9 แล้วก็รู้ถึงหูท่านประธาน
ถึงแม้ว่าลูกชายจะไม่สบายและแอดมิทที่โรงพยาบาลแต่วันนี้พลอยนัชชาก็ยังคงมาทำงานตามปกติ เพราะไม่อยากจะลางานทั้งที่เพิ่งได้เป็นพนักงานประจำแค่เดือนเดียว หญิงสาวตอกบัตรเข้าทำงานที่คลังสินค้าแต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อเข้ามาแล้วเห็นคนงานกำลังวุ่นวายอยู่กับการทำอะไรสักอย่างบนผนัง
“สวัสดีค่ะหัวหน้า พวกเขาทำอะไรกันคะ”
“ท่านรองสั่งให้ติดแอร์เพิ่มน่ะ สงสัยกลัวสินค้าจะเสียหายวันนี้นัชชาเข้าไปเช็กสินค้าที่คลังสองนะ แต่ของพวกนั้นต้องระวังหน่อยห้ามกล่องตกเด็ดขาด” วินัยกำชับ
“ได้ค่ะหัวหน้า ถ้างั้นนัชชาขอตัวไปทำงานก่อนนะคะ” หญิงสาวเข้าไปยังคลังเช็กสินค้าสองซึ่งสินค้าส่วนใหญ่จะมีพวกลิปสติก บลัชออนสินค้าชิ้นเล็ก ๆ ที่ต้องใช้ความละเอียดในการตรวจเช็กมากกว่าสินค้าชนิดอื่นที่มีขนาดใหญ่กว่า
ถึงแม้จะมีเทคโนโลยีการใช้หุ่นยนต์หรือระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาช่วยนับสินค้าแต่คุณภัทรากลับเลือกที่จะใช้คนงานแทนด้วยเหตุผลที่ว่าถึงแม้งานจะช้าแต่ก็อยากจะสนับสนุนให้ทุกคนให้คนที่อยู่ละแวกนี้ได้มีงานทำพลอยนัชชาเองก็เห็นด้วยกับความคิดนี้
ภายในคลังสินค้าสองมีพนักงานกำลังนั่งเช็กสินค้าอยู่หลายคนหญิงสาวเข้ามาสวัสดีทักทายจากนั้นก็รับแฟ้มจากปรียาภรณ์ก่อนจะเริ่มทำงานของตนเองจนกระทั่งถึงเวลาพักรับประทานอาหารกลางวัน
วันนี้พลอยนัชชาได้ออกมาทานอาหารกับเพื่อนร่วมงานเพราะน้าสาวของเธอไม่ได้ทำอาหารมาให้
“วันนี้ไม่ได้ห่อข้าวมาเหรอนัชชา” ปรียาภรณ์ถามขึ้นเพราะเมื่อวานเธอเห็นว่าหญิงสาวเอาอาหารกลางวันมาจากที่บ้าน
“วันนี้น้าสาวไม่ได้ทำให้ค่ะ” เธอตอบสั้น ๆ พร้อมกับรอยยิ้ม พลอยนัชชายังไม่สนิทกับใครในแผนกดีมากนะเธอจึงไม่ได้เล่ารายละเอียดให้ฟังว่าชีวิตของเธอเป็นยังไงและมันก็ไม่ใช่สิ่งจำเป็นที่จะต้องพูดถึงชีวิตของตัวเองให้ใครฟัง
หลังรับประทานอาหารกลางวันเสร็จพลอยนัชชาและเพื่อนร่วมงานคนอื่นก็กลับมาทำงานกันต่อจนกระทั่งถึงเวลาบ่ายสาม ปรียาภรณ์ก็เดินเข้ามาหาพลอยนัชชาที่กำลังเช็กสต๊อกขนตาปลอมอยู่ด้านในสุด
“นัชชาจ๊ะพี่รบกวนอะไรหน่อยนะ”
“อะไรคะพี่อิ๋ว” หญิงสาววางงานในมือแล้วหันมาถาม
“พี่อยากให้นัชชาเอาเอกสารพวกนี้ขึ้นไปให้ฝ่ายบัญชีหน่อยน่ะ นัชชาสะดวกไปไหม” ปรียาภรณ์กลัวว่าการให้เธอกลับไปที่แผนกเดิมจะทำให้พลอยนัชชาคิดมาก
“สะดวกค่ะนัชชาจะได้ไปทักทายเป็นเพื่อนร่วมงานด้วย แล้วนัชชาต้องรอเอาเอกสารกลับมาหรือเปล่า”
“ถ้ารอได้ก็ดีนะ งานตรงนี้ไม่รีบเท่าไหร่วันนี้พวกเราคงไม่ต้องทำโอทีกัน”
“ดีเหมือนกันค่ะ นัชชาจะได้รีบกลับไว ๆ” หญิงสาวยิ้มเมื่อจะได้เลิกงานตรงเวลา
“พี่จะถามตั้งแต่เมื่อเช้าก็ลืมเลยเมื่อวานมีอะไรหรือเปล่าเห็นรีบร้อนออกไปจากบริษัท”
“เมื่อวานลูกชายไม่สบายค่ะ”
“แล้วเป็นยังไงบ้างอาการดีขึ้นหรือยัง อันที่จริงวันนี้นัชชาน่าจะลางานดูแลลูกนะ” ปรียาภรณ์เห็นใจเพราะเธอเองมีลูกก็เลยเข้าใจหัวอกคนเป็นแม่ดีกว่าเวลาลูกเจ็บป่วยจะทุกข์ทรมานใจมากแค่ไหน
“ลูกชายของนัชชาเป็นไข้สูงค่ะ แต่ตอนนี้ไข้ลดลงแล้ว ตอนกลางวันน้าสาวช่วยดูแลให้ค่ะ นัชชาก็แค่นอนเฝ้าตอนกลางคืน”
“แล้วยังมาทำงานแต่เช้าเนี่ยนะ ถ้าไม่ไหวก็บอกพี่นะ ลางานได้ตามสบายเลยเรื่องแบบนี้มันไม่มีใครอยากให้เกิดหรอก”
“ขอบคุณพี่อิ๋วมาก ๆ ค่ะแต่นัชชาคิดว่ายังไหวค่ะ อยากเก็บวันลาไว้พาลูกชายไปเที่ยวดีกว่าค่ะ อีกอย่างก็เพิ่งทำงานได้ไม่นานแล้วก็เพิ่งย้ายมาทำงานที่แผนกนี้นัชชากลัวว่าลางานขึ้นมาท่านรองไม่พอใจจะย้ายนัชชาไปแผนกไหนอีกก็ไม่รู้ค่ะ”
“อันที่จริงเรื่องย้ายแผนกพี่ก็แปลกใจอยู่เหมือนกันนะ ท่านรองย้ายพนักงานบัญชีมาทำงานฝ่ายสต๊อกทำไมก็ไม่รู้ พี่ไม่เข้าใจท่านรองเลยจริง ๆ” ปรียาภรณ์นึกสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถาม
“นัชชาก็ไม่เข้าใจค่ะ ไม่รู้คนตำแหน่งสูงแบบนั้นคิดอะไรอยู่นะคะ นัชชาขอเอาแฟ้มไปให้ฝ่ายบัญชีก่อนนะคะ”
เธอพูดแล้วยิ้มก่อนจะหยิบแฟ้มและเดินออกมาจากคลังสินค้าเพื่อตรงไปยังตึกของบริษัทซึ่งอยู่ด้านหน้าของคลังสินค้า
พลอยนัชชายกแฟ้มขึ้นบังแดด แล้วรีบเดินเข้ามาในตึกเพียงแค่ประตูเปิดไอเย็นก็ทำให้หญิงสาวรู้สึกสดชื่น เธอเดินเข้ามาแล้วก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจเมื่อเห็นประธานบริษัทยืนอยู่ที่แผนกประชาสัมพันธ์
“สวัสดีค่ะท่านประธาน” พลอยนัชชารีบเข้าไปทักทาย
“สวัสดีจ้ะ นี่ไปข้างนอกมาเหรอร้อนจนหน้าแดงเชียว”
“นัชชาเอาแฟ้มมาให้ฝ่ายบัญชีเซ็นค่ะ” เธอตอบพลางชูแฟ้มในมือให้ท่านประธานดู
“เดี๋ยวนะนัชชา นี่ฉันฟังอะไรผิดหรือเปล่าเธอเอาแฟ้มมาให้ฝ่ายบัญชีเซ็นแล้วเธอไม่ได้ทำงานอยู่ฝ่ายบัญชีเหรอหรือฉันจำพนักงานของฉันผิด” แม้ว่าจะไม่ได้เข้าบริษัทบ่อยและไม่ได้คลุกคลีกับพนักงานแต่ก็จำได้ว่าใครทำงานอยู่แผนกไหน
“ท่านประธานจำไม่ผิดหรอกค่ะ แต่ก่อนนัชชาทำงานอยู่ที่ฝ่ายบัญชีค่ะแต่เมื่อสองวันก่อนนัชชาถูกย้ายไปทำงานที่คลังสินค้าค่ะ” นับว่าโชคดีมากที่พลอยนัชชาได้เจอกับท่านประธานและท่านเป็นคนถามเรื่องนี้ขึ้นมาก่อน เธอได้ฟ้องอย่างที่ภูผาเคยปรามาสไว้
“อะไรนะ เธอเรียนจบบัญชีมาไม่ใช่เหรอแล้วทำไมไปทำที่นั่น ใครเป็นคนสั่ง”
“ท่านรองเป็นคนสั่งค่ะ”
“ตายละ นี่ลูกชายฉันมาทำงานไม่กี่วันก็โยกย้ายพนักงานตามใจเลยเหรอเห็นทีต้องคุยกันหน่อยแล้ว”
“ท่านประธานคะ นัชชาทำที่แผนกนี้ก็ได้ค่ะ” หญิงสาวกลัวว่าท่านประธานจะไปต่อว่าภูผาและผลมันจะมาตกที่เธอ
“แต่มันไม่ถูกต้องนะ ฉันรับเธอมาทำงานที่ฝ่ายบัญชีก็ต้องทำฝ่ายบัญชีหรือว่าโดนลูกชายฉันสั่งไว้”
“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอกค่ะ” หญิงสาวไม่รู้จะอธิบายยังไงว่าเหตุผลที่ภูผาย้ายเธอไปทำงานที่คลังสินค้าก็เพราะเขาอยากจะแกล้งเธอแต่ถ้าคุณแต่ถ้าคุณภัทราไปพูดกับเขา เขาก็คงจะหาว่าเธอเป็นคนฟ้องเรื่องนี้แน่ ๆ
“ไม่ต้องห่วงหรอกนะเรื่องนี้มันไม่ยุติธรรมฉันจะจัดการทุกอย่างเอง วันนี้เธอทำงานที่คลั่งสินค้าให้เรียบร้อย แล้วพรุ่งนี้ขึ้นมาทำงานที่แผนกบัญชีอย่างเดิม”
“แต่....”
“ฉันเป็นประธานของนะเธอเลือกเอาว่าจะเชื่อใคร”
“ขอบคุณมากค่ะท่านประธานพรุ่งนี้นัชชาจะกลับมาทำที่ฝ่ายบัญชีตามเดิมค่ะ ” หญิงสาวดีใจเป็นอย่างมากที่จะได้กลับมาทำงานตามเดิมและคิดว่าถ้าคุณภัทราเข้าข้างเธอแล้วเธอก็ไม่ต้องกลัวว่าภูผาจะแกล้งเธอยังไง
คุณภัทราพยักหน้าจากนั้นก็คุยกับพนักงานประชาสัมพันธ์อีกเล็กน้อยก่อนจะเดินขึ้นลิฟต์เพื่อตรงไปยังห้องของรองประธาน
“สวัสดีค่ะท่านประธาน” พรทิพย์สวัสดีทักทายเจ้านายที่ไม่ได้เข้ามาบริษัทหลายวันแล้ว
“เป็นไงบ้างทำงานกับลูกชายฉัน คุณภูผามีปัญหาอะไรไหม”
“ไม่มีปัญหาค่ะ”
“แล้วนี่เขาอยู่ในห้องหรือเปล่า”
“อยู่ค่ะ”
“ฉันขอคุยกับเขาหน่อยนะถ้ามีใครมาขอพบก็ให้รอหน่อย”
“ค่ะท่านประธาน”
คุณภัทราเคาะประตูพอเป็นพิธีจากนั้นก็ผลักประตูเข้าไปทำให้คนที่กำลังนั่งเหม่ออยู่ถึงกับสะดุ้งเมื่อเห็นผู้มาเยือน
“แม่....” ภูผาตกใจเพราะไม่คิดว่ามารดาจะเข้ามาบริษัทวันนี้
“ตกใจอะไรขนาดนั้น”
“ก็ผมนึกว่าแม่จะเข้ามาอาทิตย์หน้า”
“ถ้าแม่มาอาทิตย์หน้าก็ไม่รู้ว่าลูกชายของแม่แอบทำอะไรลับหลังแม่ไว้”
“ผมแอบทำอะไรครับแม่ ผมว่าแม่เหนื่อย ๆ นั่งก่อนนะครับ เอากาแฟเอาขนมอะไรไหมครับเดี๋ยวผมบอกคุณพรทิพย์ให้”
“ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง แม่มีเรื่องจะคุยกับภูผา” คุณภัทรานั่งลงตรงโซฟารับแขกสายตาจ้องลูกชายที่กำลังเดินเข้ามานั่งข้าง ๆ อย่างตำหนิ