EP03 ปฐมบทของอาการปวดหลัง (โอ๊ยๆ!)
เว่ยเว่ย หญิงสาวเล็กผู้เป็นเจ้าของใบหน้าหวานนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อน ที่พ่วงท้ายด้วยตำแหน่ง GB กิตติมศักดิ์ของบริษัทชั้นนำด้านอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์แห่งหนึ่ง โดยตำแหน่ง GB นี้หรือจะเรียกแบบเต็มๆก็คือ General Bae (เบ๊) ซึ่งก็คือผู้รับดูแลงานสำคัญ(บ้างไม่สำคัญบ้าง)เฉพาะกิจของแผนก ซึ่งได้แก่ การสรุปรายงานทั้งหลาย หรือการดูแลและจัดกิจกรรมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมหลักหรือกิจกรรมเสริม ทุกสิ่งอย่างล้วนเกิดขึ้นและมาจบลงที่เว่ยเว่ยอยู่เสมอ ๆ
หากถามว่างานตัวเองล้นมือไหม คำตอบก็คือมันก็ล้นอยู่ และถ้าหากถามต่อว่าแล้วทำไมไม่ปฏิเสธงานเสริมเหล่านั้นไปบ้าง นั่นก็เป็นเพราะว่าไม่เคยมีใครมาถามคำถามนี้กับเว่ยเว่ยมาก่อน ส่วนมากก็จะมีคน ‘โยนงาน’ เอ้ย! ไม่ใช่นะ!!! ‘มอบหมายงาน’ เหล่านั้นมาให้เว่ยเว่ย หรือไม่แล้วก็จะถูกเสนอชื่อไปโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัวภายในที่ประชุมเลยนั่นเอง
เช่นนั้นแล้ว สันติจะบังเกิดได้ ถ้าเราไม่บ่น (อุ๊ย!) ดังนั้นเว่ยเว่ยจึงได้แต่ก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไป เวลางาน เราต้องเข้าร่วมการประชุม ส่วนเวลาที่ต้องประชุม เราก็ยังคงประชุมอยู่เช่นนั้น แม้จะไม่รู้ว่าทำไมต้องประชุมอะไรกันนักหนา ตกลงว่าบริษัทนี้จ้างมาทำงานหรือจ้างมาเข้าร่วมการประชุมก็ตามที เว่ยเว่ยก็ได้แค่คิด และก็เพื่อสันติอีกเช่นเคยจึงไม่ได้ถามคำถามนี้ออกไป
หากมีใครสักคนสงสัย หรือแม้อาจจะไม่มีใครสงสัยเลยก็ตามที แต่เว่ยเว่ยก็อยากจะระบาย เอ้ย! อยากที่จะเล่าสักหน่อยว่า...
ในเมื่อเอาเวลางานไปเข้าร่วมการประชุมตลอดทั้งวัน แล้วจะเอาเวลาที่ไหนไปทำงาน เว่ยเว่ยก็ขอตอบตรงนี้เลยว่า...
‘ก็เอาเวลาหลังเลิกงานนั่นแหละค่ะ ไปทำงานที่ถือได้ว่าเป็นงานหลักของตัวเอง’
ทุกอย่างยังคงวนเวียนอยู่เช่นนี้ จากวัน เป็นเดือน เลื่อนมาอีกนิดก็ครบหนึ่งปี สองปี สามปี จวบจนวันนี้ที่ก้าวเข้าสู่ปีที่เก้าแล้ว ในที่สุดวันนี้ก็เดินทางมาถึงสักที ซึ่งสิ่งที่มาถึงนั้นไม่ใช่ความสำเร็จอย่างที่ใคร ๆ เฝ้ารอ หากแต่เป็นอาการของโรคออฟฟิศซินโดรมต่างหาก (Office Syndrome)...
ออฟฟิศซินโดรม โรคยอดฮิตในหมู่วัยรุ่น(เหลือน้อย)ที่กำลังเป็นที่นิยมและได้แพร่ระบาดกระจายไปทั่วทุกบริษัทแล้วในขณะนี้
‘โอ๊ย! ปวดหลัง!!!’
เว่ยเว่ย หญิงสาวหน้าน่ารักที่ทุ่มเททั้งชีวิตเพื่อการทำงาน โดยเว่ยเว่ยเชื่อว่าความฝันของเธอจะถูกเติมเต็มได้ ถ้าหากว่าเธอนั้นได้ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานเสียก่อน
แต่ตอนนี้ เว่ยเว่ยก็ได้สู้พยายามมานานกว่าเก้าปีแล้ว แต่ก็ยังไร้ซึ่งวี่แววของความสำเร็จที่ว่านั้นอยู่เลย ดูท่าแล้วว่าความฝันที่มีนับวันจะยิ่งมีแต่ลอยห่างออกไปไกลมากขึ้นทุกทีทุกที
หัวหน้าหลิว: “เว่ยเว่ย อาทิตย์นี้มีเสนองานลูกค้ารายใหม่ ไม่ว่าจะยังไง เราก็ต้องได้งานจากลูกค้ารายนี้มาให้ได้ ส่วนรายละเอียดที่เหลือพี่ส่งเข้าอีเมลให้แล้วนะ อ้อ! เกือบลืม พี่ของานเช้าวันจันทร์ที่จะถึงนี้นะ”
เว่ยเว่ย: “ได้ค่ะพี่หลิว”
เมื่อรับปากหัวหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เว่ยเว่ยก็เหลือบตามองไปที่ปฏิทินตั้งโต๊ะเพื่อดูวันเดือนปีที่ปรากฏอยู่ จากนั้นก็หันมาก้มมองดูเวลาที่กำลังแสดงอยู่บนหน้าจอคอมพิวเตอร์ในเวลาต่อมา
‘อืม...วันศุกร์ที่13 และขณะนี้เวลาก็เดินมาถึง สิบแปดนาฬิกา สี่สิบห้านาที’ เว่ยเว่ยตกอยู่ในห้วงภวังค์เพียงลำพังแค่ครู่เดียว ก่อนที่เสียงสุดท้ายของหัวหน้าหลิวจะลอยมาย้ำเตือนอีกครั้งว่า...
‘พี่ของานเช้าวันจันทร์นะ’ (๕๕+) อุ๊ย! อิพี่หลิววววว ><
ในขณะที่ทุกคนกำลังทยอยเก็บของเพื่อเตรียมตัวกลับบ้านเนื่องจากใกล้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว เว่ยเว่ยกลับไม่มีทีท่าว่าจะลุกขึ้นไปไหน
‘เฮ้อ วันศุกร์รถติด รีบกลับห้องไปก็ไม่มีอะไรทำอยู่ดี งั้นปั่นงานต่ออีกหน่อยก็ได้ ฮึบ!’ เว่ยเว่ยปลอบใจตัวเอง ก่อนที่จะตั้งหน้าตั้งตาทำงานให้เสร็จ เพื่อที่วันหยุดนี้เธอจะได้นอนตื่นสายสักหน่อย
โดยที่เว่ยเว่ยไม่รู้เลยว่า ค่ำคืนนี้จะเป็นคืนสุดท้ายแล้วของชีวิตพนักงานตัวน้อยที่แสนน่ารักเช่นเธอ
พี่หลิวหรือหัวหน้าหลิว ก็คือรุ่นพี่ตั้งแต่สมัยเรียนของเว่ยเว่ย โดยอีกฝ่ายนั้นเป็นคนรูปร่างหน้าตาดี ดีแบบดีมาก ๆ ถ้าไม่ติดว่าพี่หลิวเป็นคนพูดน้อยและชอบทำหน้าดุ ใครต่อใครก็คงกล้าที่จะเข้าหาพี่หลิวแกมากกว่านี้
โดยคำนิยามประจำตัวพี่หลิวที่เว่ยเว่ยได้แอบตั้งให้ก็คือ ‘หล่อ ดุดัน สั่งงานเก่งแบบไม่เกรงใจใคร’
นอกจากการเป็นติ่งพระเอกซีรี่ย์จีนทั้งหลายแล้ว ก็มีพี่หลิวนี่แหละ ที่เว่ยเว่ยแอบปลื้มแอบรักอย่างหัวปักหัวปำ แต่ก็แค่แอบ ๆ นะ เพราะจะแสดงตัวออกไปมากกว่านี้ไม่ได้ ด้วยไม่ว่าจะยังไง อีกฝ่ายก็ยังมีศักดิ์เป็นหัวหน้าของเว่ยเว่ยอยู่ อีกทั้งเมื่อไม่นานมานี้ เว่ยเว่ยเองก็แอบได้ยินมาว่าพี่หลิวกำลังจะลาออกแล้ว
เมื่อรับรู้ว่าหัวหน้าหนุ่มหล่อในดวงใจกำลังจะลาออกเพื่อไปรับช่วงต่อจากกิจการที่บ้าน จิตใจของเว่ยเว่ยก็ย่อมต้องเหี่ยวเฉาลงไปบ้างเป็นธรรมดา
อาการเหมือนคนอกหักทั้งที่ยังไม่ได้บอกรักมันเป็นแบบนี้นี่เอง เว่ยเว่ยเพิ่งเข้าใจในวันนี้เอง
ซึ่งสาเหตุที่พี่หลิวลาออกนั้น เว่ยเว่ยก็ไม่รู้สึกแปลกใจเลยสักนิด เพราะทางบ้านพี่แกมีฐานะที่ร่ำรวยมาก แต่ก็ไม่รู้ด้วยเหตุใด ทำไมพี่หลิวจึงเลือกที่จะมาใช้ชีวิตเป็นพนักงานเช่นนี้ ถึงแม้จะเป็นระดับหัวหน้างาน แต่ด้วยความรู้ความสามารถที่พี่หลิวมี อนาคตย่อมต้องไปไกลได้มากกว่านี้อย่างแน่นอน
เว่ยเว่ยรู้ดีว่าแท้ที่จริงแล้วพี่หลิวนั้นใจดีกับตนเองมากแค่ไหน การที่มอบหมายงานให้เธอมากมายเช่นนั้น พี่หลิวก็ไม่เคยได้ปล่อยให้เว่ยเว่ยต้องทำงานเองเพียงลำพังเลยสักครั้ง เพราะว่าเบื้องหลังทั้งหมดนั้น พี่หลิวยังคงคอยให้การช่วยเหลือทั้งในเรื่องการคอยตรวจและแก้ไขงานก่อนที่จะส่งไปถึงลูกค้า นอกจากนี้ก็ยังให้คำชี้แนะเพื่อแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดอยู่บ่อยครั้ง ทั้งนี้ก็เพื่อให้เว่ยเว่ยได้เรียนรู้และพัฒนาความรู้ความสามารถเพื่อที่จะได้เติบโตในอนาคตต่อไปนั่นเอง
สุดท้ายแล้ว บริษัทก็ต้องเสียคนที่หล่อและหน้าตาดีเช่นหัวหน้าหลิวไปในอีกไม่กี่เดือนนี้แล้ว น่าเสียดายจัง~
‘เฮ้อ แต่งค่ะ อยากลาออกด้วยแล้วไปเป็นแม่บ้านให้จังเลย นี่พูดจริง ๆ จากใจไม่เคยอ่อยเล่น ๆ เลยนะ’ เว่ยเว่ยไม่เคยพูดเล่น แต่แค่พูดอยู่กับตัวเองคนเดียวเพียงเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ ความในใจที่มีจึงไม่เคยได้ส่งไปถึงพี่หลิวของเว่ยเว่ยเลยสักครั้ง
‘สวรรค์ ถ้าหากว่าชาติหน้ามีจริง ขอให้ได้เกิดมาเป็นคนรักของพี่หลิวจะได้ไหมนะ’ เว่ยเว่ยเผลอนั่งคิดเล่น ๆ ในขณะที่กำลังเปิดดูไฟล์งานที่หัวหน้าหลิวได้ส่งมาให้ ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มปั่นงานที่มีกำหนดส่งที่ใกล้เข้ามาแล้ว ≧◠‿◠≦
