บทที่ 2 นายปัญญาอ่อน
ปัญญาอ่อน! 'นี่ผมมาอยู่ในร่างคนปัญญาอ่อนจริงๆ หรือ โอ้...พระเจ้า...ท่านแกล้งผมหรือเปล่า ท่านทำให้คำอธิษฐานของผมเป็นจริงด้วยวิธีนี้หรือ ผมแค่...โอ้ยจะบ้าตาย' ห่าวซินใช้สองมือกุมขมับ
“พ่อหมอ พ่อหมอ” เสียงเรียกดังมาจากด้านนอกทำให้ห่าวซินต้องหยุดคิดทุกอย่างไว้ก่อน
“เจ้านอนพักก่อนนะ เดี๋ยวปู่ออกไปดูก่อน” ชายชรากล่าวแล้วลุกเดินไปเปิดประตู
“มีอันใด”
“เมื่อวานพ่อข้าล้มเมื่อเช้ายังลุกไม่ขึ้นนอนนิ่งไม่ขยับ ท่านช่วยไปดูพ่อข้าหน่อยเถิด”
“อือ...เดี๋ยวข้าตามไป”
คำตอบของชายชราทำให้ชายฉรรจ์เดินกลับไปก่อน
หวังห่าวซินมองเห็นชายชราหยิบกล่องสี่เหลี่ยมทำจากไม้มีสายสะพายขึ้นพาดบ่ากำลังจะก้าวออกจากกระท่อม
“ปู่” เสียงเรียกของเด็กหนุ่มทำให้ชายชราหันมามอง เขากล่าว “เดี๋ยวปู่กลับมาเจ้าอยู่คนเดียวได้ไหม”
“ไปด้วย” ห่าวซินไม่อยากอยู่คนเดียว ชายชราเดินเขามาหาเขา “อยากไปด้วยแน่รึ” หวังห่าวซินพยักหน้าช้าๆ ชายชรายิ้มเมตตา
“อาฉิว เจ้าต้องไม่ดื้อไม่ซนรู้ไหม นั่งรอปู่อยู่ตรงนี้ดีๆ” ชายชราพาเด็กหนุ่มนั่งรอที่แคร่หน้ากระท่อมหลังหนึ่งกล่าวคำนุ่มนวลลูบหัวเขาเบาๆ ก่อนเดินเข้าไปในกระท่อม ประตูยังเปิดอ้า หวังห่าวซินหรือหลินหว่างฉิว ชะโงกหน้ามองเข้าไปในกระท่อม
“พ่อหมอ” เสียงชายหนุ่มคนที่ไปตามทักเมื่อเห็นชายชราเดินเข้าไปในกระท่อมอย่างคุ้นเคย
หลินเฉินกงเป็นหมอที่ชาวบ้านให้การนับถือถึงวิธีรักษาของเขาบางครั้งจะดูแปลกพิศดารไปบ้างแต่คนเจ็บคนป่วยก็หายเกือบทุกคน คนที่หมดอายุไขให้เป็นหมอเทวดาก็มิอาจฝืนชะตาได้
หมอเฒ่าหลินนั่งลงข้างคนป่วยที่นอนตัวแข็งกระดิกตัวไม่ได้เหมือนคนเป็นอัมพาต นิ้วมือแข็งเกร็ง มีเพียงสายตาวิงวอนมองหมอเฒ่าอย่างมีความหวัง เสียงอู้อี้พยายามเปล่งเสียงออกมาจากริมฝีปากที่บิดเบี้ยวลิ้นแข็ง
หมอเฒ่าพยักหน้าน้อยๆ ให้คนป่วย หยิบห่อผ้าในกล่องที่สะพาย เปิดห่อผ้าออกมองเห็นเข็มหลายขนาดเรียงอย่างมีระเบียบ หมอเฒ่าหยิบเข็มขึ้นมาหนึ่งอันใช้อีกมือคลำไปตามลำตัวคนป่วยก่อนค่อยๆ บรรจงปักเข็มลงไปที่ข้างลำตัวคนป่วย หยิบเข็มขึ้นมาทีละเข็ม ใช้มือคลำหาตำแหน่งแล้วปักลงไปอย่างไม่ลังเล บางครั้งปักลงไปเพียงเสี้ยววินาทีนิ้วมือนิ้วเท้าคนป่วยกระตุกแสดงความรู้สึก
หวังห่าวซินเรียนวิชาแพทย์สมัยใหม่เคยศึกษาวิชารักษาฝังเข็ม ครอบแก้ว แบบโบราณมาบ้างแต่วันนี้เขาได้เห็นของจริงกับตาตัวเองทำให้สนใจ พอรู้ตัวอีกทีเขาก็มายืนอยู่ข้างตัวคนป่วยฝั่งตรงข้ามกับหมอเฒ่า สายตาจ้องมองมือของหมอเฒ่าที่ปักเข็มอย่างชำนาญ
หมอเฒ่าตั้งใจปักเข็มลงไปบนร่างของคนป่วย พอเงยหน้าก็เห็นหลานชายปัญญาอ่อนยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามข้างคนป่วย เขายิ้มให้หลานชายโดยไม่ได้พูดอะไร ยังคงปักเข็มไปเรื่อยๆ จนคิดว่าครบทุกตำแหน่งแล้ว
หวังห่าวซินที่อยู่ในร่างของหลินหว่างฉิวนั่งมองร่างคนป่วยที่เริ่มแสดงความรู้สึกผ่านนิ้วมือนิ้วเท้าอย่างสนใจ หมอเฒ่าสังเกตเห็นแววตาของหลานชายที่ปกติไม่เคยอยู่นิ่งมองโน่นมองนี่ตลอดเวลาแต่ครั้งนี้...
เด็กหนุ่มรู้สึกตัวว่ามีดวงตาของหมอเฒ่าจ้องมองอยู่จึงรีบเฉไฉมองไปทางอื่นเหมือนคนปัญญาอ่อน หมอเฒ่ายิ้มให้เขาโดยไม่กล่าวอะไร ยังปล่อยให้หลานชายนั่งอยู่ตรงนั้นส่วนตัวเขาค่อยๆ หยิบเข็มออกทีละเล่มอย่างเบามือจนหมด
หมอเฒ่าใช้นิ้วมือกดไปยังตำแหน่งต่างๆ บนร่างกายทีละจุดขณะกดแต่ละจุดปากก็พูดไปเรื่อยๆ “ปู่ใช้เข็มเปิดจุดบางจุดในร่างกายเขาไปแล้ว แต่บางจุดต้องใช้นิ้วมือหรือเครื่องมือช่วยเพื่อกดให้ถึงจุดที่ต้องการ นี่คือจุดจี๋เฉวียน (Ji Quan)” หมอเฒ่าใช้นิ้วมือกดไปในตำแหน่งใต้รักแร้ “ช่วยปรับลมชี่ (Qi) เพิ่มการไหลเวียนของเส้นเลือดให้ดีขึ้น ช่วยรักษาอาการเจ็บปวดที่หัวใจ แน่นหน้าอก แขนขาไม่มีแรง ช่วยป้องกันเรื่องกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด นี่คือจุดเหว่ยจง (Wei Zhong)” หมอเฒ่าใช้นิ้วกดที่กึ่งกลางข้อพับเขาใช้นิ้วคลึง “ช่วยให้เลือดลมไหลเวียนดีขึ้น สลายพิษ ทำให้เอ็นคลายตัว เส้นลมซี่โล่ง นี่คือจุด...” หมอเฒ่ากดไปตามจุดต่างๆ พร้อมกับอธิบายสรรพคุณไปเรื่อยๆ เขาสังเกตแววตาของหลานชายที่มองโน่นนี่บางครั้งชำเลืองมองอย่างสนใจ เขาไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าที่เห็นว่าแววตาของหลานชายเปลี่ยนไปหลังจากฟื้นจากอาการไข้ครั้งนี้
“เอายานี้ให้เขากินสามเวลาอย่าให้ขาด ไม่นานเขาก็หายเป็นปกติ”
“ขอบ...คุณ...พ่อ...หมอ” คนป่วยบนเตียงกล่าวพร้อมกับพยายามยกแขนประสานมือ
“พยายามขยับแขนขาไม่นานเจ้าก็เดินได้ปกติ ข้าไปก่อนล่ะ อาฉิวกลับได้แล้ว” หมอเฒ่าหันไปเรียกหลานชายที่ยังนั่งมองคนป่วยอย่างสงสัย พอได้ยินผู้เป็นปู่เรียกจึงรีบลุกขึ้นเดินตามออกมาอย่างว่าง่าย
“ยังปวดหัวอยู่หรือเปล่า” หลินเฉินกงผู้เป็นปู่เดินอยู่เบื้องหน้าเอ่ยถามโดยไม่ได้หันมามอง ยังคงเดินไปเรื่อยๆ
“ไม่แล้ว” หลินหว่างฉิวหลานชายตอบขณะเดินตามอยู่เบื้องหลัง
ผู้เฒ่าหลินไม่กล่าวสิ่งใดต่อมีเพียงรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า ภาพเด็กชายวัย 8 ขวบปี เดินวิ่งนำหน้าหญิงชายผู้เป็นพ่อแม่ และชายชราผู้เป็นปู่
“ท่านพ่อท่านแม่โตขึ้นข้าจะเป็นหมอหลวงเหมือนท่านปู่” เด็กชายหันมากล่าวหน้าตายิ้มแย้ม
“อาฉิวของแม่ต้องทำได้แน่” หญิงสาวผู้เป็นมารดากล่าวยิ้มแย้ม โดยมีสองพ่อลูกยิ้มให้นางอย่างอ่อนโยน
“ปู่จะถ่ายทอดวิชาการแพทย์ให้เจ้าหมดทุกอย่าง เกรงว่าเจ้าจะไม่อยากรับ” ชายชราเอ่ยหยอกเย้า
“ข้า...” ยังไม่ทันที่เด็กชายจะเอ่ยประโยคใดอีก เขาเห็นชายชุดดำหลายคนออกมาจากพุ่มไม้ด้านหลัง ท่าทางตื่นตกใจของเด็กชายหลินหว่างฉิวทำให้ทุกคนหันไปมอง
