บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 คำอธิษฐาน

ผมชื่อหวังห่าวซิน เป็นนักศึกษาแพทย์จบใหม่จากมหาวิทยาลัยชื่อดังของประเทศ ได้รับเกียรตินิยมอันดับ 1 เป็นที่ต้องการตัวของโรงพยายาลที่มีชื่อหลายแห่ง แต่ละแห่งเสนอค่าตอบแทนให้ผมไปทำงานด้วยบอกไปคุณต้องไม่เชื่อ งั้นผมไม่บอกดีกว่า เพราะถึงยังไงผมก็ไม่เลือกสักแห่ง

คุณลองเดาสิครับว่าผมเลือกไปทำงานที่ไหน ผมคิดว่าพวกคุณเดาไม่ถูกหรอก ผมเฉลยเลยละกัน ผมเสนอตัวขอไปทำงานในที่ห่างไกลความเจริญ ทุรกันดาน ความเจริญเข้าไปไม่ถึง

ทำไมนะเหรอครับ เพราะผมเป็นเด็กกำพร้าที่ได้รับทุนการศึกษาจากผู้ปกครองแผ่นดิน ผมเลยตั้งปณิธานไว้ว่าจะตอบแทนแผ่นดินด้วยการช่วยเหลือเพื่อนหมุษย์ที่อยู่ห่างไกลความเจริญ แต่...

วันนั้นเป็นวันที่ที่ต้องออกเดินทางไปหมู่บ้านเป่ยเปี้ยนที่อยู่บนภูเขาสูงห่างไกลความเจริญ หน่วยแพทย์อาสาได้รับความกรุณาธิคุณจากเบื้องบนให้หน่วยราชการใช้เฮลิคอปเตอร์ไปส่ง ทั้งที่แพทย์อาสาครั้งนี้มีผมเพียงคนเดียว ผมรู้สึกปลาบปลื้มปิติเป็นอย่างมาก

ตอนเช้าอากาศสดใสปลอดโปร่ง ท้องฟ้าเปิดโล่งเป็นใจให้เฮลิคอปเตอร์ขึ้นบินได้สะดวกจากเมืองหลวงใช้เวลาบินไปถึงหมู่บ้านเป่ยเปี้ยนบนภูเขาสูงประมาณ 2-3 ชั่วโมง

ผมเดินทางไปถึงศูนย์การบินตอนเช้าตามเวลานัดหมาย 9.00 น. ทางเจ้าหน้าที่จัดเตรียมเฮลิคอปเตอร์เรียบร้อย มีนักบินสองนาย เริ่มขึ้นเครื่องและออกบินเวลา 10.00 น. นักบินสองนายนั่งหน้า ผมนั่งอยู่ด้านหลังพร้อมกับสัมภาระกองโตกองอยู่ข้างๆ

“เดินทางโดยสวัสดิภาพ ครับ” นายทหารเดินมาส่งผมขึ้นเครื่องกล่าว เน้นคำท้ายเสียงดังทำความเคารพอย่างขึงขัง จนผมตกใจ รีบยกมือประสานโค้งทำความเคารพตอบ

“ขอบคุณครับ” ผมกล่าวก่อนขึ้นนั่งบนเฮลิคอปเตอร์ “ขอบคุณนะครับ” ผมกล่าวและผงกศีรษะให้อย่างนอบน้อมจนนายทหารเดินมาปิดประตูเฮลิคอปเตอร์ และนำเครื่องขึ้น

เฮลิคอปเตอร์เคลื่อนขึ้นสูงออกจากศูนย์การบินมุ่งไปยังจุดหมายปลายทางที่กำหนด นักบินทั้งสองนายต่างพูดคุยกับศูนย์ควบคุมตลอดเส้นทาง แจ้งข่าวเป็นระยะ บินอยู่บนท้องฟ้าได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ท้องฟ้าที่สว่างสดใสตอนนี้เมฆดำก่อตัวเป็นก้อนขวางทางอยู่ด้านหน้า

“ข้างหน้ามีพายุลมแรง เราต้องหาที่จอดก่อน” นักบินคนหนึ่งพูดขึ้น

“ไม่มีที่จอด ด้านล่างมีแต่ป่า...โอ๊ะ...” ยังพูดไม่จบประโยคลมพายุกระโชกแรงทำให้เฮลิคอปเตอร์เหวี่ยงเสียการทรงตัว ทุกคนตื่นตระหนก รีบคว้าสิ่งยึดเหนี่ยวใกล้ตัว

“ควบคุมไม่ได้แล้ว ต้องดีดตัวออกเดี๋ยวนี้” นักบินคนหนึ่งตะโกนก่อนกดปุ่มดีดตัวเด้งออกจากเฮลิคอปเตอร์อย่างรวดเร็ว นักบินอีกคนรีบกดปุ่มดีดตัวออกตามไปติดๆ

“เฮ้ยซวยแล้ว คราวนี้ตายแน่ เกียรตินิยมอันดับ 1 มหาวิทยาลัยการแพทย์ไม่เคยสอนวิธีขับเฮลิคอปเตอร์นะโว้ย” ท่ามกลางพายุโหมรุนแรง เฮลิคอปเตอร์เหวี่ยงตัวไปมาทำให้หวังห่าวซินร่างลอยกระแทกไปมาอยู่ด้านใน

‘ถ้ารู้ว่าต้องมาตายแบบนี้ผมขอเกิดเป็นคนปัญญาอ่อนดีกว่า’ หวังห่าวซินหมดสติแน่นิ่ง เฮลิคอปเตอร์พุ่งตรงหายเข้าไปในก้อนเมฆสีดำเบื้องหน้าอย่างรวดเร็ว

“อู้ย...ปวดหัวจัง” ห่าวซินร้องออกมาพร้อมกับเอามือจับศีรษะทั้งที่ยังไม่ลืมตา ‘นี่ยังไม่ตายหรอ หรืออยู่บนสวรรค์หรือนรกชั้นไหนกัน ทำไมถึงปวดหัวตึบอย่างนี้’

“อาฉิวฟื้นแล้วหรอ” เสียงดีใจของชายชรา ทำให้ห่าวซินลืมตามอง ชายชราผมยาวสีขาวรวบรัดไว้ด้านหลัง หนวดเครายาวสีเดียวกับเส้นผม ใบหน้าเหี่ยวย่นริ้วรอยบ่งบอกว่าผ่านการเวลามาเนินนาน ห่าวซินมองไปรอบๆ เป็นกระท่อมไม้ไผ่มุงหลังคาด้วยหญ้าคา ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนเทียนหอมที่จุดในสปา มองหาเห็นเตากำยานรูปทรงโบราณยังมีควันขาวลอยกรุ่นเบาบาง ‘สมัยนี้ยังมีคนใช้เตาแบบนี้อยู่อีกหรอเนี่ย’

“เจ้าฟื้นแล้ว ปู่ดีใจเหลือเกิน หิวไหมเดี๋ยวปู่เอาโจ๊กมาให้” ชายชราท่าทางดีใจเมื่อเห็นเด็กหนุ่มตรงหน้าลืมตามองโน่นนี่อย่างสนใจ หลานชายไข้ขึ้นสูงมาหลายวันเมื่อคืนเขามีอาการชักเกร็งหายใจรวยรินคล้ายจะสิ้นใจ ไม่คิดว่าเช้านี้เขาจะตื่นมาด้วยอาการสดใสดีกว่าทุกวัน

“ปู่ต้มโจ๊กไว้ให้เจ้า ลุกขึ้นมากินก่อน” ชายชราประคองเด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่ง “เจ้าไข้ขึ้นสูงมาหลายวัน เล่นเอาปู่ใจไม่ดี กินเยอะๆ นะ” ชายชราตักโจ๊กในชามป้อนเด็กหนุ่มอย่างใจเย็น

ห่าวซินอ้าปากกินโจ๊กอย่างว่าง่าย เขาตั้งใจฟังสิ่งที่ชายชราพูดพยายามจับใจความโดยไม่เอ่ยคำใด มีคนเคยพูดไว้ว่า ‘ฟังให้มากพูดให้น้อย’ ห่าวซินจดจำมาตลอดตั้งแต่เล็กจนโต

“ปู่ภาวนาให้เจ้าอยู่เป็นเพื่อนปู่ก่อนอย่างเพิ่งไปอยู่กับพ่อแม่ของเจ้าเลย ถึงเจ้าจะปัญญาอ่อนปู่ก็จะรักและดูแลเจ้าอย่างดี หว่างฉิวเด็กดีของปู่” ระหว่างที่ป้อนโจ๊กให้เด็กหนุ่มผู้เป็นหลาน ชายชราแสดงความรักความห่วงใยกับหว่างฉิวตลอดเวลา

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel