บท
ตั้งค่า

6 เบื่อหน่าย

ตอนที่ 6

 

“คุณชาย คืนนี้จะไปหาแม่นางเสี่ยวชิงหรือไม่”

หวังหลงเอ่ยปากถามนายน้อยของตน ที่กำลังนอนเอกเขนกอยู่บนม้าโยกอย่างสบายอารมณ์ พร้อมกับมีบรรดาบ่าวหญิงคอยปรนนิบัติเอาใจอยู่รอบข้าง

เหวินหยางส่ายหน้าปฏิเสธแทนคำตอบ หลังจากที่ได้ครอบครองตัวของเสี่ยวชิงในคืนนั้น เขาก็เทียวไปเทียวมาเกือบร่วมสองเดือน จนเกิดความเบื่อหน่ายในรสชาติของกามารมณ์

ดังนั้นคืนนี้ คงได้เวลาเปลี่ยนสถานที่เที่ยวกลางคืนใหม่ เป็นหอนางโลมเลียนเฉียว ซึ่งเขาเพ่งเล็งมาหลายวันแล้ว ว่าคือสถานที่จะหาความสุขใส่ตัวที่ต่อไป

“คุณชายเบื่อแม่นางเสี่ยวชิงแล้วหรือขอรับ” บ่าวคนสนิทอดที่จะเอ่ยปากถามไม่ได้ รู้สึกเห็นใจสตรีนางนั้นอย่างบอกไม่ถูก อาจเป็นเพราะแม่นางเสี่ยวชิงเหมือนดอกบัวแรกแย้มอันขาวบริสุทธิ์ มิใช่ดอกบัวหลากสีสันที่บานรอเหล่าแมลงภู่พวกนั้น หากดอกบัวขาวนี้ต้องมามัวหมองเพราะคุณชายของตน ไม่รู้ว่าดอกบัวนี้จะเฉาตายหรือไม่

“ใช่ ทำไมหรือหวังหลง ฟังน้ำเสียงของเจ้าเหมือนตำหนิข้ากลาย ๆ”

“ไม่ใช่อย่างนั้นขอรับ บ่าวแค่สงสารความบริสุทธิ์ใสซื่อของนางเท่านั้น”

“ไม่ต้องห่วงหรอก ไม่นานนางก็ลืมข้าได้เอง” น้ำเสียงของคุณชายสกุลซือตอบแบบไม่ใส่ใจนัก หญิงสาวจะรู้สึกเช่นไร ล้วนไม่เกี่ยวกับเขาทั้งนั้น ในเมื่อได้ในสิ่งที่ต้องการแล้ว เรื่องระหว่างเขากับนางก็ควรสิ้นสุดลงตรงนี้

ได้ฟังคำตอบของผู้เป็นนาย หวังหลงจึงนิ่งเงียบไป แม้จะสงสารหญิงสาวผู้นั้นมากเพียงใด เขาก็ไม่อาจหาทางช่วยเหลือนางได้ นอกจากคิดเสียว่าถือเป็นความโชคร้ายของนางก็แล้วกัน ที่ต้องมาเจอกับคุณชายของเขา...

 

 

ยามสนธยามาเยือนเมืองฮั้ว สองบุรุษหนุ่มเดินปะปนไปกับบรรดาผู้คน ที่ออกมาเดินท่องเที่ยวในยามราตรี

ในระหว่างที่กำลังพากันเดินไปยังหอนางโลมเลียนเฉียว อยู่ ๆ มีคนคนหนึ่งเดินทะเล่อทะล่าไม่ได้มองทาง จนมาชนเข้ากับเหวินหยาง แต่ด้วยคนที่ชนตัวเล็กกว่ามากจึงเป็นฝ่ายล้มไปกองอยู่ที่พื้นเสียเอง

“โอ๊ย!” ร่างบางที่กองอยู่บนพื้นร้องครวญครางออกมา ด้วยความเจ็บปวด

“หนุ่มน้อยเป็นอะไรมากหรือเปล่า” เป็นหวังหลงที่เข้ามานั่งยอง ๆ ดูอาการของเด็กหนุ่มแปลกหน้า

ส่วนบุรุษอีกคนกลับยืนนิ่งเฉย แค่ปรายหางตามองคนที่เดินมาชนเอง ไม่แม้กระทั่งจะเอ่ยปากถามว่าเป็นอย่างไรบ้าง

“เจ็บนิดหน่อยขอรับ แต่ไม่เป็นอันใดมาก” ร่างเล็กเงยหน้าขึ้นมอง ชายหนุ่มที่ดูเหมือนอายุจะไล่เลี่ยกับตน ก่อนหางตาจะมองเห็นท่าทางหยิ่งยโสของคนที่ตนเองเดินชน ก็ให้รู้สึกหมั่นไส้เสียเต็มประดา

“มาข้าช่วยพยุงเจ้าขึ้นมา” หวังหลงขันอาสา ไม่รู้ทำไมรู้สึกถูกชะตากับหนุ่มหน้าหวานคนนี้ตั้งแต่แรกเจอ หรืออาจจะเป็นเพราะว่า คนตัวเล็กกว่ามีใบหน้าหวานเกลี้ยงเกลา ออกจะไปในทางสวยมากกว่าหล่อ

แต่คนที่ล้มกองอยู่กับพื้น กลับขยับถอยหนี ใบหน้าเหวอเล็กน้อย แต่พอมองเห็นใบหน้าของผู้หวังดีซีดลงก็รีบเอ่ยปากอธิบายทันที

“พี่ชายอย่าเข้าใจผิด ข้าน้อยเป็นคนเส้นตื้น กลัวพี่ชายจับถูกเส้นแล้วข้าน้อยจะหัวเราะไม่หยุด” ร่างเล็กกล่าวพลางรีบยันกายลุกขึ้นยืน พร้อมกับปัดเศษฝุ่นออกจากตัว

“เสียเวลามามากแล้ว พวกเรารีบไปกันเถอะ”

เหวินหยางเอ่ยออกมา กระแสเสียงมีแววหงุดหงิดที่มีเด็กหนุ่มมาขัดจังหวะในการไปหาสาวงาม ถึงแม้ว่าคนตรงหน้าจะมีใบหน้างามหยดย้อยปานใด แต่ว่าก็มิใช่สตรีเสียหน่อย หากเป็นสตรีจริง ๆ อารมณ์ของเขาคงไม่ขุ่นมัวแบบนี้

“ขอรับคุณชาย ข้าไปก่อนนะน้องชาย”

ประโยคหลังคนสนิทของคุณชายตระกูลซือหันไปพูดกับหนุ่มหน้าหวาน ที่กำลังแยกเขี้ยวยิงฟันใส่นายน้อยของตน จนหวังหลงอดที่จะหัวเราะออกมามิได้

“ฮ่า ๆ”

“เจ้าหัวเราะอันใด”

เหวินหยางที่ก้าวเดินนำหน้า พอได้ยินเสียงหัวเราะของบ่าวคนสนิท จึงหมุนตัวกลับมาสนใจบุรุษหนุ่มทั้งสองที่อายุน้อยกว่า

“ไม่มีอะไรขอรับ บ่าวแค่ขำเจ้าเด็กหนุ่มนี้”

แม้หวังหลงจะตอบกลับมาแบบนั้น แต่เหวินหยางไม่อยากจะเชื่อ เพราะสีหน้าของเด็กหนุ่มแปลกหน้า ที่ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ บวกกับอาการกลั้นหัวเราะของคนสนิท ทั้งสองต้องร่วมหัวกันขำเรื่องของเขาเป็นแน่ เรื่องนี้ทำให้คุณชายสกุลซือเกิดความหงุดหงิดไม่ชอบขี้หน้าของเด็กหนุ่มนี้ จนพาลไปถึงคนของตนเองด้วย

“หวังหลง คืนนี้อย่ามาให้ข้าเห็นหน้า จะไปไหนก็ไป” กล่าวจบเหวินหยางก็เดินกระทืบเท้าออกไปทันที

“อ้าว! คุณชายโกรธบ่าวหรือขอรับ” หวังหลงตะโกนถามนายน้อย แต่เขากลับไม่หันมามองเลย จนชายหนุ่มถึงกลับส่ายหน้าด้วยความระอา “โกรธจริง ๆ ด้วย”

“นายน้อยของพี่ชายนี้ นิสัยใช่ไม่ได้จริง ๆ ทั้งสายตาที่เย่อหยิ่ง และดุเหมือนจะชอบเอาแต่ใจด้วย” คนร่างเล็กวิจารณ์ออกมาตามตรงแบบไม่เกรงใจ

หวังหลงจะเอ่ยปากแก้ตัวแทนผู้เป็นนาย แต่กลับถูกเด็กหนุ่มนี้ขัดขึ้นมาเสียก่อน

“พี่ชาย ข้าถูกชะตากับท่าน ฉะนั้นคืนนี้ข้าขอเลี้ยงสุราพี่ชายจะได้หรือไม่”

คนที่ถูกเอ่ยปากชวนชั่งใจ ระหว่างจะตามไปคอยรับใช้นายน้อย หรือจะไปดื่มสุรากับมิตรคนใหม่ดี หลังจากชั่งใจอยู่นาน เขาก็ตัดสินใจที่จะไปดื่มสุรากับสหายหน้าหวาน รอให้คุณชายอารมณ์เย็นกว่านี้ก่อน ค่อยกลับไปง้อก็ยังไม่สาย

“ดีเหมือนกัน งั้นคืนนี้ไม่เมาไม่เลิก”

ดังนั้นหนุ่มทั้งสองจึงพากันไปที่โรงสุรา สั่งสุราชั้นเลิศกับกับแกล้มอีกสองสามอย่าง แต่หนุ่มหน้าหวานปฏิเสธสาวงามที่จะเข้ามาปรนนิบัติ

สุราจอกแล้วจอกเล่า ถูกกระดกเข้าปากของคนทั้งคู่ จนเวลาผ่านไปสักพัก เด็กหนุ่มหน้าหวานเริ่มคอพับคออ่อน พูดจาลิ้นพันกันฟังแทบไม่รู้เรื่อง

“น้องชายไหวหรือเปล่า” หวังหลงลุกจากเก้าอี้ของตน เข้ามาดูหนุ่มหน้าหวานที่กำลังโงนเงนจะตกจากเก้าอี้

“ไหว ข้ายังไหวอยู่ เสี่ยวเอ้อร์ เอาสุรามาอีกขวด”

แต่หลังจากนั้น คนที่บอกว่าไหวก็หงายหลังตกจากเก้าอี้ ยังดีที่หวังหลงรับตัวมาไว้ในอ้อมแขนได้ทันเวลา

“คออ่อนเหมือนหน้าจริง ๆ เลย” ชายหนุ่มพึมพำออกมา

เพราะไม่รู้ว่าจะไปส่งเด็กหนุ่มนี้ที่ไหน หวังหลงจึงจัดการอุ้มคนตัวเล็กพาไปที่โรงเตี๊ยมที่อยู่ไม่ไกลมาก

ระหว่างที่กำลังอุ้มขึ้นบันไดพาไปยังห้องพัก อยู่ ๆ คนในอ้อมแขนก็อ้วกออกมา ใส่เสื้อผ้าของชายหนุ่มที่กำลังก้าวเท้าให้มั่นคงที่สุด ขึ้นบันไดไป

“ไม่รู้เป็นโชคดีหรือโชคร้าย ที่ดันมาถูกชะตากับเจ้า” หวังหลงบ่นเสียงเบา

เมื่อพาสหายใหม่ที่ยังไม่รู้ชื่อแซ่มาวางไว้บนเตียงได้สำเร็จ หวังหลงได้จัดเตรียมอ่างน้ำกับผ้าสะอาด เพื่อมาเช็ดคราบอาเจียนที่เปื้อนตามตัวของคนตัวเล็กเช่นเดียวกัน

แต่ยามที่กำลังปลดเปลื้องสาบเสื้อ นัยน์ตาสีน้ำตาลเหลือบมองเข้าไปเห็นผิวเนื้อขาวเนียน ช่วงอกมีผ้าสีขาวพันอยู่หลายรอบ ปิดเนินเนื้อที่นูนขึ้นเป็นก้อน ๆ สองก้อน เท่านั้นแหละ หวังหลงรีบจับเสื้อให้ปกปิดมิดชิดเหมือนเดิม

จิตใจของชายหนุ่มเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ ที่แท้ชายหนุ่มหน้าหวานคนนี้ เป็นอิสตรี มิน่าเล่าผู้ชายที่ไหนจะหน้าหวานสวยขนาดนี้

“เจ้าเป็นใครกันนะ ทำไมถึงต้องแต่งกายเป็นชาย”

 

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel