บท
ตั้งค่า

บทที่ 8 วิชาแพทย์ผสมผสาน

“เกิดอะไรขึ้น” ไผฉิวหันไปถามทหารเวรที่ยืนอยู่ไม่ไกล

“หญิงท้องแก่ใกล้คลอดขอรับ ไม่มีหมอตำแยคนไหนกล้าทำคลอดให้นาง เห็นบอกว่าเด็กไม่ยอมกลับหัว นางร้องเจ็บปวดทรมานแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อวานแล้วขอรับ” ทหารเวรตอบฉะฉาน เพราะเขาเข้าเวรเมื่อวานจนออกเวรแล้วกลับมาเข้าเวรอีกครั้งหญิงท้องแก่ก็ยังร้องเจ็บปวดทรมานอยู่อย่างนั้น เขาเองก็นึกสงสาร ในเมื่อผู้มีอำนาจบารมีถามไถ่เขาจึงบอกอย่างละเอียดเผื่อช่วยหาหนทางช่วยเหลือนางได้

หว่างฉิวแอบจับแขนเสื้อปู่กระตุกเบาๆ ชายชราหันไปมองหน้าหว่างฉิว ตั้งแต่เล็กจนโตนิสัยขี้สงสารชอบช่วยเหลือไม่โทษไม่เอาผิดผู้ใดต้องยกให้หลานชายคนนี้

“ข้าเป็นหมอ ให้ข้าดูอาการของนางสักหน่อยได้หรือไม่” ชายชราเอ่ยกับบุรุษตรงหน้า

หยางไผฉิวคิดเพียงชั่ววินาทีก่อนตอบ “เชิญท่าน” เขาหันไปบอกให้ทหารนำทาง ทหารคนนั้นรีบนำทางไปอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางดีใจที่เก็บไว้ไม่มิด

ทหารเวรผู้นั้นรีบแจ้งข่าวกับสามีของหญิงท้องแก่ทันทีเมื่อไปถึง ชายหนุ่มหันไปมองภรรยาที่นอนหน้าซีดเหงื่อเต็มหน้า ร้องเจ็บปวดทรมานไม่สนใจผู้ใด ตอนนี้ใครก็ได้ที่ช่วยให้นางพ้นจากความเจ็บปวดเขายอมทั้งนั้น

“ท่านหมอโปรดช่วยเมียข้าด้วยเถิด” เขารีบประสานมือขอร้อง

ชายชราพยักหน้า หว่างฉิวแอบสังเกตท้องที่ใหญ่โตกว่าปกติของนาง ขณะที่ปู่กำลังบอกให้จัดเตรียมสถานที่โดยการขึงผ้าทุกทิศไม่ให้มองเห็นข้างในได้ เตรียมผ้า เตรียมน้ำร้อน ไม่นานเรือนพักชั่วคราวก็ถูกจัดเตรียมเรียบร้อยโดยทหารตามคำสั่งของหยางไผฉิว

บัดนี้ภายในผ้าคลุมล้อมรอบมีเพียงหญิงท้องแก่นอนเจ็บท้อง หมอเฒ่าหลินเฉินกง และหวังห่าวซินหรือหลินหว่างฉิวในตอนนี้

“เด็กยังไม่ยอมกลับหัว มิน่าถึงไม่มีใครกล้าทำคลอดให้นาง ท่าทางเราจะลำบากเสียแล้ว” หมอเฒ่าคล้ำท้องโดยรอบขณะกล่าวด้วยสีหน้าเป็นกังวล

“อ่ะ” หว่างฉิวพูดไม่ได้ แต่เขียนได้ หลังจากอธิบายให้ปู่ขอกระดาษกับพู่กันมาแล้วจึงเริ่มสื่อสารกับปู่โดยการเขียน ประโยคแรก “ผ่าคลอด”

“ผ่า!" เผลออุทานเสียงดังก่อนจะปรับเสียงเบา "เจ้าจะบ้าไปแล้วรึ คิดจะฆ่านางหรือยังไง ปู่ยังไม่เคยได้ยินว่ามีหมอคนไหนเขาทำกัน” เฉินกงแปลกใจที่หลานชายคิดวิธีบ้าๆ แบบนี้ออกมาได้ยังไง

“ทำได้ ปู่ต้องเชื่อข้า” เฉินกงมองหน้าหลานชายที่มีแววตามุ่งมั่น กำลังจ้องเขานิ่งเพื่อรอคำตอบก่อนก้มหน้าเขียนตัวหนังสือบนกระดาษ “ปล่อยไว้ นางต้องตายแน่” เฉินกงอ่านตัวหนังสือที่หว่างฉิวเขียนส่งมาให้

ใช่ เด็กไม่ยอมกลับหัวยังไงก็คลอดไม่ได้ ถ้าทิ้งไว้แม่กับเด็กต้องไม่รอด ยังไงก็ตาย ลองเสี่ยงทำตามวิธีของหลานชายก็แล้วกัน คิดแล้วไม่มีวิธีไหนรอดได้เลย “เจ้าแน่ใจรึ” ถามเพื่อความมั่นใจอีกครั้ง

หว่างฉิวพยักหน้าหนักแน่น ชายชราบอกตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าเพราะอะไรถึงเชื่อและมั่นใจในสิ่งที่หลานชายพูดทุกคำ

“ปู่คอยจับชีพจรนาง แล้วบอกข้าเป็นระยะ ขณะที่ข้าผ่า...” หว่างฉิวเขียนอธิบายทุกขั้นตอนให้ปู่อ่านก่อน เพื่อทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนลงมือผ่าตัด ด้วยประสบการณ์ของหมอเฒ่าหลินเฉินกงเข้าใจทุกข้อความทุกขั้นตอน แต่จะทำสำเร็จได้อย่างที่เขียนหรือไม่? เกิดมาอายุกว่าแปดสิบปียังไม่เคยได้ยินมาก่อน

หยางไผฉิวยืนรออยู่ด้านนอกชิดผ้ากั้นระหว่างด้านนอกกับด้านในเพียงคนเดียว เขาได้ยินคำพูดของหมอเฒ่าแทบทุกคำ เขายืนนิ่งด้วยท่าทางองอาดสง่างาม มีเพียงความคิดที่นึกสงสัยบทสนทนาของชายชรากับหลานชายปัญญาอ่อนและเป็นใบ้ “อ่ะ” เด็กหนุ่มเปล่งเสียงเป็นครั้งคราว

สามีของหญิงท้องแก่ยืนรออยู่ด้านนอกด้วยท่าทางกระวนกระวาย เขากับชาวบ้านคนอื่นต้องยืนอยู่ห่างเพราะมีทหารชุดดำยืนกันพวกเขาไม่ให้เข้ามาใกล้บุรุษชุดดำท่าทางองอาดผู้นั้น ท่าทางคงเป็นคนสำคัญถึงมีทหารคอยคุ้มกันมากมายเช่นนี้

หลังจากทำความเข้าใจกันเรียบร้อยดีแล้ว หว่างฉิวเอาผ้าผืนเล็กปิดตาของหญิงท้องแก่เพื่อไม่ให้นางมองเห็นว่าเขาทำอะไรกับท้องของนาง เอาผ้าคลุมลำตัวตัดผ้าเปิดช่องตรงบริเวณท้องจนถึงหัวหน่าว

หว่างฉิวพยักหน้าเป็นสัญญาณให้ปู่สกัดจุดให้นางซึ่งจะทำให้รู้สึกชาไปทั้งตัวไม่อาจขยับตัวได้ หว่างฉิวยกนิ้วโป้งให้ปู่เป็นการชื่นชมเมื่อเฉินกงสกัดจุดเรียบร้อย แต่ชายชรากลับทำตาดุพร้อมกับเสียงดุใส่เขา “ไม่ใช่เวลามาล้อเล่น”

หว่างฉิวพยักหน้าเป็นสัญญาณอีกครั้งให้ปู่ หลินเฉินกงเปิดกล่องหยิบเข็มฝังไปตามจุดต่างๆ บนร่างกายของหญิงท้องแก่เพื่อหยุดการไหลเวียนของโลหิตชั่วคราว ขณะที่หว่างฉิวเอาผ้าสะอาดชุดแอลกอฮอล์จากสุราทาบริเวณท้องจนถึงหัวหน่าวเพื่อฆ่าเชื้อ

หว่างฉิวต้องทำงานแข่งกับเวลา เพราะหยุดการไหลเวียนของเลือดนานๆ อาจทำให้เกิดอันตรายต่อคนไข้ได้

“เฮ่ยยยยย” เขาระบายลมหายใจออกมายาวๆ ก่อนลงมีดขนาดเล็กที่อยู่ในกล่องไม้ของปู่ กรีดเป็นแนวดิ่งที่ผนังหน้าท้องช่วงล่างตรงแนวกลางลำตัว ตั้งแต่ระดับต่ำกว่าสะดือยาวลงมาประมาณ 10 เซนติเมตร มีการกรีดซ้ำเพราะต้องผ่านเนื้อเยื่อหลายชั้น จนสามารถเอามือล้วงเข้าช่องท้องได้ง่าย

หลินเฉินกงมองวิธีจับมีดผ่าตัด แววตาที่แน่วแน่และอาการนิ่งมีสมาธิ ไม่มีอาการหวาดกลัวหวาดเสียวแม้แต่น้อยของหลินหว่างฉิวผู้เป็นหลาน เขารู้สึกขนลุก คิดไม่ถึงว่าหลานชายปัญญาอ่อนกว่าสิบปีจะสามารถทำเรื่องยากๆ แบบนี้ได้ นึกแปลกใจที่หลานชายรู้วิธีผ่าคลอดแบบนี้ได้ยังไง เก็บความสงสัยไว้ในใจพยายามศึกษาจ้องมองอย่างสนใจ

หว่างฉิวใช้มือล้วงเด็กคนแรกออกมา สายสะดือยังติดยาวออกมาด้วย เฉินกงรีบเอาเชือกผูกสายสะดือบนล่างแล้วใช้กรรไกรตัดตรงกลาง

“อุแว้ อุแว้ อุแว้” หว่างฉิวล้วงเอาเมือกและน้ำคร่ำที่ยังค้างอยู่ในลำคอของเด็กออกมาจนหมด เด็กร้องจ้าเสียงดัง คนที่ยืนอยู่ด้านนอกได้ยินเสียงชัดเจน “คลอดแล้ว” “ไชโย” ต่างโห่ร้องยินดี

หว่างฉิวเอาผ้าห่อตัวเด็กวางไว้ข้างมารดาก่อนหันมาดูท้องที่โตกว่าปกติ เขาล้วงมือลงไปในท้องอีกครั้ง อุ้มเด็กทารกอีกคนออกมา หลินเฉินกงเบิกตากว้างอย่างแปลกใจ รีบเอาเชือกผูกสายสะดือก่อนใช้กรรไกรตัด

“อุแว้ อุแว้ อุแว้” เสียงร้องอีกครั้งของทารกทำให้คนด้านนอกนึกแปลกใจ “เจ้าได้ลูกแฝด” ชาวบ้านคนหนึ่งพูดขึ้น “ใช่รึ” ชาวบ้านอีกคนถามไม่แน่ใจ “ข้าก็ว่าแฝด” อีกคนบอก ชาวบ้านต่างพากันถกเถียงว่าได้ทารกแฝดหรือเป็นเพียงทารถคนเดิมร้อง

หว่างฉิวเอาผ้าห่อเด็กนำไปว่างอีกข้างมารดา หญิงสาวถูกสกัดจุดให้เกิดอาการชาและไม่สามารถขยับตัวได้ นางได้ยินเสียงร้องของทารกรับรู้ได้ว่าหมอนำลูกมาวางไว้ใกล้ตัว น้ำตาแห่งความสุขและดีใจไหลเปียกผ้าผืนเล็กที่ปิดตา

หว่างฉิวเงยหน้ามองเฉินกงผู้เป็นปู่ เขาชูนิ้วชี้บอกให้รู้ว่ายังมีอีกหนึ่ง “หา...ยังมีอีก?” เฉินกงอุทานไม่อยากเชื่อ

หว่างฉิวเอามือล้วงควักเด็กทารกขึ้นมาอีกคน เฉินกงรีบผูกสายสะดือและใช้กรรไกรตัดสายสะดืออย่างรวดเร็ว แต่ครั้งนี้ไม่มีเสียงร้องของทารก หว่างฉิวพยายามตบตูด ทำ CPR โดยใช้นิ้วกดเบาๆ เป่าปากเบาๆ หลายครั้งหลายรอบ ท่าทางของเขาดูเคร่งเครียดกับการคืนชีพให้ทารกตรงหน้า

หลินเฉินกงมองร่างทารกที่ตัวเล็กกว่าสองคนแรก แน่นิ่งไม่ไหวติง แต่หลานชายกำลังพยายามช่วยคืนชีพให้เขาเหมือนที่ทำกับเด็กผู้หญิงคนนั้น มันจะเป็นไปได้ยังไง หลานชายจะช่วยคืนชีพให้ทารกคนนี้ได้อีกงั้นหรือ?

ทารกน้อยเริ่มขยับนิ้วมือนิ้วเท้าก่อนร้อง “อุแว้ อุแว้ อุแว้” ความคิดหยุดชะงักเมื่อได้ยินเสียงทารกร้อง เขาไม่อยากเชื่อ ขนลุกอีกครั้งจนต้องใช้มือลูบแขน มองหน้าหลานชายที่กำลังอุ้มทารกไว้ในอ้อมแขนห่อผ้าให้เรียบร้อยยื่นมาตรงหน้าเขา

หว่างฉิวทำความสะอาดภายในช่องท้องเรียบร้อยดีแล้วจึงทำการเย็บแผลผ่าตัดชั้นในและชั้นนอกอย่างชำนาญ ตอนที่เขาเรียนแพทย์ อาจารย์หมอเคยชมว่าเขาเย็บแผลได้สวยและเรียบเนียนดีมาก หลินเฉินกงมองตาค้างเขาไม่เคยเห็นการเย็บแผลที่เนียนสวยงามสม่ำเสมอแบบนี้มาก่อน ไม่นานก็เย็บเสร็จสมบูรณ์ หว่างฉิวทายาและใช้ผ้าพันบริเวณแผลผ่าตัด ก่อนให้ปู่คลายจุดและเอาเข็มออก

ทั้งหมดเสร็จภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วยาม เพราะต้องทำงานแข่งกับเวลาหว่างฉิวจึงไม่มีเวลาคิดถึงตัวเอง มุ่งแต่จะทำการผ่าคลอดให้สำเร็จและทันเวลา

ปู่หลานเดินออกมาด้านนอกพร้อมกัน หมอเฒ่าหลินเฉินกงอธิบายวิธีดูแลรักษาแผลให้สามีของหญิงท้องแก่ฟัง หว่างฉิวรู้สึกคั่นเนื้อคั่นตัว มึนหัวนิดหน่อย ‘ท่าทางไข้จะกลับ ออกไปสูดอากาศด้านนอกน่าจะดีขึ้น’ หว่างฉิวแอบเดินหลบเลี่ยงผู้อพยพที่สนใจหมอเฒ่าและทารกแฝดสาม

ไม่เคยมีใครคลอดลูกแฝดสามมาก่อน สมัยก่อนการคลอดลูกถือเป็นเรื่องที่เสี่ยงกับความเป็นความตายของสตรี ยิ่งคลอดลูกแฝดสองก็ว่ายากแล้วนี่คลอดแฝดสามถือว่าเป็นเรื่องมหัศจรรย์ยิ่งนัก

“เก่งจริงๆ” “ไม่น่าเชื่อ” “เป็นไปไม่ได้หรอก” “ข้าเห็นมากับตา” “ชุบชีวิตคนตายแล้วให้ฟื้นคืนชีพได้” “ดูสิเด็กไม่กลับหัวยังทำคลอดได้เลย” “ทำคลอดยังไงเลือดออกนิดเดียวเอง” “ข้าเดินทางมากับเขา ข้าเห็นกับตา” “ข้าก็เห็น” ฯลฯ คำกล่าวมากมาย ไม่รู้จริงหรือเท็จ หรือเป็นเพียงแค่ข่าวลือ ยิ่งพูดกันไปมากปากต่อปากเรื่องธรรมดาอาจกลายเป็นเรื่องแปลกพิสดารมหัศจรรย์ก็ได้ หยางไผฉิวได้ยินผู้อพยพแต่ละคนพูดถึงหมอเฒ่ากับหลานชายปัญญาอ่อนชัดเจน

หลินหว่างฉิวเดินออกมาด้านนอก ‘ค่อยยังชั่ว คนเยอะอึดอัดเป็นบ้า’ แสงจันทร์สว่างพอจะมองหาที่นั่งพักได้ ลมหนาวพัดมาเป็นระลอก ทำให้เขารู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูกจนต้องกอดอก

หว่างฉิวรู้สึกเหนื่อย ปวดตามเนื้อตามตัว และมึนหัว เขานั่งหลบอยู่มุมกำแพง ด้านหน้ามีต้นไม้ใหญ่ช่วยบังลมได้อย่างดี

‘ขอผมพักสักหน่อยเถอะครับ อย่าแกล้งผมนักเลย’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel