บทที่ 2
“ศุภชัย ฉันไม่ชอบณัฐวุฒิเลยสักนิด! ถ้าไม่ใช่เพราะเขาช่วยใช้หนี้ให้ ฉันไม่มีวันแต่งงานกับเขาหรอก ฉันไม่ชอบเขาจริงๆ ฉันแค่สงสารเขา ศุภชัย…นายเชื่อฉันไหม?
เขาไม่เหมือนนายเลย นายทั้งอ่อนโยน ทั้งใส่ใจ รักฉันจริงๆ…ฉันคิดถึงนายมาก”
“โอเค รอฉันนะ เดี๋ยวฉันไปหา”
เธอเปิดประตูระเบียงออก เห็นผมนั่งอยู่บนโซฟาก็สะดุ้งสุดตัว
“ณัฐวุฒิ นายจะทำให้ฉันตกใจตายหรือไง? วันนี้นายเป็นอะไรของนายกันแน่?”
ผมกัดฟันอยู่ครู่หนึ่งถึงค่อยฝืนตั้งสติ แล้วพูดเสียงเรียบไร้อารมณ์ว่า
“ที่แผนกมีเคสที่ค่อนข้างยุ่ง คิดมาทั้งวันก็ยังไม่เจอทางแก้ที่เหมาะสม ผมเลยเหนื่อยนิดหน่อย ก็เลยไม่ได้พูดอะไร”
น้ำเสียงผมไม่ได้อบอุ่นนัก แต่ก็ให้เหตุผลออกไปในที่สุด รินรดาถึงได้ถอนหายใจโล่งอก
เธอเดินไปที่ประตู ก้มลงเปลี่ยนรองเท้า
“อ้อ งั้นนายก็ค่อยๆ คิดไปนะ ฉันออกไปข้างนอกแป๊บหนึ่ง”
เธอเป็นกับผมแบบนี้เสมอ เย็นชาเหมือนน้ำ ต่อให้เทียบกับเพื่อนยังไม่ถึงด้วยซ้ำ
เธอใส่รองเท้าเสร็จแล้วก็ยืนเลือกกระเป๋าจะถือ
กระเป๋าเต็มตู้ล้วนเป็นของที่ผมซื้อให้ เธอหยิบใบนั้นขึ้นมา ใบที่ผมซื้อให้เมื่อวันวาเลนไทน์ปีที่แล้วตั้งใจจะสะพายไปหา “คนรัก” ของเธอ
ผมขยี้ขมับที่เต้นตุบๆ แล้วถามเสียงต่ำว่า
“ดึกขนาดนี้…เธอจะไปไหน?”
เธอมองตัวเองในกระจก แล้วโกหกออกมาหน้าตาเฉย
“กมลวรรณเรียกฉันไปดื่มน่ะ ดึกๆ เธอดื่มอยู่คนเดียวที่บาร์แล้วเหมือนจะเมา ฉันก็ไม่ค่อยไว้ใจ เลยต้องไปดูหน่อย”
ผมเยาะในใจ สามีของกมลวรรณเป็นเพื่อนร่วมแผนกผม พวกเขาลาพักไปฮันนีมูนกันนานแล้ว ตอนนี้ไม่ได้อยู่ในเมืองด้วยซ้ำ
แต่พอมองหน้าเธอ ใบหน้าที่ผมจดจำจนฝังอยู่ในความทรงจำ ผมก็ยังอยากให้โอกาสทั้งตัวเองและเธออีกครั้ง จึงลองรั้งไว้
“วันนี้เป็นวันที่สองหลังแต่งงานของเรา ไม่ไปได้เหรอ? บ้านใหม่ของเรายังไม่ได้ฉลองขึ้นบ้านใหม่กันเลย”
เธอแทบไม่เสียเวลาคิด ปฏิเสธทันทีแบบไม่ลังเล
“ไม่ได้ กมลวรรณเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของฉัน ฉันจะทอดทิ้งเธอไม่ได้”
ใช่…เธอทอดทิ้งคนอื่นไม่ได้ แต่กับผม เธอทอดทิ้งได้ครั้งแล้วครั้งเล่า
คบกันมาหลายปี เธอไม่เคยยอมออกไปไหนกับผมสองต่อสอง
ทุกครั้งที่ผมชวนเธอไปเที่ยว เธอก็อิดออด หาข้ออ้างสารพัดเพื่อปฏิเสธ แต่ถ้าเป็นศุภชัย ต่อให้ดึกแค่ไหนเธอก็ออกไป
ผมมองเธอในชุดกระโปรงรัดรูปเลื่อมวิบวับ เดินออกประตูไป ผมหมดแรงปิดประตูลงช้าๆ แล้วหันไปเห็นกล่องอาหารเดลิเวอรี่ยังวางอยู่บนโต๊ะกินข้าว
รินรดาอยู่บ้านไม่เคยเก็บกวาดเลย มีแต่ผมที่เดินตามเก็บตามล้างอยู่ตลอด
เดิมทีผมตั้งใจจะทำเหมือนเดิม เงียบๆ เก็บให้สะอาด แต่พอยกมือขึ้น…กลับปัดขยะบนโต๊ะร่วงลงพื้นหมด
เศษอาหารกับคราบน้ำมันเลอะเต็มพื้น ผมปิดไฟ แล้วซุกตัวอยู่บนโซฟาในความมืด เหมือนเด็กที่ไม่มีบ้านให้กลับ
น้ำตาตรงหางตาไหลลงมาเงียบๆ หัวใจเหมือนถูกเอาเข้าเครื่องบด ถูกฉีกจนละเอียดแหลกไปหมด
เด็กผู้หญิงที่ผมทะนุถนอม…ดูเหมือนไม่ใช่คนเดียวกับในความทรงจำแล้ว
ผมนอนเหยียดยาวบนโซฟา ปล่อยให้สมองว่างเปล่า
ห้าปีก่อน ก็เป็นคืนมืดแบบนี้ รินรดามาหาผม
วันนั้นเธอใส่เดรสสีขาว ทั้งตัวเปียกฝนไปหมด ผมยาวสีดำเหยียดตรงแนบติดแก้มเล็กๆ ของเธอ ดวงตากลมโตสีดำเป็นประกายเอ่อล้นไปด้วยน้ำตา
เธอมองผมแบบนั้น ทั้งไร้ทางไป ทั้งสิ้นหวัง
เธอโผเข้ามากอดผม ร้องไห้สะอื้น บอกว่าพ่อของเธอกระโดดตึก ผมกอดร่างที่สั่นเบาๆ ของเธอไว้แน่น เจ็บจนแทบหายใจไม่ออก
ไม่นานหลังจากนั้น เธอก็ตอบรับคำสารภาพรักของผม และตกลงคบกับผม
ตอนนั้นผมตัดสินใจในใจ ไม่ว่าอะไรจะพังทลายลงมา ผมจะเป็นคนค้ำฟ้าเหนือหัวเธอเอง
