บทนำ 3
“พะ พี่เวคิน คือพอดีฟ้าใสไม่สบายนิดหน่อยก็เลยหลับไปแล้วค่ะ(^_^ ;)” ฉันได้แต่แก้ตัวไปแบบนั้น ซึ่งก็ไม่รู้ว่าเขาจะเชื่อหรือเปล่า แต่ขอให้เชื่อทีเถอะนะ ขอร้องล่ะ(︸~︸)
“อ้อ.....หรอครับ”
“งั้นพลอยไปกินข้าวกับพี่ก็แล้วกัน พี่จะได้ซื้อโจ๊กฝากพลอยไปให้ฟ้าใสกินกับยาด้วย”
“ก็ได้ค่ะ” ฉันได้แต่ตอบรับอย่างจำใจ คอยดูเถอะยัยฟ้าใส เพราะเธอคนเดียวถึงทำให้ฉันต้องมานั่งปั้นน้ำเป็นตัวกับคนที่จิตใจดีคนนี้ บ้าเอ๊ย รู้สึกผิดชะมัดเลย (︸~︸)
“ว่าแต่.....พี่ว่าพลอยไปเปลี่ยนกางเกงดีกว่านะครับ(^_^)”
“คะ?” ฉันเอียงคอเล็กน้อยด้วยความสงสัย เพราะไม่เข้าใจว่าทำไมพี่เวคินถึงต้องให้ฉันไปเปลี่ยนกางเกงด้วย
“มันสั้นเกินไปครับ”
“แต่พลอยว่ามันไม่ได้สั้นขนาดนั้น.....” ยังไม่ทันที่ฉันจะเอ่ยจบประโยค จู่ ๆ ก็สัมผัสได้ถึงความกดดันบางอย่างจากพี่เวคิน ทั้ง ๆ ที่เขากำลังยิ้มอยู่แท้ ๆ แต่ทว่าฉันกลับรู้สึกขนลุกไปหมด
“เอ่อ.....ค่ะ เดี๋ยวพลอยไปเปลี่ยนกางเกงก่อนนะคะ”
“ครับ เดี๋ยวพี่รออยู่ตรงนี้(^_^)”
“เหนียวไปหมดเลย” ฉันพึมพำเบา ๆ เพราะคุยนานเกินไปไอติมที่ถือไว้ก็เลยละลายหมดจนไหลเยิ้มลงตามร่องนิ้วมือ และ เพราะความลืมตัวฉันจึงยกมือขึ้นมาเลียเบา ๆ แต่ทว่าก็ต้องสะดุ้งเมื่อนึกได้ว่าพี่เวคินก็ยืนอยู่ตรงนี้ด้วย แถมกำลังมองฉันอยู่อีกต่างหาก
“อุ้ย! ขอโทษค่ะ” ฉันทำได้แค่ยิ้มแหย ๆ และ จะเดินไปทิ้งไม้ไอติม แต่ทว่าเสียงของพี่เวคินดันดังขึ้นซะก่อน
“เอามาให้พี่สิครับ เดี๋ยวพี่ทิ้งให้”
“แล้วก็เอานี่ไปเช็ดมือนะ” พี่เวคินเอ่ยยิ้ม ๆ ก่อนจะยื่นผ้าเช็ดหน้าราคาแพงมาให้
“เอ่อ เดี๋ยวพลอยขึ้นไปล้างมือเอาก็ได้ค่ะ” ฉันเอ่ยด้วยท่าทางเกรงใจ ใครจะไปกล้าใช้ผ้าเช็ดหน้าราคาหลายหมื่นแบบนั้นมาเช็ดคราบไอติมกันละ พลอยไม่บังอาจจริง ๆ
“รังเกียจหรอครับ”
“ปะ เปล่านะคะ” เมื่อจู่ ๆ พี่เวคินก็เอ่ยเสียงเศร้า ฉันก็ได้แต่รีบหยิบผ้าเช็ดหน้าของเขามาเช็ดมือทันที ฉันเนี่ยนะจะไปกล้ารังเกียจเขา
“เดี๋ยวพลอยซักแล้วจะเอามาคืนให้นะคะ”
“ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่เอาไปซักเองก็ได้” เมื่อฉันเช็ดมือเสร็จแล้วบอกว่าจะไปซักมาคืนให้ แต่ทว่าพี่เวคินดันปฏิเสธ และ หยิบผ้าเช็ดหน้ากับไม้ไอติมที่มือฉันไปทันที คนอะไรทั้งหล่อ ทั้งใจดี แถมยังไม่รังเกียจที่จะหยิบไม้ไอติมไปทิ้งให้อีก ดูสิทั้ง ๆ ที่ปู่รหัสของฉันดีขนาดนี้ แต่ยัยฟ้าใสก็ยังกล้าที่จะนอกใจได้ลงคอ ช่างเป็นคนที่ไม่มีจิตสำนึกเลยจริง ๆ
“ขอบคุณค่ะ เดี๋ยวพลอยลงมานะคะ” ฉันเอ่ย ก่อนจะรีบวิ่งขึ้นไปเปลี่ยนกางเกงบนห้องทันที เพราะไม่อยากให้ปู่รหัสคนดีต้องรอนาน
“...................” หลังจากที่พริ้งพลอยวิ่งขึ้นห้องไป เวคินก็ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน พร้อมกับเก็บผ้าเช็ดหน้าที่ห่อไม้ไอติมของพริ้งพลอยเอาไว้ยัดใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
หลังจากที่พี่เวคินพาฉันไปกินข้าวจนอิ่มแปล้ก็ยังใจดีพาฉันมาส่งถึงที่หออีก แถมไม่ลืมซื้อโจ๊กกับยาแก้ไข้ให้คนป่วยทิพย์ที่ถูปอุปโหลกขึ้นมา ก็คงต้องเป็นฉันอีกนั่นแหละที่ต้องจัดการโจ๊กถุงนี้เพื่อไม่ให้เสียของ
“ขอบคุณที่มาส่งนะคะพี่คิน” ฉันยกมือไหว้ ก่อนจะเปิดประตูลงจากรถหรูของพี่เวคินอย่างระแวดระวัง เพราะกลัวจะทำรถราคาหลายสิบล้านของเขาเป็นรอย เพราะไม่มีทางมีปัญญาชดใช้ให้เขาแน่ ๆ ถึงแค่จะเป็นเพียงรอยขีดข่วนก็ตาม
“ครับ ขึ้นห้องดี ๆ นะ”
“ขอบคุณค่ะ” ฉันค้อมหัวให้พี่เวคินเล็กน้อย ก่อนจะหมุนตัวเดินขึ้นห้องทันทีโดยที่ไม่ได้หันกลับไปมองพี่เวคินอีกเลย ทว่าขึ้นไปได้ครึ่งทางแล้วดันนึกขึ้นได้ว่าอยากกินไอติมรสเดิมอีกแท่ง เพราะอย่างนั้นจึงจำต้องลงมาที่ด้านล่างหอพักอีกครั้ง ก็ฉันมันเป็นพวกเห็นข้าวเป็นลม เห็นขนมสู้ตายซะด้วยสิ
สิบนาทีต่อมา
ฉันเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อพร้อมกับถุงขนมถุงใหญ่ในมือ มันเป็นเรื่องยากสำหรับฉันจริง ๆ ที่จะตัดใจไม่ซื้อขนมไปตุนไว้บนห้องเพื่อนกินแก้เครียดในขณะอ่านหนังสือ
ตึก ตึก ตึก…..
ในขณะที่ฉันกำลังจะเดินขึ้นหอพัก ทว่าจู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงบางอย่างดังมาจากที่ซอกตึกข้างหอ และถึงแม้ปกติฉันจะไม่ใช่คนสอดรู้สอดเห็นเรื่องคนอื่น แต่ทว่าวันนี้ไม่รู้อะไรดลใจให้ฉันก้าวเดินไปดูว่าเสียงที่ได้ยินนั้นมันคืออะไร
ปึก ๆ ๆ พับ ๆ ๆ!
“อึก! อืออ อ๊ะ แฮ่ก ๆ ๆ”
“เสียงอะไรน่ะ” ฉันพึมพำ ก่อนจะชะโงกหน้าไปดูในซอกตึกที่ค่อนข้างมืด แต่ทว่าก็พอที่จะเห็นเป็นเงาลาง ๆ ซึ่งภาพตรงหน้าทำเอาฉันตกใจแทบสิ้นสติ เพราะคิดว่ากำลังดูสารคดีสัตว์โลกที่ไม่น่ารักอยู่ ภาพที่เห็นคือการปฏิสนธิเพื่อดำรงซึ่งเผ่าพันธุ์แบบไม่เลือกที่เลือกทางของสิ่งที่ถูกพัฒนามาจากลิงที่เป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
ปึก ๆ ๆ พับ ๆ ๆ!
“อึก! อืออ อ๊ะ แฮ่ก ๆ ๆ”
“(⊙_⊙)” ฉันได้แต่ยืนตาค้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า และ ในขณะที่กำลังจะเบือนหน้าหนี ทว่าหางตาก็เหลือบไปเห็นใบหน้าของใครบางคนที่ช่างแสนคุ้นหน้าคุ้นตาเป็นอย่างดี ตาเถร! นั่นมันพี่เวคินไม่ใช่หรอ!!!!
