมขนมาขนาดนี้!”

“มนต์เข้าใจถูกแล้ว พี่ตั้งใจย้ายมาอยู่กับมนต์” เขาตอบหน้าตาย

“จอมขี้ตู่! มนต์ยังไม่ได้ตกลงให้พี่มาอยู่ที่นี่สักหน่อย!”

“งั้นจะให้พี่ไปบอกน้าเพ็ญตอนนี้เลยไหมเรื่องของเรา?” เขามัดมือชกจนเธอได้แต่ฟัดเหวี่ยง

“มนต์ง่วงแล้ว พี่นอนที่โซฟานะ”

“พี่ต้องนอนบนเตียงเดียวกับมนต์เท่านั้น”

หลังจากที่เสียงสายน้ำในห้องน้ำเงียบลง พีรวิทย์ก็เดินก้าวออกมาในชุดนอนผ้าแพรเนื้อละเอียดสีเข้มที่ขับผิวขาวจัดของเขาให้ดูโดดเด่น หยดน้ำยังคงเกาะพราวตามไรผมและซึมผ่านเนื้อผ้าจนเห็นแผงอกรำไร มนต์นภาที่นั่งรออยู่เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วด้วยความดื้อรั้นแกมเป็นห่วง

“ผมเปียกแบบนั้นห้ามนอนนะคะ เดี๋ยวที่นอนมนต์จะเปียก... มานี่เลยค่ะ!”

มือเรียวเล็กจูงมือหนาให้มานั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ก่อนจะหยิบไดร์เป่าผมขึ้นมาจัดการให้ด้วยท่าทางที่ดูคล่องแคล่ว สายลมร้อนอ่อนๆ พัดพาเอากลิ่นหอมของแชมพูให้กระจายฟุ้ง สัมผัสจากปลายนิ้วเล็กๆ ที่คอยนวดคลึงและสางเส้นผมอย่างเบามือ ทำให้หัวใจที่เคยกร้านโลกของเพลย์บอยตัวพ่อกลับรู้สึกอบอุ่นแปลกๆ มันเป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและอ่อนโยนเกินกว่าความใคร่ชั่วข้ามคืนที่เขาเคยพานพบมาทั้งชีวิต

“พี่ชอบให้มนต์ดูแลพี่แบบนี้จังเลย... เหมือนเราเป็นสามีภรรยากันจริงๆ เลยนะ” เขาเอ่ยเสียงพร่าพลางสบตาเธอผ่านเงากระจกด้วยรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม

“มนต์แค่กลัวที่นอนเปียกต่างหากล่ะคะ ไม่ได้คิดจะดูแลอะไรทั้งนั้นแหละ!” เธอสวนกลับแก้เขินพลางรีบวางไดร์เป่าผมแล้วเดินหนีไปที่เตียงทันที

ทว่ายังไม่ทันที่แผ่นหลังจะสัมผัสที่นอน ความร้อนผ่าวจากอ้อมกอดหนาก็สวมทับมาจากทางด้านหลัง พีรวิทย์สอดวงแขนแกร่งรัดเอวบางเอาไว้แน่น พลางซุกใบหน้าลงกับซอกคอหอมกรุ่นจนมนต์นภาขนลุกซู่

“พี่พีร์!... หยุดรุ่มร่ามได้แล้วค่ะ แล้วก็ห้ามให้ใครรู้เรื่องที่พี่มาอยู่นี่เด็ดขาด รับปากมนต์ก่อน” เธอกระซิบเสียงแผ่ว พยายามข่มอารมณ์ที่กำลังเตลิด

“พี่สัญญาครับ... มนต์ตกลงคบกับพี่จริงๆ แล้วใช่ไหม?” น้ำเสียงของเขาดูตื่นเต้นและคาดหวังจนคนฟังใจอ่อนยวบ

“พี่เลิกเจ้าชู้ให้ได้ก่อนเถอะค่ะ” มนต์นภาดักคอพลางถอนหายใจ

พีรวิทย์ชะงักไปเล็กน้อย คำพูดของเธอเหมือนเข็มที่แทงใจดำ เพราะเขารู้ดีว่ายังมีพันธะกับสาว ๆ อีกหลายคน แต่ในนาทีนี้ ความนุ่มนวลของร่างบางที่อยู่ในอ้อมกอดมันสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด ชายหนุ่มก้มลงกดจมูกโด่งลงบนพวงแก้มใสฟอดใหญ่

“ฝันดีครับ... ที่รัก”

เขาพลิกกายเธอให้หันมาเผชิญหน้าก่อนจะดึงเข้ามากอดแนบอก กลิ่นกายบุรุษเพศผสมกับความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาทำให้มนต์นภาถึงกับเคลิ้มไป เธอต่อว่าความใจง่ายของตัวเองในใจ แต่แขนเรียวกลับไม่ยอมผลักไส กลับกันเธอกลับซุกหน้าลงกับแผงอกกว้างนั้นอย่างโหยหา ยอมปล่อยให้คนเจ้าเล่ห์คนนี้ขังเธอไว้ในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นนั้น
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel