4 พบเจอสาวงาม
ตอนที่ 4
“โห! คุณชายเมืองฮั้วนี้ โรงน้ำชา โรงสุรา หรือหอนางโลม ไม่แพ้เมืองเซียนหยางของเราเลยนะขอรับ”
หวังหลงเอ่ยออกมาด้วยความตื่นเต้น ใบหน้าอ่อนเยาว์เหลียวมองสถานที่ท่องเที่ยวของบุรุษเพศยามค่ำคืน ที่มีเต็มสองข้างทาง จนไม่รู้ว่าควรจะเริ่มเข้าร้านไหนก่อนดี
“ใจเย็นหน่อยหวังหลง ข้ารับปากว่าจะพาเจ้าเที่ยวจนครบทุกร้านแน่นอน”
เหวินหยางกระหยิ่มยิ้มย่อง มองร้านรวงต่าง ๆ ที่มีบรรดาสาวงามออกมาคอยเรียกแขก ใช่เมืองฮั้วมีสถานที่ที่น่าสนุกแบบนี้ไม่แพ้เมืองเซียนหยาง แต่ที่ดีกว่าคือสาวงามที่นี่ มีความสดใหม่ น่าทดลองสำหรับชายหนุ่มที่ผ่านสาวงามเมืองเซียนหยางมาจนหมดแล้ว
“ถ้าอย่างนั้น วันนี้เราเที่ยวโรงสุราตรงหน้าแล้วกัน” ชายหนุ่มมองสตรีสองนาง ที่กำลังส่งยิ้มเชิญชวน
ก่อนสองเท้าจะก้าวเดิน พาร่างกายเข้าไปยังสถานที่ที่เป็นจุดหมายปลายทาง ซึ่งภายในโรงสุราแห่งนี้คลาคล่ำไปด้วยบุรุษหลากหลายวัย มากหน้าหลายตา บ่งบอกถึงชื่อเสียงของร้านว่าโด่งดังแค่ไหน
“คุณชายทั้งสอง เป็นคนต่างถิ่นหรือเจ้าคะ ทำไมข้ามิเคยเห็น”
หญิงสาววัยกลางคนเดินนวยนาดเข้ามาหาแขกหน้าใหม่ ที่ไม่คุ้นตาเอาเสียเลย แต่ดูจากการแต่งกายด้วยอาภรณ์ราคาแพง นางจึงให้การต้อนรับเป็นอย่างดี
“ใช่ พวกเรามาจากเมืองเซียนหยาง เลยอยากมาเปิดหูเปิดตา ว่าโรงสุราแห่งนี้มีอะไรดี ผู้คนถึงมากมายขนาดนี้” คุณชายเล็กสกุลซือ กล่าวด้วยใบหน้ายิ้มแย้มไม่แพ้หญิงที่เป็นคนดูแลโรงสุราแห่งนี้ เพราะถึงแม้เจ้าหล่อนจะอายุล่วงเลยวัยสาวไปแล้ว แต่กลับยังคงความสวยไม่สร่างเอาไว้จนน่าทึ่ง
“ถ้าเช่นนั้นเชิญคุณชายนั่งรอก่อน อีกไม่นานของดีของร้านเรา จะได้เวลาออกมาแสดงให้ประจักษ์แก่สายตาแล้ว”
ผู้ดูแลโรงสุราแห่งนี้กล่าวจบ ได้ขอตัวไปต้อนรับบุรุษคนอื่น ๆ ที่ยังคงพากันทยอยเข้ามาไม่ขาดสาย นั้นก็เป็นเพราะว่า โรงสุราแห่งนี้นอกจากจะมีนักดนตรีคอยขับกล่อม ยามที่ดื่มสุราเลิศรสแล้ว ยังมีหญิงงามที่ขึ้นชื่อมากกว่าร้านอื่น ๆ ไว้คอยปรนนิบัติเอาอกเอาใจ หากชายใดปรารถนาจะอยู่กับพวกนางสองต่อสองก็แค่จ่ายเงินตามค่าตัว แล้วพาขึ้นไปชั้นสองของร้าน ที่สร้างเป็นห้อง ๆ ได้เลย
เหวินหยางพาหวังหลง นั่งลงยังโต๊ะว่างตัวหนึ่ง สายตาจับจ้องไปทางด้านหน้า ที่ยกพื้นสูงขึ้นมาคล้ายกับเป็นเวที พร้อมกันนั้นก็ยกจอกสุราขึ้นดื่ม ลิ้มรสสุราเหมาไถ ต้องยอมรับเลยว่าการกลั่นสุราของร้านนี้เลิศรสกว่าร้านอื่น ๆ ที่เขาเคยเที่ยวมา
เวลาผ่านไปไม่นาน นักดนตรีที่ส่วนมากเป็นสตรี พากันยกเครื่องดนตรีขึ้นมา จัดแจงพากันนั่งประจำตำแหน่งของตน
เสียงดนตรีถูกบรรเลงขึ้น ด้วยท่วงทำนองอันไพเราะอ่อนหวาน พร้อมกับสาวงามออกมาร่ายรำสะกดสายตาของบรรดาแขกเหรื่อที่พากันร่ำสุราจนได้ที่
แต่เสียงดนตรีกับสาวงามทั้งหลายนี้ ไม่ได้แทรกเข้าโสตประสาทของคุณชายตระกูลซือเลย เพราะความสนใจทั้งหมดของชายหนุ่มนั้น มีเพียงหญิงสาวนางหนึ่ง ที่นั่งอยู่ตรงกลาง ปลายนิ้วเรียวงามกำลังกรีดกรายอยู่บนสายพิณ ใบหน้างามเรียวได้รูป ริมฝีปากอวบอิ่มทาสีชาดน่าลิ้มลอง จมูกโด่งเป็นสัน รับกับนัยน์ตาลูกท้อที่เปล่งประกาย
เพียงแค่ได้ยลโฉมสาวงามนางนี้ ร่างกายแกร่งร้อนรุ่ม โดยเฉพาะแก่นกลางกาย ที่ขยายเหยียดจนปวดระบม ไฟปรารถนาอยากหาที่ปลดปล่อย ทำให้เขาต้องออกคำสั่งกับคนสนิทให้ช่วยไปจัดการเรื่องหนึ่งให้
“หวังหลง ไปเจรจากับผู้ดูแลโรงสุรา ว่าคืนนี้ข้าจองตัวนักดนตรีหญิงคนที่เล่นพิณ เรื่องของราคาว่ามาได้เลยข้าไม่เกี่ยง”
เพราะติดตามคุณชายมานาน รู้ว่าผู้เป็นนายยามปรารถนาสิ่งใดแล้วต้องได้ดั่งใจ ชายหนุ่มที่อายุน้อยกว่า รีบลุกขึ้นไปตามหาหญิงวัยกลางคน ที่คงกำลังต้อนรับแขกอยู่มุมใดมุมหนึ่ง เพื่อเอ่ยปากเจรจาเรื่องที่ถูกออกคำสั่งมา
เหวินหยางกระดกสุราไปหลายจอก นัยน์ตาคมเข้มยังคงจับจ้องหญิงสาว ที่ดีดพิณไม่วางตา รอยยิ้มอันหวานละมุน ทำให้นางสวยเด่นกว่าบรรดาสาวงามทั้งหลายที่กำลังร่ายรำอยู่
หวังเสี่ยวชิง บรรเลงเพลงตามท่วงทำนองที่ฝึกฝนมาเป็นอย่างดี นัยน์ตาลูกท้อกวาดไล่ไปยังบรรดาชายหนุ่มทั้งหลาย ที่ล้วนจ้องมองนางรำด้านหน้าของตน ก่อนนัยน์ตาคู่สวยจะหยุดลง สบนัยน์ตาคมของชายหนุ่มแปลกหน้า หากไม่คิดเข้าข้างตนเองจนเกินไป นางคิดว่าชายหนุ่มผู้นี้จ้องมองนางมาเป็นเวลานานแล้ว เพียงแค่คิด ใจสาวก็สั่นสะท้าน จนต้องก้มหน้าหลบสายตาอันเต็มไปด้วยไฟปรารถนาคู่นั้น
“คุณชาย เรื่องที่ให้ไปจัดการดูเหมือนจะมีปัญหาอยู่บ้าง”
“ปัญหาอะไร” คิ้วเรียงสวยย่นเข้าหากัน แต่สายตายังคงจ้องมองไปยังการแสดงด้านบนเวทีที่ยกสูงขึ้น
“สาวงามที่คุณชายสนใจนั้น หาได้รับแขกเหมือนสาวงามคนอื่น ๆ ไม่ นางมีหน้าที่เพียงบรรเลงขับกล่อมเท่านั้น” หวังหลงอธิบายตามที่หญิงวัยกลางคนแจ้งมา
เหวินหยางหลับตาลง รู้สึกขัดใจเล็กน้อย ที่สิ่งที่ต้องการมีอุปสรรคอยู่บ้าง
“แล้วได้แจ้งเรื่องเงินหรือไม่”
“แจ้งแล้วขอรับ แต่ทางผู้ดูแลบอกว่า เรื่องการรับแขก ให้สาวงามนางนั้นเป็นคนตัดสินใจเอง”
ผู้รับฟังลืมตาขึ้น เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย เป็นอย่างนี้ก็น่าตื่นเต้นดีเหมือนกัน ของอะไรที่ได้มายากหน่อย คู่ควรให้เขาเล่นสนุกยิ่งนัก
หลังจากการแสดงบนเวทีจบลง บรรดาสาวงามที่ทำการร่ายรำก็ถูกบรรดาชายหนุ่มเรียกตัวลงไปด้านล่าง บางคู่ก็กอดประคองกันไปด้านบนของโรงสุรา
เหวินหยางจึงถือโอกาสนี้ เดินเข้าไปหากลุ่มนักดนตรีที่กำลังเดินกลับเข้าไปยังห้องรับรอง
“แม่นาง หยุดพูดกับข้าสักประเดี๋ยวได้หรือเปล่า”
หวังเสี่ยวชิง ชะงักฝีเท้า หมุนตัวกลับมาหาชายหนุ่มแปลกหน้าผู้นั้น ที่เข้ามาทำให้จิตใจปั่นป่วนตั้งแต่แรกพบสบตา
“คุณชายพูดกับข้าหรือ”
เมื่อชายหนุ่มพยักหน้า เสี่ยวชิงจึงหันไปบอกเพื่อนสาวให้พากันเดินกลับเข้าไปก่อน หลังจากนั้นก็ยืนก้มหน้ารอฟังคำพูดที่เขาจะเอื้อนเอ่ย
“ข้าชื่อเหวินหยาง แซ่ซือ แล้วแม่นางเล่าชื่อเสียงเรียงนามว่าอย่างไร”
“ข้าชื่อเสี่ยวชิงเจ้าคะ” หญิงสาวตอบเสียงแผ่วเบา ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นสบตาคมคู่นั้นอีก
“ข้าขอยอมรับตามตรงเลยว่าหลงรักในเพลงพิณของแม่นางเสี่ยวชิง เลยอยากที่จะได้ฟังท่วงทำนองนี้อีก แบบสองต่อสอง แม่นางจะรังเกียจหรือไม่”
เสี่ยวชิงอยู่ในโรงสุราแห่งนี้มานานพอสมควร จึงพอจะรู้ว่าบรรดาชายหนุ่มที่มาเที่ยวสถานที่แห่งนี้ต้องการสิ่งใด
ตัวนางนั้น มีหน้าที่แค่บรรเลงดนตรีขับกล่อมแขกที่มาเที่ยวในโรงสุราแห่งนี้เท่านั้น ไม่ได้ปรนนิบัติแขกเหมือนสาวงามคนอื่น ๆ และยังได้รับคำแนะนำว่าอย่าได้หลวมตัวไปหลงคารมแขกที่เข้ามาเป็นอันขาด
เหวินหยางเห็นสตรีตรงหน้าเอาแต่นิ่งเงียบ จึงคิดว่าตนเองนั้นคงแสดงออกอย่างชัดแจ้งเกินไป นางอาจจะเป็นประเภทที่หวาดกลัวต่อเรื่องอย่างนี้ ดังนั้นคงต้องใช้แผนการให้หญิงสาวไว้เนื้อเชื่อใจเสียก่อน
“แม่นางอย่าเข้าใจผิด ข้าเหวินหยางมิได้มีเจตนาเป็นอื่น แค่เพียงชื่นชอบในฝีมือการบรรเลงพิณของแม่นางเท่านั้น หากแม่นางลำบากใจ ข้าจะแวะเวียนมาเวลาที่แม่นางขึ้นแสดงเอาก็ได้”
ชายหนุ่มเอ่ยเสียงเรียบ ตีสีหน้าเศร้าทำคอตก ทำท่าจะหมุนตัวเดินจากไป
“คุณชาย ข้ามิได้รังเกียจท่าน เพียงแต่...เอาเป็นว่าข้าขอกลับไปคิดดูก่อน” เสี่ยวชิงเงยหน้ามองใบหน้าอันหล่อเหลาราวเทพบุตร สบสายตาคมคู่นั้น แล้วรีบก้มหน้าเดินกลับตามเพื่อน ๆ ไป...
