EP05 ความผิดพลาด
‘เฮ้อ แต่จะว่าไปตายแบบนี้ก็ดูไม่เจ็บดีนะ แค่นอนหลับไปเอง ดูเหมือนคนนอนหลับมากกว่าคนตายเสียอีก’ เว่ยเว่ยมองร่างของตนเองก่อนที่จะพยายามทำใจปล่อยวางจากทุกสิ่งอย่าง
‘เฮ้อ พี่หลิว เว่ยเว่ยขอโทษนะคะ งานไม่เสร็จทันเช้าวันจันทร์ซะแล้ว’ ตายไปก็ไม่วายเป็นกังวลเรื่องงาน ไม่น่าปากไวไปรับปากเรื่องงานเลย แต่ถึงจะไม่รับปาก สุดท้ายแล้วงานนั้นก็ต้องวนมาหาเธอเองอยู่ดี เว่ยเว่ยคิดในขณะที่คิ้วทั้งสองเริ่มขมวดผูกกันเป็นปมแล้ว
เว่ยเว่ย: “เฮ้อ นี่เราตายแล้วจริง ๆ เหรอ ทำไมยังรู้สึกเมื่อยที่ไหล่และปวดที่หลังอยู่เลย” พูดจบก็หันไปมองยมทูตอีกหนึ่งกรุบ ก่อนที่จะได้รับคำตอบจากอีกฝ่ายเป็นการพยักหน้าขึ้นลงอย่างช้า ๆ เพื่อยืนยันว่าเธอนั้นได้ตายไปแล้วจริง ๆ
เว่ยเว่ย: “เฮ้อ ตายซะแล้ว ยังไม่ทันได้พบกับความสำเร็จเลย” เว่ยเว่ยรำพันออกไปอย่างลอย ๆ
ยมทูตฝึกหัด#17: “ความสำเร็จอะไร?”
เว่ยเว่ย: “เอ๊า ก็ความสำเร็จในชีวิตไงคะ ใคร ๆ ก็บอกว่าความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น แต่ทำไมฉันต้องมาพบกับจุดจบที่น่าห่อเหี่ยวถึงเพียงนี้” เว่ยเว่ยตัดพ้อในโชคชะตา
ยมทูตฝึกหัด#17: “เจ้าอยากรู้จริง ๆ หรือ?” ยมทูตเลิกคิ้วขึ้นสูงอย่างนึกสงสัย
เว่ยเว่ย: “แน่นอนสิว่าต้องอยากรู้ เพื่อที่เกิดใหม่ครั้งหน้าจะได้แก้ไขในความผิดพลาดนั้น” เว่ยเว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงและท่าทีที่ดูจริงจังเป็นที่สุด ในเมื่อแก้ตัวในชาตินี้ไม่ทันแล้ว เช่นนั้นเธอก็จะขอแก้ตัวอีกรอบในชาติหน้าก็แล้วกัน
ยมทูตฝึกหัด#17: “สาเหตุก็เป็นเพราะว่าตัวเจ้าทำงานหามรุ่งหามค่ำ กินนอนไม่เป็นเวลา สุขภาพร่างกายทรุดโทรม ไม่ใส่ใจในสัญญาณเตือนต่างๆที่ร่างกายได้แสดงออกมาให้เห็นว่าเจ้านั้นได้หักโหมมากจนเกินไปแล้ว ไม่ว่าจะเป็น ความเครียด ความดัน ไมเกรน อาการกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ไม่สบายก็ไม่พักผ่อนแต่ยังฝืนทนไปทำงาน นั่งอยู่หน้าจอยาวนานสิบกว่าชั่วโมงโดยไม่ลุกไปไหน ฯลฯ ด้วยเหตุผลทั้งหมดที่กล่าวมานี้ เจ้ายังคิดว่าร่างที่แสนอ่อนแอของเจ้านี้จะยังสามารถมีชีวิตอยู่รอดยืนยาวจวบจนถึงวันที่เจ้าจะประสบความสำเร็จได้อีกหรือ” ยมทูตหน้าตึงกล่าวสาเหตุร่ายยาวออกมา โดยไม่เว้นจังหวะให้เว่ยเว่ยได้คิดและวิเคราะห์ตามถึงสาเหตุเลยแม้แต่น้อย
เว่ยเว่ย: “ทะ ท่านบ่นอะไรนะคะ คือมันยาวไป ฉันฟังไม่ค่อยจะทัน ช่วยส่งเป็นอีเมลมาให้อ่านแทนได้ไหม” เว่ยเว่ยพนักงานตัวน้อย แม้จะตายมาแล้วก็ยังไม่วายติดนิสัยเดิมจากการทำงานมายังดินแดนหลังความตายนี้ด้วย
ยมทูตฝึกหัด#17: “...”
เว่ยเว่ยยืนสัมภาษณ์ยมทูตผู้ที่มารับดวงวิญญาณของเธอไปได้สักระยะ เพียงไม่นาน ภาพที่ปรากฏข้างกายของเธอนั้นก็แปรเปลี่ยนไป จากที่เป็นโต๊ะทำงานในออฟฟิศ ตอนนี้เว่ยเว่ยก็ได้มายืนอยู่ที่ทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ที่เขียวขจีอีกทั้งยังทอดยาวออกไปไกลจนสุดลูกหูลูกตาแล้ว
เว่ยเว่ย: “โอ๊ะ นั่นใครกัน” เว่ยเว่ยชี้นิ้วไปที่สองร่างที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนที่ทั้งสองร่างนั้นจะเคลื่อนกายเข้ามาใกล้เธอและยมทูตหน้านิ่งตนนี้อย่างช้า ๆ
ยมทูตฝึกหัด#17: “...”
ยมทูตฝึกหัด#14: “หมายเลข17 เจ้าไปเอาวิญญาณใครมา”
ยมทูตฝึกหัด#17: “วิญญาณของหยางเว่ยเว่ยอย่างไรเล่า เจ้าถามเช่นนี้มีสิ่งใดหรือไม่”
ยมทูตฝึกหัด#14: “เห้ย นี่ไง หยางเว่ยเว่ย ข้าเพิ่งไปรับดวงวิญญาณของนางมายังไม่ทันที่จะพาไปข้ามสะพานไน่เหอเลย เพราะข้าต้องออกมาตามหาเจ้าก่อน” ยมทูตที่เพิ่งมาใหม่กล่าวอธิบาย พร้อมด้วยสีหน้าที่ตอนนี้เริ่มฉายแววเป็นกังวลขึ้นมาแล้ว
ยมทูตฝึกหัด#17: “นั่น หยางเว่ยเว่ย ดวงวิญญาณหมายเลข541417รึ?”
ยมทูตฝึกหัด#14: ใช่แล้ว นี่ไงหมายเลขที่แสดงอยู่บนหน้าผากของเธอ แล้วเจ้าเล่าไปเอาวิญญาณใครมา”
ยมทูตฝึกหัด#17: “เจ้ามีชื่อว่าอะไร?” ยมทูตหน้าตึงตนเดิมได้หันมาถามเว่ยเว่ยที่ตอนนี้กำลังยืนงงเป็นไก่ตาแตกอยู่ข้าง ๆ ทันที จากเดิมที่มีเพียงสีหน้าเรียบเฉย ตอนนี้เริ่มมีความวิตกปรากฏขึ้นบนใบหน้าบ้างแล้ว
เว่ยเว่ย: “เว่ยเว่ย ฉันคือหยางเว่ยเว่ยค่ะ”
ยมทูตฝึกหัด#14: “ชื่อเหมือนกันก็จริง แต่เจ้าดูที่หน้าผากสิหมายเลข17 วิญญาณที่เจ้าพามามันคือรหัสวิญญาณ 541414!”
ยมทูตฝึกหัด#17: “ยะ...แย่แล้ว”
เว่ยเว่ย: “เดี๋ยวก่อนท่านยมทูต ท่านคงไม่ได้พรากวิญญาณฉันออกจากร่างมาด้วยความผิดพลาดใช่ไหมคะ?” เมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่นี้ เว่ยเว่ยก็เริ่มคิ้วกระตุกยิก ๆ และพอที่จะจับใจความได้แล้วว่า เธอนั้นอาจจะตายด้วยสาเหตุที่มาจากความผิดพลาดของท่านยมผู้ที่มีหมายเลขประจำกายคือเลข17 ผู้นี้ก็เป็นได้
‘ก็ว่าแล้วเชียว! ทำไมแค่ปวดหลังถึงได้ตายง่ายขนาดนี้ ที่แท้แล้วสาเหตุมันเป็นเพราะอย่างนี้นี่เอง!!!’ เว่ยเว่ยที่ไม่อาจข่มความโมโหนี้ไว้ให้ลึกสุดใจได้นั้น บัดนี้ก็ได้เริ่มโวยวายเพื่อทวงคืนลมหายใจให้แก่ตัวเธอเองแล้ว
ยมทูตฝึกหัด#17: “...”
ยมทูตฝึกหัด#14: “...”
