บท
ตั้งค่า

บทที่ 1

คืนเข้าหอคืนแรก ภรรยาของผมกลับไปนอนกับรักแรกของเธอ

ผมนั่งมองรูปในมือถือ ร่างทั้งร่างนิ่งสนิทเหมือนสระน้ำที่ไร้คลื่น

ผมตามตื้อรินรดามาสิบปี กว่าจะได้เธอตอบตกลงแต่งงาน

พิธีแต่งงานเพิ่งจบ เธอก็หายตัวไป

ผมเป็นห่วง โทรหาเธอไม่รู้กี่สิบสาย พออีกฝ่ายรับก็พูดอย่างหงุดหงิดว่า

“เพิ่งแต่งงานเสร็จก็จะมาคุมฉันแล้วเหรอ? ณัฐวุฒิ นายจะน่ารำคาญอะไรขนาดนี้!”

จนกระทั่งผมเห็นว่าเธอโพสต์สเตตัสในโซเชียลว่า

“คืนนี้ ในที่สุดก็สมบูรณ์แบบแล้ว”

พร้อมรูปประกอบ เป็นขาสองคู่ที่ซ้อนทับกัน

วินาทีนั้นเอง หัวใจที่เคยเต้นแรงมาสิบปีของผม เหมือนตายลงไปทันที

......

ผมนั่งอยู่บนเตียงวิวาห์สีแดง ก้มหน้าซังกะตายแล้วจุดบุหรี่อีกมวน

เปิดฟีดโซเชียล เห็นรินรดาโพสต์ใหม่

พอกดเข้าไปดูรูป ร่างกายผมเย็นวาบทันที มือสั่นจนแทบจับโทรศัพท์ไม่อยู่

ในรูปคือขาสองคู่ที่ซ้อนทับกัน และตรงน่องขาวเรียวคู่นั้นมีไฝดำ ตำแหน่งเดียวกับไฝบนขาของรินรดาไม่มีผิด

คำว่า “สมบูรณ์แบบ” ในแคปชันแทงเข้ากลางประสาทผมอย่างจัง

โทรศัพท์หลุดมือร่วงลงพื้น ผมทรุดคุกเข่า กอดหัวร้องไห้สะอื้น เจ็บจนหายใจแทบไม่ออก

ถังขยะข้างตัวถูกชนล้ม ก้นบุหรี่กระจายเต็มพื้น ห้องหอถูกผมทำให้ควันคลุ้งเหม็นอับไปหมด

ผมจมอยู่กับความทรงจำอันขมขื่น ดึงตัวเองออกมาไม่ได้

ตอนที่ผมรู้จักรินรดา ผมอายุพอดีสิบห้าปี

ตอนนั้นพ่อเป็นคนขับรถให้ตระกูลธนวัฒน์ ผมถึงได้มีโอกาสรู้จักเธอ

เธอสวย ผิวขาว หน้าตาดี เป็นสาวดังของโรงเรียน

ผู้ชายที่ตามเธอมีนับไม่ถ้วน และผมก็เป็นหนึ่งในนั้น

สิบปีเต็ม ผมเฝ้าเดินตามหลังรินรดาเงียบๆ ที่โรงเรียนยอมเป็นลูกน้องของเธออย่างเต็มใจ เธอเรียกก็มา ไล่ก็ไป ผมกลับยอมรับทุกอย่างอย่างเต็มปากเต็มคำ

พอเริ่มทำงาน เงินก้อนแรกที่หามาได้ ผมก็เอาไปซื้อกระเป๋าที่เธอชอบ ขอแค่ให้เธอมองผมมากขึ้นอีกสักนิดก็พอ

ต่อมา บริษัทของตระกูลธนวัฒน์ล้มละลาย พ่อของเธอกระโดดตึก เธอก็ถูกแฟนเก่าที่เป็นรักแรกอย่างศุภชัยทิ้งไป

ผมไม่ลังเลเลยที่จะควักเงินเก็บที่สะสมมาหลายปีช่วยเธอให้ผ่านช่วงวิกฤต แล้วทุกอย่างก็เป็นไปตามน้ำ…เราก็ได้คบกัน

คืนนั้นผมตื่นเต้นจนไม่ได้นอนทั้งคืน

ได้อยู่กับเธอ ทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองเป็นคนที่โชคดีที่สุดในโลก

แต่ความจริงกลับตบหน้าผมอย่างแรง

ในวินาทีที่ผมนึกว่าความฝันเป็นจริง ภรรยาของผมกลับไปนอนบนเตียงของผู้ชายคนอื่น…ในคืนแต่งงานของเราเอง

……

พอฟ้าสาง รินรดาก็ยังไม่กลับมา

ผมเงียบๆ เก็บก้นบุหรี่ที่เกลื่อนพื้นจนหมด เปิดหน้าต่างระบายอากาศ แล้วก็ออกไปทำงาน

พอถึงโรงพยาบาล เพื่อนร่วมแผนกเห็นใต้ตาผมคล้ำ แถมดูไม่ค่อยมีแรง ก็แซวขึ้นว่า

“หมอณัฐวุฒิ คืนเข้าหออย่าลืมดูแลสุขภาพนะ อย่าหักโหมเกินไปล่ะ”

เจอสายตาแววล้อเลียนแบบมีนัยของพวกเขาที่มองมาพร้อมปิดปากหัวเราะ ผมได้แต่ฝืนยิ้มจืดๆ

พวกเขาไม่รู้เลยว่าเมื่อคืนทั้งคืน ผมแทบไม่เห็นแม้แต่เงาของรินรดา

อดนอนมาทั้งวัน เลิกงานแล้วต่อให้เหนื่อยแค่ไหน ผมก็ไม่อยากกลับบ้าน

เพื่อนร่วมงานเห็นผมผิดปกติก็ไม่ได้ซักอะไร แค่พากันบอกให้ผมรีบกลับไป อย่าให้เมียรอนาน

เมื่อก่อนตอนอยู่ด้วยกันกับรินรดา ผมจะพยายามเลิกงานให้เร็วที่สุด แล้วทำกับข้าวไว้รอเธอกลับมากิน แต่วันนี้ผมตั้งใจอยู่ทำโอทีจนดึกมาก

สี่ทุ่ม ผมลากร่างที่อ่อนล้ากลับถึงบ้าน

รินรดากำลังกินอาหารเดลิเวอรี่อยู่ เห็นผมแล้วเธอทำหน้าบึ้งทันที

“ทำไมเพิ่งกลับ ฉันจะหิวตายอยู่แล้ว”

“ทุกวันเอาแต่ทำโอที ดมกลิ่นตัวนายสิ ซวยชะมัด กลิ่นอัปมงคลไปหมด”

ผมเหลือบมองกล่องอาหารบนโต๊ะ มีแค่ชุดเดียว แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร หันหลังเดินเข้าห้องรับรอง

พอล้มตัวลงบนเตียง ความง่วงก็ถาโถม ผมหลับตาลงอย่างหมดแรง

พอเพิ่งหลับได้ไม่นาน รินรดาก็เดินมาหาอีก

“นี่นายหมายความว่ายังไง? มาทำหน้าใส่ฉันเหรอ?”

“ณัฐวุฒิ นายคิดว่าพอแต่งกับฉันแล้วก็ไม่ต้องเห็นค่าฉันแล้วใช่ไหม?”

ผมฝืนลืมตาเหลือกขึ้น มองเธอแวบหนึ่ง

เมื่อก่อนผมเคยคิดว่าดวงตาของเธอใสแจ๋วเป็นประกาย ดูไร้เดียงสาน่ารัก แต่ตอนนี้ผมถึงได้มองออกจริงๆ ว่าในแววนั้นเต็มไปด้วยความรังเกียจและความรำคาญ

พอเห็นผมไม่ตอบสนอง เธอก็เดือดจัด คำพูดหยาบคายจนแทงหู

“นายหูหนวกหรือสมองพังไปแล้ว?”

“ช่างมันเถอะ คุยกับไอ้ท่อนไม้แบบนายก็เสียเวลาฉันเปล่าๆ!”

พูดจบเธอกระแทกประตูปังแล้วเดินจากไป

ผมเหมือนชินกับคำด่าของเธอไปแล้ว ทั้งตัวด้านชา จนเผลอคิดด้วยซ้ำว่า…หรือผมเป็น “ท่อนไม้” จริงๆ

แต่ผมรู้ว่าผมไม่ใช่ เพราะท่อนไม้ไม่รู้จักคำว่าเสียใจ

ระเบียงห้องนั่งเล่นเชื่อมกับระเบียงของห้องรับรอง ผมได้ยินเสียงสะอื้นของเธอรางๆ

เมื่อก่อนเวลาอยู่ต่อหน้าเธอ ผมไม่เคยเงียบใส่เลย จะยิ้มรับตลอด

ต่อให้คุยกัน ผมก็ฟังเธอทุกคำ แล้วตอบรับให้เธอรู้ว่าผมใส่ใจ กระตือรือร้นเหมือนลิงในสวนสาธารณะ

กับผม เธอไม่เคยร้องไห้เลยสักครั้ง เมื่อก่อนผมจะยอมให้เธอน้ำตาไหลได้ยังไง แค่เธอตาแดงนิดเดียวผมก็ร้อนใจแทบตาย

แต่ตอนนี้ผมเหลือแค่ความเหนื่อยล้า

ผมดึงประตูห้องออก เดินไปที่ห้องนั่งเล่น แล้วได้ยินชัดว่าเธอกำลังสะอื้น…โทรไปร้องไห้ฟ้องศุภชัย

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel