ตอนที่สอง นั่นเป็นแค่ฝันตื่นหนึ่งจริงหรือ
ตอนที่สอง
นั่นเป็นแค่ฝันตื่นหนึ่งจริงหรือ
เสียง ฉัวะ! ของคมดาบกระทบเนื้อหนังดังขึ้นอย่างเหี้ยมโหดตามมาด้วยเสียงอันเย็นชาแฝงความเดือดดาล
"ใครแตะต้องนาง... ต้องตายทั้งหมด"
ภาพบุรุษชุดดำซึ่งมองเห็นใบหน้าเลือนรางกำลังไล่ฆ่าฟันผู้คนจนเลือดนองพื้นทั้งภาพคมกระบี่ที่พุ่งเสียบทะลุคอหอยอย่างแม่นยำชวนตื่นตระหนกทำให้คุณหนูสามเมิงเฟยหย่า สะดุ้งตื่นขึ้นด้วยเหงื่อที่ผุดเต็มกรอบหน้า
ครั้นนึกขึ้นได้ว่านั่นย่อมเป็นความฝันที่เกิดจากการได้รับฟังข่าวความโหดร้ายของพรรคมารบูรพาจากภายนอกติดต่อกันมาหลายวัน นางจึงอดเก็บมาฝันร้ายไม่ได้
คุณหนูสามแห่งจวนสกุลหมิงจึงค่อยเบาใจและหลับตาลงอีกครั้ง
ก่อนหญิงสาวบนเตียงจะสะดุ้งแรงด้วยคราบน้ำตาที่ยังเปียกชุ่มอยู่บนใบหน้ายามใกล้รุ่งสาง
ฝันอีกแล้ว!
นางยังคงฝันถึงเหตุการณ์หนึ่งซ้ำๆ อยู่บ่อยคราทั้งยังได้ยินเสียงของตนเองที่กรีดร้องโหยหวนดังอยู่ข้างหูราวกับเพิ่งเกิดขึ้น
เพียงแต่นั่นเป็นแค่ฝันตื่นหนึ่งจริงหรือ?
พูดให้ถูกก็คือนั่นเป็นเหตุการณ์ที่เคยผ่านไปแล้วครั้งหนึ่งต่างหาก ก่อนที่วิญญาณของนางจะได้ย้อนเวลากลับมาเมื่อสองเดือนที่แล้ว
ในเมื่อเอาแต่ฝันจนนอนหลับไม่สนิท หมิงเฟยหย่าจึงตัดสินใจลุกขึ้นมาเอนนั่งแล้วครุ่นคิดถึงฝันซึ่งเป็นแค่ความฝันกับฝันซึ่งเป็นเรื่องที่เคยเกิดขึ้นจริงมาก่อน
หมิงเฟยหย่ายังจำการถูกจับตัวไปอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวแล้วโดนกระทำย่ำยีกระทั่งนางสิ้นชีวิตครั้งนั้นได้แม่นยำ
ตอนนั้นนางยอมแพ้ไปแล้วและเอาแต่คร่ำครวญด้วยความขมขื่นเมื่อกลายเป็นเพียงเบี้ยไร้ค่ายามที่หัวหน้าพรรคมารเห็นว่าอ๋องคู่หมั้นไม่ได้แยแสนางสักนิด
ความรู้สึกสุดท้ายที่นางจำได้ติดตาก็คือยามถูกโยนเข้าสู่ลานโล่งกว้างท่ามกลางสายตาหื่นกระหายของเหล่าลูกสมุนในพรรคมารซึ่งล้วนแล้วแต่หิวโหย
ทันทีที่พวกเขาพุ่งตัวเข้ามาฉีกทึ้งย่ำยีร่างกายของนางจนแทบแหลกเหลว หลังจากนั้นหมิงเฟยหย่าก็รู้สึกได้ถึงความว่างเปล่าและล่องลอย
ก่อนที่นางจะสะดุ้งตื่นรู้สึกตัวขึ้นบนเตียงในจวนสกุลหมิงอีกครั้งโดยไม่บุบสลาย
เพียงแต่...วิญญาณที่ลอยกลับเข้ามาในร่างนี้หาใช่หมิงเฟยหย่า คุณหนูสามแห่งจวนสกุลหมิงคนเดิม
แต่คือแม่เล้าใหญ่แห่งหอนางโลมที่มีชื่อเสียงในแคว้นตงหยางต่างหาก ด้วยบังเอิญล่วงรู้ความลับสำคัญเข้า นางจึงถูกสังหารอย่างเหี้ยมโหด
ไม่รู้ว่าเป็นโชคดีหรือโชคร้าย วิญญาณของแม่เล้าใหญ่ซึ่งยังมีความคับแค้นกลับไม่ยอมไปไหนและลอยไปลอยมากระทั่งสบโอกาสมาอยู่ในร่างของหมิงเฟยหย่าขณะที่วิญญาณของร่างจริงทดท้อจนยอมลอยจากไปแล้ว
แรกทีเดียวที่ได้พบว่าตนเองคือผู้ใด แม่เล้าใหญ่ย่อมตีปีกดีใจยิ่งนักด้วยนางใฝ่ฝันอยากเกิดเป็นคุณหนูในห้องหอผู้สูงส่งมาเนิ่นนาน
เพียงลูบคลำผ้าห่มไหมชั้นดีกับฟูกปูนอนหนานุ่ม สัมผัสละมุนละไมก็ทำให้จิตใจผ่อนคลายลงมากแล้ว
ครั้นเหลียวมองแสงเทียนที่อาบคลอเคลียเครื่องตกแต่งซึ่งล้วนแกะสลักลวดลายงดงามทั่วห้องกว้าง
นั่น...โต๊ะเขียนหนังสือไม้หอมแกะลายเมฆอ่อนช้อย ถาดหยกขาววางเครื่องประดับมุกส่องแสงระยับล้อกับเปลวเทียนโดยมีกล่องไม้สลักลายดอกเหมยเรียงรายอยู่ด้านข้าง
ความหรูหราที่เริ่มคุ้นตาส่องประกายขึ้นทุกคราพาหัวใจเต้นแรงเพียงคิดว่านางคือเจ้าของห้องนี้
ทั้งร่างนี้ยังมีอายุน้อยกับได้รับการดูแลอย่างดีผิวพรรณจึงเต่งตึงขาวผ่องเนียนนุ่ม กลิ่นกายหอมกรุ่น ผม ดำขลับสลวยสยายราวสายน้ำหมึก
เมื่อสำรวจสัดส่วนความหยาดเยิ้ม แม่เล้าใหญ่จึงยิ่งลำพองด้วยริมฝีปากแดงอิ่มระเรื่อแลเย้ายวนอย่างยากจะละสายตาสอดรับกับพวงแก้มชมพูเปล่งปลั่ง
แม้เต้าหู้นิ่มจะไม่ใหญ่ล้นเกินหน้าเกินตาแต่ความนุ่มเด้งยังเชิญชวนให้สัมผัสเคล้าคลึง
ที่สำคัญคือเนินสามเหลี่ยมนูนเด่นกับกลีบดอกไม้สีชมพูหวานซึ่งช่างงดงามมิดชิดอย่างที่แม่เล้าใหญ่เองยังต้องลูบไล้สัมผัสอยู่นานด้วยแววตาเปี่ยมเสน่ห์
ในใจของหญิงสาวย่อมเกิดความยินดีปรีดาในโชคชะตายิ่งนัก
