บท
ตั้งค่า

EP04 อาการปวดหลังกำเริบ

เว่ยเว่ยทำงานล่วงเวลาไปได้สักพัก เจ้าตัวก็เผลอหลับไปด้วยความเมื่อยล้าที่สะสมมาตลอดทั้งอาทิตย์ ก่อนที่จะตื่นขึ้นมาอีกครั้งภายในออฟฟิศที่ตอนนี้มีเพียงความมืดมิด หากแต่เมื่อเว่ยเว่ยหลับตาลงครั้งหนึ่ง แสงสว่างก็ค่อย ๆ สาดส่องเข้ามาจนทำให้เว่ยเว่ยมองเห็นภาพที่ปรากฏอยู่ตรงหน้านี้ได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น

เว่ยเว่ยมองไปรอบ ๆ ก่อนจะพบว่าตอนนี้ตนเองได้ยืนอยู่กลางทางเดินในแผนกก่อนที่จะถึงห้องประชุม เป็นสถานที่ที่เธอมักจะใช้เวลาทั้งวันขลุกอยู่ในนั้น และเมื่อกวาดสายตามองไปรอบ ๆ อีกครั้ง เว่ยเว่ยก็เห็นร่างบอบบางของใครสักคนหนึ่งที่แสนจะดูคุ้นเคยนอนคว่ำหน้าลงอยู่กับโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่ไม่ไกล

‘ใครนะ? ทำไมดูคุ้นจัง เสื้อก็คุ้น กระโปรงก็คุ้น แต่ทำไมมานอนอยู่ที่นี่ บ้านช่องไม่มีให้กลับรึยังไงนะ’ ปากเล็ก ๆ บ่นพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ในขณะที่สายตาก็ยังไม่ละออกจากร่างคนที่นอนอยู่ตรงนั้นได้เลย

‘นอกจากรูปร่างของคนคนนั้นจะดูคุ้นเคยมาก ๆ แล้ว โต๊ะนี่มันก็ดู...คุ้นๆนะ’ เว่ยเว่ยพิจารณาสิ่งของต่าง ๆ ที่อยู่บนโต๊ะ โดยใช้เวลาเพียงไม่นานก่อนจะพบว่า…

‘กระเป๋าทำงานที่วางอยู่มันช่างดูเหมือนกับกระเป๋าของเธอเป็นที่สุด สมุดจดบันทึกสีแดงเอย แก้วน้ำสีเหลืองเอย หรือจะเป็นปากกาสีชมพูแท่งนั้น อืม คุ้น ๆ’ สมองน้อย ๆ ของเว่ยเว่ยที่เหนื่อยล้าจากการทำงานมาทั้งวัน ย่อมมีประสิทธิภาพในการวิเคราะห์สิ่งที่อยู่ตรงหน้าได้ช้าเป็นธรรมดา

เว่ยเว่ยยืนมองสิ่งเหล่านั้นอยู่สักพัก ก่อนที่เจ้าตัวจะพลันนึกขึ้นได้ว่า...

‘เฮ้ย!!! นี่มันโต๊ะทำงานของเรานี่นา เห๋ยยยย คุณเป็นใครคะเนี่ย มานอนอยู่ที่โต๊ะทำงานของฉันได้ยังไง’ เว่ยเว่ยตะโกนออกไปอย่างเผลอลืมตัว และในขณะที่เว่ยเว่ยกำลังตกใจและสับสนมึนงงอยู่นั้น อีกมุมหนึ่งของแผนกที่ค่อนข้างมืดและว่างเปล่าก็ได้มียมทูตฝึกหัดตนหนึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็กำลังยืนสับสนมึนงงกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ตรงหน้าเขาเฉกเช่นกัน

‘มนุษย์ผู้นี้ สมองของเธอมีปัญหาหรือว่าถูกใช้งานหนักจนเกินไปหรือเปล่า เหตุใดมองร่างที่นอนอยู่กลับไม่รู้ว่านั่นคือร่างของตัวเอง บทจะคุ้นเคยกลับไปคุ้นเคยกับโต๊ะทำงานแทนเสียได้ แท้จริงแล้วอาการเช่นนี้ควรนับได้ว่าเป็นความปกติหรือไม่ปกติของมนุษย์ในยุคนี้กันนะ’ จังหวะที่ยมทูตกำลังครุ่นคิดอยู่นั้น เว่ยเว่ยก็เพิ่งสังเกตเห็นการมีอยู่ของอีกฝ่ายในตอนนั้นเอง

เว่ยเว่ย: “เย้ย! คุณเป็นใครคะเนี่ย”

ยมทูตฝึกหัด#17: “ตัวข้าคือยมทูต”

เว่ยเว่ย: “บ้าน่า อย่ามาหลอกกันนะคะ ยมทูตจะมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”

ยมทูตฝึกหัด#17: “...” ยมทูตไม่ตอบ แต่ยังคงนิ่งเฉยอยู่เช่นนั้น จวบจนเว่ยเว่ยเริ่มรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกที่ตอนนี้กำลังแผ่ปกคลุมพื้นที่โดยรอบอย่างรวดเร็ว โดยจุดศูนย์กลางของความเย็นที่แผ่กระจายออกมานี้ก็คือจากตัวยมทูตตนนั้นนั่นเอง

เว่ยเว่ย: “พะ...พูดจริงเหรอคะ?”

ยมทูตฝึกหัด#17: “อืม และนั่นก็คือร่างของเจ้า”

เว่ยเว่ยมองไปที่ร่างที่ยมทูตชุดดำนี้บอกว่าเป็นร่างของเธอเองอีกครั้ง โดยในครั้งนี้ เว่ยเว่ยก็ได้หายสงสัยแล้วว่า ทำไมร่างนี้ถึงได้ดูคุ้นเคยนัก ที่เป็นเช่นนี้ก็เพราะว่าทั้งเสื้อและกระโปรงที่เธอรู้สึกว่ามันดูคุ้น ๆ นั้น มันเป็นของเธอเองทั้งสิ้น รวมไปถึงร่างที่นอนอยู่นั่นก็ด้วย ซึ่งแท้ที่จริงก็คือร่างของตัวเธอนั่นเอง

ทำงานจนตัวตายเป็นเช่นไร ที่แท้ก็เป็นอย่างเว่ยเว่ยนี่เอง หากถามว่าเสียใจไหม คำตอบของเว่ยเว่ยก็คือเสียใจนะ คือชีวิตนี้ยังไม่ได้มีความสุขในการใช้ชีวิตเลย มีหลายสิ่งที่ยังไม่ได้ทำ เพราะมัวแต่ทำงาน คิดแค่ว่าต้องหาเงิน เอาไว้มีเงินเยอะ ๆ เมื่อไร ค่อยไปเที่ยวพักผ่อนก็ย่อมได้ แต่ใครเลยจะรู้ เงินก็ยังมีไม่เยอะ เที่ยวก็ยังไม่ได้เที่ยว แต่ต้องมาตายอย่างน่าสงสารถึงเพียงนี้

ดีหน่อย ที่ชีวิตนี้เว่ยเว่ยมีเพียงตัวคนเดียว จะเรียกว่าดีได้ไหมนะ ทำไมมันดูน่าสงสารจังเลย แต่เว่ยเว่ยก็ใช้ชีวิตเพียงลำพังจริง ๆ เพราะพ่อกับแม่ได้จากไปตั้งแต่สิบปีที่แล้ว เรียกได้ว่าทั้งคู่จับมือกันไปสู่สวรรค์เก้าชั้นฟ้าแล้วและทิ้งให้เว่ยเว่ยต้องคอยเผชิญกับโลกกว้างอย่างอ้างว้างนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา...เพียงลำพัง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel