5 แผนการสำเร็จ
ตอนที่ 5
หลังจากวันนั้น ซือเหวินหยางก็คอยแวะเวียนมาที่โรงสุราแห่งนี้เป็นประจำ เขาทำแค่เพียงสั่งสุราเลิศรสมานั่งดื่ม นัยน์ตาคมก็จับจ้องเสี่ยวชิงไม่ยอมละสายตา และไม่เคยเรียกใช้สาวงามคนอื่น ๆ เลยแม้แต่คนเดียว
การกระทำของชายหนุ่ม ล้วนตกอยู่ในสายตาของเสี่ยวชิง จนทุกครั้งที่หญิงสาวได้รับของกำนัล จะนั่งเหม่อมองสิ่งของในกำมือ แล้วนั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว
“ชิงเอ๋อร์ อาการแบบนี้เหมือนคนมีความรักเลยนะ” หญิงสาวที่อายุมากกว่าเสี่ยวชิงคนหนึ่ง เอ่ยทักขึ้นหลังจากเดินเข้ามาเห็นอาการยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ของสตรีรุ่นน้อง
คนที่ถูกล้อเลียน แก้มสาวระเรื่อขึ้นด้วยสีชมพูจาง ๆ ยิ้มออกมาด้วยความเขินอาย
หญิงสาวที่อาบน้ำร้อนมาก่อน ดูก็รู้ว่าเสี่ยวชิง กำลังถูกศรรักปักอก จนตัวนางอดที่จะเป็นห่วงไม่ได้
“ชิงเอ๋อร์ พี่เอ็นดูเจ้าเหมือนน้องสาวแท้ ๆ คนหนึ่ง ดังนั้นพี่อยากขอเตือนอะไรอย่างหนึ่ง ว่าบุรุษเพศเป็นพวกที่ไว้ใจได้ยาก ยิ่งเราอยู่ในหอนางโลมด้วยแล้ว จะถามหาความรักแท้นั้น แทบเป็นไปไม่ได้” กล่าวเตือนจบหญิงสาวก็เดินจากไป ปล่อยให้คนที่กำลังมีความรัก ได้คิดไตร่ตรองเอาเองว่าควรจะทำเช่นไรต่อ
ใบหน้างามรอยยิ้มหวานหายไปทันที ที่ได้ยินคำเตือนของพี่สาวผู้หวังดี ทุกคำพูดล้วนเป็นจริง แต่ใช่ว่าบุรุษบนโลกทุกคนจะเป็นเหมือนกันหมด คุณชายเหวินหยางอาจจะเป็นหนึ่งในไม่กี่คน ที่ความรักแท้โดยไม่สนในฐานันดร ถ้าอย่างนั้นนางคงต้องพิสูจน์ให้แน่ใจก่อน ว่าควรจะตัดสินใจเช่นไรดี
ดังนั้นคำคืนนี้ หญิงสาวจึงเป็นฝ่ายเชิญชวน ที่จะต้อนรับชายหนุ่มแบบสองต่อสอง ในห้องหับที่ปิดมิดชิด เสี่ยวชิงบรรเลงเพลงพิณด้วยทำนองอันไพเราะอ่อนหวาน นัยน์ตาลูกท้อทอดมองไปยังร่างแกร่งของบุรุษ ที่เอนหลังหลับตาอยู่บนเตียงไม้แกะสลักลวดลายงดงาม
จนเวลาล่วงเลยไปครึ่งชั่วยาม เหวินหยางจึงยอมลืมตาขึ้น แล้วลุกนั่งหลังตรง ส่งสายตาหวานหยาดเยิ้มไปให้หญิงสาวที่กำลังบรรเลงเพลงพิณต่อไปเรื่อย ๆ
“แม่นางเสี่ยวชิง วันนี้ดึกมากแล้วพอแค่นี้เถิด”
“เจ้าคะ” หญิงสาวรับคำ วางมือแล้วเอาแต่ก้มหน้านิ่งเงียบ
“ข้าคงต้องกลับก่อน พรุ่งนี้และวันต่อไป หวังว่าแม่นางจะยอมมาบรรเลงพิณให้ข้าฟังแบบนี้อีก”
เหวินหยางกล่าวจบ จ้องหน้างามอยู่เพียงครู่ก็เดินออกจากห้องไป
เสี่ยวชิงมองตามแผ่นหลังหนา จนพ้นไปจากประตู รอยยิ้มแห่งความสุขปรากฏขึ้นอีกครั้ง คุณชายผู้นี้ไม่เหมือนบุรุษคนอื่นที่มาเที่ยวสถานที่แห่งนี้จริง ๆ เขาไม่เคยเรียกหญิงใดให้มาปรนนิบัติ และวันนี้ได้อยู่สองต่อสอง เขายังไม่ถือโอกาสละลาบละล้วงนางเลย
“ท่านอาจจะเป็นชายหนุ่มที่บูชาในรักแท้จริง ๆ คุณชาย” หญิงสาวพึมพำด้วยหัวใจที่เบิกบาน
เป็นเวลากว่าสิบวัน ที่ชายหนุ่มแค่นั่งเอนหลังฟังเสียงพิณ แล้วก็กลับออกไป โดยไม่คิดถูกเนื้อต้องตัวหญิงสาวเลย
จนกระทั่งค่ำคืนที่แสงจันทร์สาดส่องเข้ามาทางม่านหน้าต่าง เหวินหยางนั่งมองใบหน้างาม สายตาสื่อความหมายออกมาอย่างชัดเจน หลังจากหญิงสาวตรงหน้าบรรเลงเพลงพิณไปได้แค่สองเพลง ชายหนุ่มก็เอ่ยขัดขึ้นมา
“แม่นางเสี่ยวชิง คิดจะออกจากโรงสุราแห่งนี้ ไปใช้ชีวิตข้างนอกบ้างหรือเปล่า”
ปลายนิ้วเรียวหยุดบรรเลงเพลง แหงนใบหน้าขึ้นสบสายตาคมกล้า เพียงแค่นี้เล่นเอาร่างกายบอบบางร้อนรุ่มขึ้นอย่างไม่ทราบสาเหตุ จนหญิงสาวต้องรีบเบือนสายตาไปจับจ้องสิ่งอื่น
“คุณชาย ตัวข้าไร้ญาติขาดมิตร บิดามารดาถูกโจรป่าฆ่าตาย โชคยังดีที่อาจารย์ช่วยชีวิตข้าเอาไว้ได้ และนำข้ามาฝากไว้ที่โรงน้ำชาแห่งนี้ ดังนั้นข้าจึงไม่มีที่อื่นให้ออกไปเจ้าคะ”
“แล้วถ้าข้าพูดตามตรงเล่า ว่าข้าตกหลุมรักแม่นางตั้งแต่แรกเห็น จะเชื่อข้าหรือไม่”
เหวินหยางกล่าวเสียงนุ่ม ขยับลงมานั่งต่อหน้าสตรีที่เขาปรารถนาอยากจะเชยชมร่างกายที่สมส่วนชวนให้หลงใหลนี้
เสี่ยวชิงสั่นสะท้าน วาบหวิวกลับคำสารภาพรักของชายหนุ่ม แต่อีกใจยังคอยทักท้วง ว่าสิ่งที่พูดออกมานั้นจะเป็นความจริงหรือเปล่า
“คุณชายล้อข้าเล่นแล้ว ตัวข้าเป็นเพียงนักดนตรีอยู่ในโรงสุรา หาได้มีอันใดคู่ควรให้คุณชายมาบอกรักไม่”
“เหตุใดเจ้าถึงดูถูกตนเองเยี่ยงนี้ รวมถึงดูถูกน้ำใจของข้าด้วย เสี่ยวชิง หากข้าจะรักใคร ข้าย่อมไม่สนเรื่องฐานะ เรื่องความเหมาะสม ขอแค่รู้สึกว่ารักก็เพียงพอแล้ว”
เหวินหยางถือวิสาสะ เอื้อมมือหนาไปจับมือบางขึ้นมาแนบไว้ที่หน้าอกข้างซ้ายของตนเอง
“ได้ยินหรือเปล่า เสียงของหัวใจข้า ที่บอกว่ารักเจ้าคนเดียว...เสี่ยวชิง...หากเจ้าเองก็มีใจให้ข้า ข้าจะไถ่ตัวเจ้า พาเจ้ากลับไปครองรักกันที่เมืองเซียนหยาง เจ้าจะว่าอย่างไร” อย่างน้อยนี้ก็เป็นสัญญาณที่ดี ที่หญิงสาวไม่ดึงมือออกจากมือของตน
“คุณชาย ท่านพูดจริงหรือ” เสี่ยวชิงถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ ว่าตนเองนั้นมีดีพอที่จะให้ใครมารักหรือเปล่า
“สิ่งที่ข้าพูดออกมา ล้วนเป็นจริงทุกคำ แต่หากเจ้าไม่เชื่อ ข้าขอสาบาน หากวันใดข้าทำให้เจ้าเสียใจ ขอให้ข้า...”
ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะพูดจบ เสี่ยวชิงรีบเอามืออุดปากเขาเอาไว้เสียก่อน นางยอมเชื่อในความรักที่เขามีให้แล้ว และไม่อยากชายหนุ่มต้องสาบาน เพราะหากเขาเป็นอันใดไป ตัวนางคงทนไม่ได้เป็นแน่
“ข้าเชื่อแล้ว ข้าเองก็รักคุณชายเหมือนกัน”
เหวินหยางใช้มือข้างที่เหลือ จับมือบางที่ปิดปากตนเองเอาไว้ ก่อนจะโน้มริมฝีปากจรดลงบนหลังมือเนียนสวยอย่างแผ่วเบา
เสี่ยวชิงผู้ไม่เคยต้องมือชายมาก่อน รู้สึกวูบวาบตรงบริเวณที่ริมฝีปากร้อนสัมผัส
“พี่รักเจ้าเหลือเกินชิงเอ๋อร์”
เมื่อเห็นหญิงสาวไม่มีท่าทีขัดขืน เหวินหยางยิ่งได้ใจ คิดว่าคงถึงเวลาแล้ว ที่จะสอนเพลงรักให้กับสาวงามนางนี้
มือข้างหนึ่งเปลี่ยนจากจับมือมาโอบกอดรอบไหล่บาง ดึงรั้งให้หญิงสาวเข้ามาแนบชิดกับร่างกายแกร่ง ไม่เพียงเท่านั้น เขายังใช้ริมฝีปากร้อนประทับลงบนหน้าผากโหนกนูนเป็นการปลอบขวัญไม่ให้หญิงสาวตรงหน้า หวาดกลัวกับสิ่งแปลกใหม่ที่กำลังจะเกิดขึ้น
“ชิงเอ๋อร์ หากเจ้ารักพี่ เป็นของพี่เถอะนะ”
หญิงสาวไม่รู้จะตอบคำถามของชายหนุ่มอย่างไรดี เพราะตนเองเป็นเพียงสตรี จึงทำได้เพียงพยักหน้าเล็กน้อยแทนคำตอบ
เมื่อได้สัญญาณแบบนี้ เสือผู้หญิงอย่างคุณชายตระกูลซือ มีหรือจะปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือไป ยามกระต่ายน้อยเต็มใจให้ถูกล่า เสืออย่างเขาก็ต้องรีบตะครุบไว้ทันที...
