8 กับดัก DNA
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
ประตูห้องเปิดออกพร้อมกับพยาบาลสาวที่เดินเข้ามากับรอยยิ้มในมือของเธอถือแฟ้มเอกสารสีน้ำเงินเข้มดูเป็นทางการ
“สวัสดีค่ะคุณนลินี”
“สวัสดีค่ะคุณพยาบาล หมอจะมาตรวจแล้วเหรอคะ”
“ยังหรอกค่ะ เมื่อเช้าวัดไข้น้องตะวันแล้วยังมีไข้ต่ำ ไม่ทราบว่าน้องได้ทานยาไปหรือยังคะ”
“ผมกินข้าวกินยาแล้วครับ” ภูตะวันตอบอย่างฉะฉาน
“กินไปนานหรือยังคะ”
“เมื่อกี้ครับ”
“ถ้าอย่างนั้นอีกสักพักพี่พยาบาลจะมาวัดไข้สุดหล่อนะครับ”
“ครับ” เมื่อถูกชมว่าหล่อเด็กชายก็ยิ้มแป้น
“แล้วจะได้กลับบ้านตอนไหนคะ”
“คงต้องให้หมอดูผลเลือดก่อนถึงจะออกได้ค่ะ”
ขณะที่พยาบาลกำลังจะเดินออกจากห้องพยาบาลอีกคนก็เดินเข้ามา เธอยิ้มทักทายทายก่อนจะแนะนำตัวเอว
“สวัสดีค่ะคุณนลินี ดิฉันเป็นเจ้าหน้าที่จากศูนย์นวัตกรรมพันธุกรรมของโรงพยาบาลค่ะ”
“สวัสดีค่ะ มีอะไรหรือเปล่าคะ น้องต้องไปตรวจอะไรเพิ่มเหรอ” นลินีถามด้วยความกังวล
“เปล่าค่ะ พอดีทางโรงพยาบาลร่วมกับบริษัทประกันที่เป็นพันธมิตรของเรากำลังทำโปรเจกต์โฆษณาสร้างอัจฉริยะตัวน้อยค่ะ เราจะทำการตรวจ Genius DNA เพื่อวิเคราะห์พรสวรรค์ ความถนัดและระดับสติปัญญาทางพันธุกรรมให้ฟรีสำหรับน้องที่แอดมิทในช่วงนี้ค่ะ ปกติค่าตรวจนี้สูงถึงสองหมื่นบาทเลยนะคะ”
“ฟรีเหรอคะ” เมื่อได้ยินว่าฟรีนลินีก็ตาโต
“ใช่ค่ะ”
“แล้วมันดีกับน้องยังไงคะคุณพยาบาล ”
“ดีมากเลยค่ะคุณน้า เราจะรู้ได้เลยว่าน้องตะวันมีความโดดเด่นด้านไหนเป็นพิเศษ เช่น ดนตรี กีฬา หรือคณิตศาสตร์ พ่อแม่จะได้ส่งเสริมได้ถูกทางค่ะ ที่สำคัญบริษัทประกันจะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด คุณน้าแค่เซ็นยินยอมในฐานะผู้ปกครองที่ระบุไว้ในทะเบียนประวัติก็เรียบร้อยค่ะ” พยาบาลอธิบายตามที่ได้ฝึกซ้อมไว้ เธอรู้ว่าที่ทำอยู่นั้นผิดจรรยาบรรณแต่เมื่อคนสั่งคือเจ้าของโรงพยาบาลเธอก็เลยต่อยอมทำตาม
‘ถ้าตรวจแล้วรู้ว่าตะวันเก่งด้านไหน นัชชาก็คงจะดีใจ อีกอย่างนัชชาทำงานหนักก็เพื่อส่งเสียลูก ถ้ามีคนตรวจให้ฟรี ๆ แบบนี้ก็คงเป็นการช่วยลดภาระในอนาคตได้’ นลินีคิดในใจ
“ต้องเจ็บตัวไหมคะ”
“แค่ใช้ไม้พันสำลีกวาดไปตรงกระพุ้งแก้มค่ะ หรือถ้าคุณน้าอนุญาต เราจะเก็บจากตัวอย่างเลือดที่เจาะไปเมื่อเช้าก็ได้ค่ะน้องจะไม่เจ็บเพิ่มเลยค่ะ” พยาบาลสาวอธิบายอย่างลื่นไหลตามสคริปต์ที่ได้รับมาจากหมอนุกูล
“น้าเซ็นให้ก็ได้ค่ะถ้าน้องได้ประโยชน์” นลินีรับปากกามาเซ็นชื่อลงในเอกสารยินยอมอย่างรวดเร็ว โดยหารู้ไม่ว่าลายเซ็นนั้นคือการเปิดประตูสู่ความลับที่ปกปิดมาตลอด
หลังจากพยาบาลเดินออกจากห้องไปนลินีเดินกลับมานั่งลงข้างเตียง มองใบหน้าหลานตัวน้อยเพิ่งจะหลับไปเมื่อสักครู่ เธอลูบศีรษะหลายชายด้วยความเอ็นดู
“ยายหวังว่าผลตรวจของหนูจะมีแต่เรื่องดี ๆ นะตะวันหลานรักของยาย”
นลินีถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ ความทรงจำวันเก่า ๆ ย้อนกลับมา ในวันที่พลอยนัชชาร้องไห้แทบขาดใจเพราะถูกบังคับให้บอกเลิกกับภูผา
เธอรู้ดีว่าหลานสาวรักผู้ชายคนนั้นมากแค่ไหน และเธอก็รู้ดีกว่าใครว่าพ่อที่แท้จริงของเด็กชายคนนี้ไม่ใช่รุ่นพี่เมธินทร์ที่พลอยนัชชาพยายามแอบอ้าง
.....
บริษัท ภัทรา คอสเมติก
ภูผานั่งเอนหลังพิงเก้าอี้หนัง ตัวเลขในแฟ้มเอกสารตรงหน้าไม่ได้ผ่านเข้าสู่สมองของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เสียงโทรศัพท์ส่วนตัวสั่นครืดคราดเมื่อมีสายเรียกเข้าจากนุกูล
“ว่าไงนุกูล น้าสาวเธอยอมเซ็นไหม” ภูผาถามอย่างร้อนใจเมื่อคืนเขาก็เอาแต่คิดเรื่องนี้จนนอนไม่หลับ
“ยอมสิ พอดีว่าน้องตะวันต้องตรวจเลือดด้วยฉันก็เลยแจ้งห้องแล็บให้ตรวจเพิ่มแล้ว”
“ฉันจะไปโรงพยาบาล”
“นายจะมาทำไม”
“ฉันก็จะไปเจาะเลือดน่ะสิ ผลจะได้ออกมาชัวร์กว่าตรวจกระพุ้งแก้ม”
“ไม่ต้องมาหรอกน่า เดี๋ยวเย็นนี้ฉันไปเก็บตัวอย่างที่นายเอง”
“ทำไมล่ะ ตรวจเลือดไม่ดีกว่าเหรอ”
“ไม่ว่าจะตรวจแบบไหนผลก็ไม่ต่างกัน ถ้านายมาโรงพยาบาลฉันกลัวว่าคนอื่นจะรู้เรื่อง ฉันไม่อยากให้โรงพยาบาลมีปัญหา นายเข้าใจฉันหน่อยนะ”
“เอางั้นก็ได้ แต่นายอย่าลืมนัดเย็นนี้นะ”
“ไม่ลืมหรอกน่า ฉันต้องวางสายแล้วมีงานต้องไปทำนายเองก็อย่าคิดมากนะเรื่องทุกอย่างมันจะกระจ่างเร็ว ๆ นี้”
วางสายจากหมอนุกูลแล้วภูผาก็ยิ้ม เขาหวังว่าเรื่องที่คิดไว้จะถูกต้องและถึงตอนนั้นพลอยนัชชาจะต้องรับชะตากรรมที่บังอาจปิดบังเขาเรื่องนี้
“อีกแค่สามวันเท่านั้นนัชชา” เขาพึมพำกับตัวเอง
ขณะกำลังจมอยู่กับความคิดโทรศัพท์ของชายหนุ่มก็ดังขึ้นมันเป็นเบอร์ที่เขาไม่ได้บันทึกไว้ภูผาหยิบขึ้นมาและชั่งใจแต่สุดท้ายก็กดรับ
“สวัสดีครับ”
“สวัสดีค่ะพี่ภู วันนี้พี่ภูไม่เข้าบริษัทเหรอคะ”
“ครับ แต่พี่สั่งศรุตไว้แล้วให้สอนงานณีญา ถ้าไม่เข้าใจอะไรก็ถามเข้าได้เลยนะ” เขาหมายถึงวิทย์ศรุตผู้ช่วยที่สามารถทำงานแทนเข้าได้ทุกอย่าง
“แต่ณีญาอยากทำงานกับพี่ภู ให้ณีญาไปทำงานที่นั่นด้วยได้ไหมคะ” หญิงสาวไม่ได้อยากทำงานหรือเรียนรู้งานเธอก็แค่อยากอยู่ใกล้ชิดกับภูผามากกว่า
“ณีญา พี่ว่าเราคุยกันแล้วนะครับ ที่นี่เป็นบริษัทของแม่พี่ถ้าพี่ให้ณีญามาทำงานมันคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าน้าอารีรู้ก็คงไม่สบายใจแน่นอน”
“แต่....”
“วันจันทร์พี่จะเข้าบริษัท ระหว่างนี้ณีญาเรียนรู้งานไปก่อนดีไหม ศึกษางานคอนโดแห่งใหม่ด้วย”
“ทำไมคะ”
“เพราะพี่ว่าจะไปดูโครงการด้วยตนเองก็เลยอยากให้ณีญาศึกษาข้อมูลไว้ด้วย ณีญาคิดว่าจะทำได้ไหมล่ะ” ภูผามาอยากให้หญิงสาวมาวุ่นวายที่บริษัทของมารดาจึงหาทางทำให้เธอจดจ่ออยู่กับการทำงานที่บริษัทของบิดา
“ได้สิคะ ณีญาจะรีบศึกษางานจากคุณศรุตเลยค่ะ รับรองว่าพี่ภูจะไม่ผิดหวัง” ราณีญาดีใจที่ตนเองจะได้ออกไปทำงานนอกสถานที่กับภูผาอย่างที่หวังไว้
“งั้นพี่ขอทำงานต่อก่อนนะ”
“เดี๋ยวค่ะพี่ภู” หญิงสาวรับร้องห้ามเพราะเธอจะทวงคำสัญญาที่เขาให้ไว้
“มีอะไรอีกพี่มีงานต้องทำนะ” ภูผาเริ่มจะหงุดหงิดแต่ก็พยายามทำเสียงให้เป็นปกติ
“เรื่องที่พี่ภูจะพาณีญาไปฟังเพลงเราจะไปวันไหนคะ”
“พี่ขอดูก่อนนะ ถ้าลีญาทำงานดีพี่ก็อาจจะพาไปเร็ว ๆ นี้”
“ลีญาตั้งใจศึกษางานอย่างเต็มที่เลยค่ะ หวังว่าพี่ภูจะรักษาสัญญานะคะ”
“ครับ”
เมื่อวางสายจากราณีญาแล้วภูผาก็ถอนหายใจ เขาไม่รู้ว่าจะเลี่ยงการทำงานกับเธอไปได้นานแค่ไหน อันที่จริงก็อยากปฏิเสธตั้งแต่แรกแต่เพราะเห็นว่าเป็นหลานสาวของคุณอารีรัตน์ก็เลยยากที่จะปฏิเสธเพราะที่ผ่านมาเขาก็เห็นแล้วว่าคุณอารีรัตน์ดีกับเขาและครอบครัวมาตลอด