บท
ตั้งค่า

3 ตระกูลฝั่งมารดา

 

ตอนที่ 3

 

ใกล้ถึงกำหนดวันที่เหวินหยางต้องไปดูตัว ทำให้ชายหนุ่มเกิดความกระวนกระวายใจ จากคนที่เคยออกเที่ยวยามค่ำคืนทุกวัน บัดนี้เอาแต่เก็บตัวเงียบอยู่ในเรือนของตนเอง

นั่งเหม่อลอยจินตนาการถึงใบหน้ารูปร่างของคู่หมั้นหมาย ซึ่งส่วนมากจะเป็นไปในด้านลบมากกว่า ไม่ว่าจะเป็น ตาเหล่ ฟันเหยิน ผิวดำ อ้วนฉุฉะ ไม่มีส่วนไหนให้น่าพิสมัย ถึงได้หาสามีเองไม่ได้ ต้องให้พ่อแม่เป็นฝ่ายจัดการหาให้

ยามที่มีความคิดไปในทางร้ายแล้ว การดูตัวที่จะเกิดขึ้นในอีกสามวันข้างหน้า ก็ทำให้กลายเป็นเรื่องคอขาดบาดตายสำหรับเขาในทันทีเลย

“คุณชาย ไปเที่ยวข้างนอกกันดีกว่าขอรับ”

บ่าวคนสนิทเอ่ยชักชวน หลังจากทนเห็นสภาพเหี่ยวเฉาของผู้เป็นนายมาหลายเพลาแล้ว

“เฮ้อ!ข้าไม่มีกำลังใจออกไปไหนหรอกหวังหลง” ผู้เป็นนายนั่งคอตก ไร้เรี่ยวแรงที่จะทำอะไร หากเขาดื้อดึงไม่ยอมแต่งงาน เขาก็จะถูกขับออกจากวงศ์ตระกูล ยามนั้นคงได้อดตาย เพราะไม่มีเงินใช้แน่

“นายท่านคงไม่กล้าตัดขาดคุณชายจริง ๆ หรอกขอรับ เพราะอย่างไรก็ยังคงต้องเห็นแก่ฮูหยินใหญ่อยู่บ้าง”

ยามที่ได้ฟังคนสนิทพูด เหมือนมีหยาดน้ำฝนหยดลงมาบนต้นไม้ที่แห้งเหี่ยวใกล้ตาย ให้กลับมาชุ่มชื่นมีชีวิตชีวาขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ใช่แล้ว เขาลืมท่านแม่ไปได้อย่างไร ถึงบิดามารดาจะแต่งงานเพราะผู้ใหญ่จัดการให้ แต่บิดาก็ให้เกียรติมารดาเสมอมา เพราะตระกูลทางฝั่งมารดาก็ร่ำรวยไม่แพ้ตระกูลซือของบิดา

“ขอบใจเจ้ามากหวังหลง”

เหวินหยางกระโดดลุกขึ้นจากเก้าอี้ ที่นั่งจมปลักอยู่ตลอดทั้งวัน ด้วยท่าทางที่กระปรี้กระเปร่าขึ้น ก่อนจะรีบย่างกรายออกจากเรือนไม้หลังงามไป...

“ท่านแม่ ช่วยลูกด้วย ลูกไม่อยากแต่งงาน ท่านพ่อก็บังคับจะขับลูกออกจากวงศ์ตระกูล”

เหวินหยางที่กำลังนั่งอยู่ในรถม้าคันงาม คิดย้อนไปถึงช่วงพลบค่ำที่ได้ไปหามารดาที่เรือน เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องการแต่งงาน

“ทำไมถึงไม่อยากแต่งล่ะลูก คุณหนูที่บิดาคัดสรรมาให้ย่อมเลือกมาอย่างดีแล้ว” ฮูหยินใหญ่ซือเองก็เห็นด้วยที่จะให้บุตรชายคนเดียวของตน ได้ออกเรือนเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที

แต่คนฟังที่หวังมาขอความช่วยเหลือ กลับกอดอกทำหน้าบึ้งตึง พร้อมสะบัดหน้าหนีไปทางอื่น ทำเหมือนว่าตนเองยังอายุแค่ห้าหกหนาวอย่างนั้นแหละ

“ไม่แต่ง อย่างไรลูกก็ไม่แต่ง หากท่านแม่ไม่ยอมช่วย ถ้าอย่างนั้นก็ปล่อยให้ท่านพ่อขับไล่ลูกออกจากจวนเถอะ เมื่อถึงเวลานั้นลูกจะไปตามทางของลูก ไม่มากวนใจท่านแม่อีกเลย”

เห็นบุตรชายอันเป็นยอดดวงใจตัดพ้อแบบนี้ มีหรือที่คนเป็นมารดาจะใจแข็งทนฟังได้อีกต่อไป

ซือฮูหยินใหญ่ จับมืออันมีขนาดใหญ่กว่าของบุตรชายมากอบกุมเอาไว้ หากเสียบุตรชายไปตลอดกาลจริง ๆ คนเป็นแม่เช่นนางคงทำใจไม่ได้แน่

“หยางเอ๋อร์ อย่าพูดแบบนี้แม่ใจคอไม่ดี เอาเถอะหากลูกไม่อยากแต่งก็ไม่ต้องแต่ง”

“แต่ว่าท่านพ่อ” เหวินหยางพยายามสะกดน้ำเสียงไม่ให้ดีใจจนเกินงาม

“หากแม่ไม่เห็นดีด้วย พ่อของลูกจะทำอะไรได้ เอาอย่างนี้ลูกไปพักกับท่านตาที่เมืองฮั้วก่อน ไว้แม่จัดการทางนี้เรียบร้อยแล้ว จะส่งข่าวไป”

“ลูกรักท่านแม่ที่สุดในโลก” ชายหนุ่มคุกเข่าลงกับพื้น สวมกอดมารดาที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ พร้อมกับซบหน้าลงบนตัก ยอมให้มารดาลูบไล้เส้นผมดำเงางาม

หลังจากได้รับคำแนะนำของมารดา เหวินหยางไม่รอช้า สั่งบ่าวคนสนิทให้เก็บเสื้อผ้า ข้าวของมีค่า และเงินทองที่มารดาเตรียมไว้ให้ขึ้นรถม้าไปเมืองฮั้วทันที

เมืองฮั้วเป็นเมืองติดชายแดน อยู่ห่างจากเมืองเซียนหยางไม่มากนัก ใช้เวลาเดินทางแค่วันเดียวก็ถึง ด้วยที่มีอาณาเขตติดต่อกับแคว้นอื่น บวกกับเป็นเมืองท่า ที่มีเรือจากที่ต่าง ๆ นำสินค้ามาแลกเปลี่ยนค้าขาย ทำให้ประชาชนในเมืองฮั้วส่วนมาก จะอยู่ดีกินดี มีฐานะร่ำรวย รวมถึงตระกูลจาง ตระกูลฝ่ายมารดาของเหวินหยาง

“คุณชาย ถึงจวนสกุลจางแล้วขอรับ”

หวังลงที่ทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถม้า เอื้อนเอ่ยวาจาบอกกล่าวผู้เป็นนาย หลังจากจอดรถม้าอยู่หน้าจวนหลังใหญ่ ที่มีป้ายแกะสลักชื่อตระกูลจาง แขวนเด่นเป็นสง่าอยู่เหนือซุ้มประตูทางเข้า

เหวินหยางเปิดม่านหน้าต่างออก นัยน์ตาคมเข้มมองประตูทางเข้า ที่ยังคงโอ่อ่าสมฐานะของท่านตาเขาเหมือนเดิม นานแล้วที่เขาไม่ได้เหยียบย่างมาที่นี่ เพราะว่าติดเที่ยวกับบรรดาสหาย ยามที่มารดาเอ่ยชวน เขาก็จะแกล้งป่วยเอาดื้อ ๆ

“หวังว่าท่านตา ท่านย่าคงจำข้าได้”

เป็นไปอย่างที่เหวินหยางคิดเอาไว้ไม่มีผิด ผู้อาวุโสทั้งสองจำหน้าค่าตาหลานชายไม่ได้ เพราะครั้งท้ายสุดที่มาหา น่าจะอายุประมาณแปดขวบได้ แต่ท่านลุงจางที่เป็นพี่ชายของมารดา จำชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี

“เพ่ยหยีน้าของเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง ไม่เห็นส่งข่าวกลับมาบ้านเลย หวังว่าไปอยู่ที่นั่นคงไม่พาเจ้าเสียคนไปด้วยหรอกนะ” ‘จางหย่งเสียน’ พี่คนโตของสกุลจาง และเป็นบุตรที่ดูแลท่านผู้เฒ่าจางทั้งสองเอ่ยถามหลานชาย หลังจากที่แนะนำให้ผู้อาวุโสจำหลานของตนเองได้แล้ว

“แคก ๆ! ท่านน้าคงวุ่นอยู่กับโรงย้อมผ้านะขอรับ” คนที่กำลังยกน้ำชาขึ้นดื่ม พอได้ยินประโยคคำถามของผู้เป็นลุง ถึงกลับเกิดอาการสำลักทันที และหลีกเลี่ยงที่จะสบสายตาคมกล้าของชายวัยกลางคน เพราะความจริงท่านน้า ปานนี้คงขลุกอยู่ในหอนางโลมหรือไม่ก็หอสุราแล้ว ส่วนกิจการโรงย้อมผ้าก็ปล่อยให้ภรรยาเป็นคนดูแลแทน

“ได้ยินดังนี้ ลุงก็เบาใจหน่อย”

ฟังจากน้ำเสียงของท่านลุง บวกกับสายตาที่จับจ้องมองมา เหมือนกับกำลังค้นหาอะไรบางอย่าง เหวินหยางการันตีได้เลยว่า ชายผู้อาบน้ำร้อนมาก่อน ไม่เชื่อคำพูดของเขาแน่ แต่ช่างเถอะ หากเขายืนกรานแบบนี้ท่านลุงก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี

“เอาล่ะ เดินทางกันมาเหนื่อย ๆ พวกเจ้าไปพักยังเรือนรับรองเถอะ” จะพากันพักอยู่กี่วันก็ได้ เพียงแต่...”

“เพียงแต่อะไรหรือ ท่านลุง” ชายหนุ่มถามออกมาด้วยความสงสัย

“ห้ามก่อเรื่อง ที่จะทำให้ท่านผู้เฒ่าทั้งสองลำบากใจเป็นอันขาด”

“โถ เรื่องแค่นี้เอง หลานจะทำตัวดี ๆ ขอรับ”

เหวินหยางรับคำหนักแน่น เรื่องไปหาเรื่องบาดหมางชกต่อยกับชาวบ้าน หรือเล่นการพนันจนคนตามมาทวงหนี้ ตัวเขาไม่ทำอยู่แล้ว ส่วนเรื่องเที่ยวกลางคืน มั่วสุรานารี คงไม่เป็นการรบกวนหรือทำให้ท่านตาท่านยายไม่สบายใจหรอกกระมัง...

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel