
บทย่อ
ครอบครัวถูกล้างผลาญจนมอดม้วย นางจึงกลับมาทวงแค้นพร้อมกับคันศรและธนูคู่ใจ ทว่าเขาคนนั้นกลับทำนางหวั่นไหว เช่นนั้นนางก็จะแก้แค้นพร้อมกับมีความรักไปด้วย... ไม่ว่าความแค้นหรือความรักนางก็จะเอาชนะให้หมด
บทที่ 1 ไฟแค้นในกองเพลิง 1/2
บทที่ 1
ไฟแค้นในกองเพลิง
'หรงฮวา' บุตรีเพียงคนเดียวของท่านแม่ทัพใหญ่หรงผู้กุมกำลังทหารกว่าหนึ่งแสนนาย นางมีพี่ชายอยู่หนึ่งคนซึ่งร่างกายอ่อนแอตั้งแต่เกิด ทว่าพี่ชายกลับเฉลียวฉลาดจนแม้แต่ท่านกุนซือ ผู้เป็นสหายข้างกายของบิดายังเอ่ยชมด้วยใจจริง วันนี้ที่จวนตระกูลหรงได้จัดงานเลี้ยงเล็ก ๆ ขึ้น หลังจากที่รบชนะเผ่าซวี่ ทุกคนต่างนั่งร่วมโต๊ะกันทานอาหารด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
หรงฮวาที่อายุยังน้อยคอยรินสุราให้กับท่านพ่อและท่านอากุนซือ เด็กหญิงผู้มีเครื่องหน้าทั้งห้ารับกันได้อย่างพอเหมาะพอเจาะแย้มยิ้มอย่างอารมณ์ดี ก่อนที่นางจะเอ่ยถึงเรื่องหนังสือหมั้นหมายของตน
"ท่านพ่อเจ้าคะ วันนี้ข้าได้พบท่านโหวน้อยผู้เป็นคู่หมั้นของข้าแล้วนะเจ้าคะ"
"ว่าอย่างไรนะฮวาเอ๋อร์! นี่เจ้าแอบไปพบท่านโหวน้อยนั่นได้อย่างไร"
แม่ทัพหรงสำลักสุราที่ดื่มเข้าไปจนหน้าแดงก่ำ เขาก็รู้อยู่หรอกว่าบุตรสาวนั้นมักจะมีนิสัยห้าวหาญไม่ธรรมดา ทว่าก็ไม่คิดว่านางจะใจกล้าถึงกับลอบไปพบหน้าคู่หมั้นของตน ด้วยไม่กี่เดือนก่อนฝ่าบาทเพิ่งจะออกราชโองการ กำหนดให้ทั้งสองตระกูลหมั้นหมายกันไปเองซึ่งตัวเขามิอาจทัดทานได้
"ใช่เจ้าค่ะ แต่ท่านโหวน้อยก็ใจดีกับข้ามากเลยนะเจ้าคะ ทั้งพาข้าไปนั่งทานอาหารที่โรงเตี๊ยมชมงิ้วของคณะจื้อหลิง และยังพาข้าไปนั่งเรือเล่นที่ทะเลสาบฮวาฮวาด้วย ข้าคิดว่าท่านโหวน้อยนิสัยดียิ่งนัก แม้เขาจะดูเศร้า ๆ ไปเพราะต้องย้ายไปแดนเหนือก็เถอะ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังยิ้มให้กับข้าตลอดเลยนะเจ้าคะ ข้าเลยคิดว่าในวันข้างหน้าข้าจะเป็นภรรยาที่ดีให้กับเขาเจ้าค่ะ และข้าก็เพิ่งมอบกำไลหยกคู่ให้ท่านโหวน้อยไปด้วยนะเจ้าคะ ข้าทำดีหรือไม่ท่านพ่อ ท่านแม่ พี่ใหญ่ ท่านอากุนซือ"
ทุกคนที่อยู่ตรงนี้ต่างตกใจกับการกระทำและคำพูดของหรงฮวา ก่อนจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาด้วยความขบขัน หรงฮวาก็ยังคงเป็นหรงฮวาเช่นนี้ นางใสซื่อและจริงใจต่อทุกคนที่อยู่ใกล้ชิด นางไม่เคยมองใครในแง่ร้ายเลยสักครั้งเดียว และเพราะความเห็นอกเห็นใจนี้นี่เอง ถึงทำให้ท่านโหวน้อยรู้สึกดีกับหรงฮวา
"เจ้านี่นะ! ช่างใจกล้าเกินหญิงจริง ๆ ถ้าท่านโหวน้อยไม่ชอบเจ้าขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า"
"ไม่มีทางหรอกเจ้าค่ะ เพราะข้าหน้าตาสะสวย เขียนอักษรก็งาม ดีดพิณก็ไพเราะ เดินหมากเก่ง และข้ายังขี่ม้าและยิงธนูไปพร้อมกันได้ หากได้ข้าเป็นภรรยาก็จะได้ทหารคู่ใจเพิ่มอีกคนหนึ่งเลยนะเจ้าคะ"
เป็นความจริงที่หรงฮวามีความสามารถรอบด้าน มารดาของนางเป็นถึงอดีตปรมาจารย์ด้านการดีดพิณเชียวนะ นางจะไม่ถ่ายทอดการดีดพิณให้กับบุตรสาวเลยหรือ อีกทั้งบิดาผู้เป็นแม่ทัพใหญ่ยังเป็นผู้ฝึกสอนยิงธนูและขี่ม้าด้วยตนเอง ส่วนการเดินหมากก็ได้ท่านอากุนซือเป็นผู้สั่งสอน และนางยังได้พี่ชายช่วยฝึกปรือการเขียนอักษรจนงดงามเป็นเอกด้วย ลายเส้นของนางแม้จะพลิ้วไหวทว่ากลับเฉียบขาดและหนักแน่นนัก
"ใช่แล้ว ฮวาเอ๋อร์ของเราเก่งมากถึงเพียงนี้ หากท่านโหวน้อยไม่ชอบเจ้าก็คงตาถั่วเต็มที"
พี่ชายของนางหัวเราะร่วนอย่างเห็นด้วย ก่อนจะแกะเนื้อปูใส่จานแล้วเลื่อนไปให้น้องสาว หรงฮวายิ้มกว้างด้วยความดีใจ พี่ใหญ่ของนางช่างแสนดียิ่งนัก จะหาคนที่แกะเนื้อปูให้นางได้ที่ไหนอีกกัน
ท่านแม่พลันยิ้มหวานเมื่อเห็นสองพี่น้องรักใคร่กันดี "แต่อย่างไรฮวาเอ๋อร์ก็อย่าได้หลงระเริงในตนเองเป็นอันขาด จำได้หรือไม่ที่แม่เคยบอกว่าเหนือฟ้าย่อมมีฟ้าที่สูงมากกว่า และอย่าได้คิดดูถูกคนที่ต่ำต้อยกว่าเจ้าด้วย"
หรงฮวายิ้มรับ นางจดจำคำสั่งสอนของมารดาได้เป็นอย่างดี แม้นางจะมีพร้อมทุกอย่างและชำนาญไปเสียทุกสิ่ง แต่อย่างไรก็ย่อมมีคนที่เก่งกาจมากกว่านางเป็นแน่
"ฮวาเอ๋อร์จดจำได้อย่างขึ้นใจเลยเจ้าค่ะ"
"ดีมาก"
หลังจากนั้นพวกเขาก็เปลี่ยนเรื่องคุย โดยท่านแม่ทัพหรงตั้งใจว่าจะขอลาราชการเพื่อพาครอบครัวไปท่องเที่ยวยังแดนใต้สักหนึ่งเดือน อากาศที่นั่นอบอุ่นมากกว่าเมืองหลวง เหมาะสมที่จะใช้เป็นสถานที่พักฟื้นให้กับบุตรชาย ทว่าเสียงหัวเราะอย่างมีความสุขที่เคยดังไปทั่วภายในจวนตระกูลหรง กลับถูกกลบทับด้วยเสียงหัวเราะเหี้ยมเกรียมแทน!
"เจ้ารอง! นี่เจ้าคิดจะทำอะไร"
แม่ทัพหรงต้อนภรรยาและลูกให้หลบอยู่ด้านหลัง ก่อนจะดันร่างของพวกเขาให้เข้าไปอยู่ในห้องหนึ่งด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ร่างสูงใหญ่ขวางประตูเอาไว้ราวกับกำลังจะบอกว่าหากยังดาหน้าเข้ามา เขาก็พร้อมจะสังหารทุกคนอย่างไม่ไว้ไมตรี
ขณะที่กุนซือหนุ่มถือดาบชี้หน้า 'หรงจื้อ' นายท่านรองแห่งตระกูลหรงผู้เป็นน้องชายต่างมารดาของแม่ทัพหรง ด้านหลังของเขามีชายชุดดำร่วมห้าสิบคนถืออาวุธครบมือ โดยที่พวกเขารอฟังคำสั่งจากหรงจื้อแต่เพียงผู้เดียว
"พี่ใหญ่... ท่านคงจะชรามากแล้วสินะ เช่นนั้นท่านก็มอบตระกูลหรงให้ข้าจัดการดูแลเองเถอะ ส่วนท่านก็ไปเฝ้าบิดามารดาของท่านในปรโลกดีหรือไม่ แต่ถ้าท่านกลัวเหงาข้าก็ใจดีพอจะช่วยสงเคราะห์พาครอบครัวของท่านไปพร้อมกันเลยดีหรือไม่ ฮ่าฮ่าฮ่า"
หรงจื้อผู้ที่เคยมีใบหน้าอ่อนโยนอยู่เป็นนิจ กลับกล่าวถ้อยคำอย่างโหดเหี้ยมออกมาโดยไม่แม้แต่จะลังเลเลย ในแววตาของเขาวาวโรจน์และฉายแววสนุกสนาน เมื่อได้เห็นสภาพจนตรอกของพี่ใหญ่ผู้เก่งกาจไปเสียทุกอย่าง แต่แล้วอย่างไรเล่า! วันนี้เขาจะเป็นคนปลิดชีพพี่ใหญ่ด้วยตนเอง!!
