บทที่ 2 ซืออี้คือชื่อใหม่ของข้า 2/2
ทางด้านอามู่ได้พาหรงฮวาหนีรอดออกได้ เขาซ่อนตัวอยู่ใต้สะพาน รอจนฟ้าสางประตูเมืองเปิดจึงรีบออกเดินทางจากเมืองหลวงทันที ก่อนจะมุ่งหน้าขึ้นเหนือสุดเพื่อไปยังจวนโหวดั่งเช่นที่ฮูหยินไหว้วานเอาไว้ ร่างเล็กที่สลบไสลนั่งพิงหน้าอกของเขาตลอดทาง อามู่ก้มมองดูคุณหนูตัวน้อยที่ชีวิตผกผันในชั่วข้ามคืนด้วยความสงสาร
อามู่ควบม้าอย่างไม่หยุดพักราวสี่ชั่วยาม จนม้าเริ่มฝีเท้าตกเขาจึงได้หยุดพักยังโรงเตี๊ยมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ก่อนจะอุ้มคุณหนูตัวน้อยไปนอนพักในห้องที่หลงจู๊จัดเตรียมเอาไว้ให้แล้ว ทว่าอามู่ไม่ได้รู้ถึงสายตาสอดรู้สอดเห็นของคนกลุ่มหนึ่งเลย...
"อื้อ... ที่นี่ที่ไหน ฮึก ๆ ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ทุกคนอยู่ที่ไหนกันหมดเจ้าคะ"
"คุณหนู บ่าวอยู่นี่แล้วขอรับ"
อามู่รีบตรงเข้ามาดูอาการเด็กหญิงที่ตัวสั่นเพราะขวัญกระเจิง จากการประสบเหตุการณ์อันน่าสะพรึงกลัวเมื่อคืนนี้
"ฮึก ๆ ท่านลุงมู่ ทุกคนเล่าเจ้าคะอยู่ที่ไหนกันหมด แล้วที่นี่ที่ไหน ข้าจะรีบกลับไปหาทุกคนที่จวน"
"ที่นั่นไม่มีผู้ใดรอคุณหนูแล้วขอรับ ทุกคน... ตายในกองเพลิงกันหมดแล้วขอรับ"
"อะ อะไรนะ"
ริมฝีปากเล็กสั่นระริกอย่างเสียขวัญ ดวงตาคู่สวยพลันปรากฏน้ำสีใสเอ่อคลอก่อนจะไหลรินลงมาอย่างช้า ๆ หัวใจดวงเล็กบีบรัดเข้าหากันแน่นด้วยความเจ็บปวด ก่อนที่ลมหายใจจะเริ่มติดขัดด้วยมิอาจยอมรับความจริงได้
"คุณหนู! คุณหนูขอรับ หายใจขอรับ หายใจ"
"ฮึก ๆ มะ ไม่จริง มะ ไม่เชื่อ ฮึก ๆ"
"คุณหนูอย่าหยุดหายใจนะขอรับ ค่อย ๆ หายใจสิขอรับ"
หรงฮวาจับหน้าอกของตนแน่นด้วยความรู้สึกเสียดแทงที่เจ็บร้าวไปทั่วโพรงอกเล็ก ดวงตาคู่สวยเหม่อลอยออกไปไกล ราวกับกำลังจะปิดกั้นความจริงที่เพิ่งรับรู้ นางส่ายหน้าไปมาจนผมดำยาวกระจายไปทั่วแผ่นหลังเล็ก ลมหายใจพลันติดขัดด้วยมิอาจหายใจได้อย่างเต็มปอด
นางไม่เชื่อว่าทุกคนจะตายกันหมดแล้ว นี่จะเป็นไปได้อย่างไรกัน ก่อนหน้านี้พวกเราทุกคนยังทานอาหารและพูดคุยหัวเราะให้กันอยู่เลย นี่จะต้องไม่ใช่ความจริงเป็นอันขาด ไม่ใช่ความจริง!!
"ฮึก ๆ เฮือก!"
หรงฮวาสลบไปในทันทีด้วยความสะเทือนใจ หน้าอกเล็กกระเพื่อมขึ้นลงช้า ๆ บ่งบอกว่านางยังมีลมหายใจอยู่ ทว่าดวงหน้าเล็กกลับขาวซีดจนอามู่นึกหวาดกลัว เขารีบออกไปตามหาท่านหมอโดยเร็วที่สุด
หลายวันผ่านไปในที่สุดหรงฮวาก็ฟื้นคืนสติอีกครั้ง ท่านหมอที่มารักษาได้บอกว่าเลือดลมในกายบกพร่องเพราะได้รับความสะเทือนใจอย่างรุนแรง หากดื่มยาสงบจิตใจและพักผ่อนให้มาก ๆ ก็จะกลับมาดีขึ้นอย่างแน่นอน
"ท่านลุงมู่..." น้ำเสียงแหบเล็กเอ่ยเรียกผู้สูงวัยที่คอยดูแลนางมิได้ห่าง
"คุณหนูฟื้นแล้ว รู้สึกอย่างไรบ้างขอรับ"
"ข้ารู้สึกดีขึ้นมากเลยเจ้าค่ะ เพียงแต่ข้าติดอยู่ในความฝันที่ทั้งสงบและเต็มไปด้วยความสุขนานเกินไป... นานจนข้าไม่อยากจะตื่นเลย ข้าฝันเห็นท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ท่านอากุนซือ แม่นม และจูจูด้วยเจ้าค่ะ ทุกคนต่างมาเล่นกับข้าและส่งยิ้มให้กับข้า ก่อนที่พวกเขาจะจับจูงกันไปยังแดนสวรรค์ที่เต็มไปด้วยความสุขสงบ สถานที่ที่พวกเขาจะได้ใช้พักพิงหลังจากละจากโลกนี้แล้วเจ้าค่ะ"
"คุณหนู..." เหมือนมีก้อนแข็ง ๆ อยู่ในคอทำให้อามู่มิอาจเปล่งคำพูดใดออกมาได้
"ท่านลุงมู่ ต่อไปนี้ข้าจะมิใช่หรงฮวาแล้วนะเจ้าคะ"
"หมายความว่าอย่างไรขอรับ"
"เพราะหรงฮวาคนนั้นได้ตายไปแล้ว... วิญญาณและจิตใจได้ตายไปพร้อมกับครอบครัวหมดแล้ว ตอนนี้มีเพียงร่างที่ไร้ชีวิตจิตใจของข้าเท่านั้น หากจะมีสิ่งใดที่ยังติดค้างก็คงเป็นหนี้เลือดที่คนชั่วได้ทำกับครอบครัวของข้าเอาไว้ หรงฮวา... ตายไปแล้ว คงเหลือแต่ร่างกายที่จะขับเคลื่อนด้วยความแค้นเท่านั้น!!"
"คุณหนูขอรับ?"
อามู่จุกแน่นในอกกับคำพูดของคุณหนู ผ่านไปแค่ชั่วข้ามคืนคุณหนูของเขาก็เปลี่ยนไปราวกับคนละคน เด็กน้อยน่ารักสดใสที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มกว้างได้หายไปแล้ว เหลือทิ้งไว้เด็กน้อยที่ใบหน้าอมทุกข์อยู่ตรงหน้าเขาที่เอง
"ต่อไปนี้ข้าจะใช้ชื่อว่าซืออี้ ชื่อนี้จะทำให้ข้าไม่ลืมทุกคน แทนความคิดถึงที่ข้ามีต่อทุกคนที่ได้จากข้าไปแล้ว และยังสื่อถึงความตั้งใจที่จะแก้แค้นให้กับทุกคนของข้าด้วย"
"ขอรับคุณหนู อามู่คนนี้จะขอติดตามคุณหนูจนกว่าชีวิตจะหาไม่ขอรับ"
ขนกายของอามู่พลันตั้งชันด้วยความขนลุก ทั้งน้ำเสียงและแววตาของคุณหนูทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นในชั่วพริบตา ก่อนความรู้สึกนั้นจะจางหายไปเหลือทิ้งไว้เพียงความว่างเปล่า คุณหนูตัวน้อยที่เขาเคยเฝ้าดูแลมาโดยตลอด มาบัดนี้ได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงแล้ว
จะโทษก็ต้องโทษคนสารเลวพวกนั้นที่ทำให้ครอบครัวหนึ่งต้องแตกสลาย เพียงเพราะความละโมบในอำนาจที่มิใช่ของตนมาตั้งแต่ต้น เขาจะรอดูว่าคนเลวทรามต่ำช้าอย่างหรงจื้อจะไปได้ไกลแค่ไหน แล้วเมื่อใดปรโลกจะเพรียกหากัน เขาจะเฝ้ารอดูอย่างใจจดใจจ่อเลยล่ะ
