6 คนที่เหมาะสม
ภูผาขับรถออกจากโรงพยาบาลเพื่อมายังบ้านของบิดา ในเวลาเย็นแบบนี้รถค่อนข้างติดมากเขาใช้เวลาขับรถเกือบ 40 นาทีก่อนจะมาถึงบ้านของคุณไพศาล
บ้านหลังใหญ่รายล้อมไปด้วยต้นไม้ร่มรื่น ครั้งหนึ่งมันเคยเป็นบ้านที่เต็มไปด้วยความสุขและความอบอุ่นแต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อเขาเรียนอยู่ชั้นมัธยมปีที่ห้า เมื่อบิดาปันใจให้กับเลขาและเมื่อมารดาจับได้ท่านก็ขอหย่าขาด เขาทนอยู่ที่บ้านหลังใหญ่กับบิดาจนเรียนจบชั้นมัธยมก็เข้าเรียนมหาวิทยาลัยและย้ายออกไปอยู่คนเดียวและพอเรียนจบก็ไปเรียนต่อที่ต่างประเทศก่อนจะกลับมาช่วยงานบิดาได้สามปีแต่ภูผาก็ไม่ได้ย้ายกลับเข้ามาอยู่ที่บ้าน
“สวัสดีครับพ่อ สวัสดีครับน้าอารี” ภูผากล่าวทักทายผู้ใหญ่สองคนที่นั่งอยู่ในห้องรับแขก
“อ้าว....มาแล้วเหรอภูผามานั่งกับน้าหน่อยสิ น้ามีคนจะแนะนำให้รู้จัก นี่ราณีญาหลานสาวของน้าเองเพิ่งกลับอังกฤษ ณีญาสวัสดีพี่ภูผาสิลูก”
“สวัสดีค่ะพี่ภูผาณีญาเรียกพี่ภูได้ไหม”
“สวัสดีครับ” ภูผาทักทายไปตามมารยาททั้งที่ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ที่มีคนมาเรียกชื่อเขาพยางค์เดียวแบบนั้นมันทำให้เขาหวนนึกถึงใครบางคนในอดีตที่เรียกเขาติดปากว่า ‘พี่ภู’
“น้าจะฝากให้ณีญาไปทำงานกับภูผาที่บริษัทนะ”
“ณีญาจบอะไรมาครับ”
“จบบริหารค่ะ ณีญาอยากไปเรียนรู้งานกับพี่ภูที่บริษัทของคุณลุงค่ะ”
“ถ้าอยากเรียนรู้งานจริง ๆ ก็น่าให้เรียนรู้งานกับน้าอารีนะครับ ผมเองไม่ค่อยได้เข้าบริษัทกลัวจะสอนงานได้ไม่เต็มที่” เขาเดาจุดประสงค์ของแม่เลี้ยงออกว่าคงอยากให้เขาสนิทกับหลานสาวซึ่งเขาไม่ชอบเลยที่เธอใช้เรื่องงานมาอ้าง
“แต่น้าก็ไม่ค่อยมีเวลาเท่าไหร่”
“ถ้าณีญาอยากเรียนรู้งานจริง ๆ พี่จะผู้ช่วยของพี่สอนก็แล้วกันนะ”
“แต่น้าอยากให้น้องเรียนรู้งานกับคุณภูผาโดยตรงนะคะ” อารีรัตน์ยังไม่ยอมเพราะเธออยากให้ราณีญาสนิทสนมกับชายหนุ่ม
“น้าอารีครับเรียนรู้งานจากใครก็เหมือนกันผู้ช่วยของผมทำงานเก่งมาก ส่วนผมต้องดูบริษัททั้งสองที่อาจจะสอนงานน้องได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่”
“แล้วคุณภูผาต้องไปทำงานที่บริษัทของคุณแม่นานแค่ไหนคะ”
“ช่วงนี้อาจจะต้องไปบ่อยหน่อย ผมต้องเรียนรู้งานที่นั่นอีกเยอะถ้างานเป็นระบบแล้วก็คงไม่ต้องเข้าไปทุกวัน”
“พี่ภูคงเหนื่อยแย่นะคะ ทำงานทั้งสองบริษัทให้ณีญาตามไปช่วยที่บริษัทคุณแม่พี่ภูด้วยดีมั้ยคะ”
“ไม่เป็นไรครับ ขอบคุณครับ” เขาปฏิเสธอย่างสุภาพที่สุด
“ลุงว่าให้หนูณีญาไปเรียนรู้งานที่บริษัทของลุงไปพลาง ๆ ก่อนก็ได้นะ พี่เขาไปช่วยแม่ไม่นานหรอก พอเขากลับมาหนูก็จะได้ทำงานคล่องและช่วยพี่เข้าได้ดีไหม” คุณไพศาลหาข้อยุติให้กับทั้งสองฝ่าย
“ก็ได้ค่ะคุณลุง”
“เราไปกินข้าวกันเถอะนะ เรื่องอื่นเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที”
หลังทานอาหารเสร็จภูผาก็ขอตัวกลับเพราะเขายังมีธุระที่ต้องจัดการต่อ
“ไหน ๆ ก็ออกไปแล้วน้าฝากคุณภูผาส่งน้องด้วยได้ไหมคะ” อารีรัตน์เพิ่มโอกาสให้หลานสาวตัวเองได้อยู่ตามลำพังกับภูผา
“ได้ครับน้าอารี ผมไปก่อนนะครับน้า ไปก่อนนะครับพ่อ”
“ณีญาไปก่อนนะคะคุณลุง คุณน้า”
“คุณคิดว่าทำแบบนี้จะได้ผลเหรออารี” คุณไพศาลถามภรรยาเมื่อลูกชายขับรถออกจากบ้านไปแล้ว
“อารีก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะคุณไพศาล แต่ยังไงก็ลองให้สองคนนี้ได้สนิทสนมกันก่อนหนูณีญาเป็นเด็กน่ารักช่างเอาอกเอาใจอารีคิดว่าทำให้คุณภูผาใจอ่อนได้”
“ผมก็หวังว่าเธอจะทำสำเร็จนะ”
“อยู่ที่คุณแล้วล่ะค่ะคุณไพศาล ถ้าเกิดเด็กสองคนสนิทสนมกันขึ้นมาจริง ๆ คุณจะห้ามเธอหรือเปล่า”
“ทำไมถึงถามผมแบบนั้นล่ะอารี”
“เพราะครั้งหนึ่งคุณเคยห้ามคุณภูผาไม่ให้คบกับผู้หญิงคนนั้น อารีก็เลยกลัวว่าครั้งนี้คุณจะห้ามอีก หนูณีญาน่ารักก็จริงแต่เธอก็ฐานะไม่เท่าเที่ยวกับคุณภูผาเลย เธอไม่ใช่คนที่มาจากชาติตระกูลที่ดี เธอเป็นแค่หลานสาวของอารีเองนะคะ คุณจะไม่ห้ามใช่ไหม” อารีรัตน์ถามย้ำเพราะเธอหวังเรื่องนี้เอาไว้มาก เธออยากให้ราณีญาแต่งงานกับภูผามากที่สุด
“ถ้าผมคิดจะห้าม วันนี้ผมก็คงไม่ให้ภูผามาทำความรู้จักกับ หนูณีญาหรอกนะ ผมอายุเยอะแล้วอยากวางมือจากธุรกิจและอยากให้ภูผามีผู้ช่วยที่ดี หนูณีญาเธอเรียนจบมาจากต่างประเทศอีกอย่างเธอก็เป็นหลานสาวของคุณความเก่งก็คงไม่ต่างจากคุณมากใช่ไหม” ไพศาลมองหน้าภรรยาแล้วยิ้ม ตั้งแต่เขาได้อารีรัตน์มาเป็นภรรยาชีวิตของเขาก็สบายขึ้น นอกจากเธอจะช่วยเขาเรื่องงานที่บริษัทแล้วเรื่องภายในบ้านผู้หญิงคนนี้ก็ยังดูแลเขาได้ดีมากอีกด้วย
“ใช่ค่ะ หนูณีญาเธอเป็นเด็กดีมากตั้งใจเรียนมาตั้งแต่เด็ก”
“ดูคุณรักหลานสาวคนนี้มากเลยนะอารี”
“ใช่ค่ะ ณีญาเป็นเด็กน่าสงสาร ตอนแรกที่น้องชายของอารีพากลับมาอยู่ที่บ้านอารีก็รู้สึกถูกชะตาค่ะ พอน้องชายเสียอารีก็เลยอาสาขอเป็นคนส่งให้เธอเรียนจนจบ จะพูดตามตรงเธอก็เปรียบเสมือนลูกสาวคนหนึ่งของอารีค่ะ”
“คุณเป็นคนจิตใจดีจริง ๆ นะ ผมคิดไม่ผิดเลยที่หย่ากับภัทราแล้วเลือกคุณเป็นคู่ชีวิต แต่น่าเสียดายที่เราสองคนไม่มีลูกด้วยกันคงเพราะผมที่อายุมากเกินไปแล้ว”
“อย่าคิดแบบนั้นสิคะ ถึงเราจะไม่มีลูกด้วยกันแต่เราก็มีคุณภูผาที่อารีเองก็รักเหมือนลูกชายแท้ ๆ”
“ขอบใจนะอารีถ้าไม่มีคุณคอยช่วยผมนึกไม่ออกเลยว่าป่านนี้ภูผาจะเป็นยังไง” ไพศาลนึกไปถึงครั้งที่เขากับลูกชายมีปัญหากันและภูผาไม่ยอมไปเรียนต่อแต่อารีรัตน์ก็ทำให้ลูกชายของเขาเปลี่ยนใจไปเรียนได้ในที่สุด
“ก็เราเป็นครอบครัวเดียวกันนี่คะ คุณไพศาลคะคุณแน่ใจใช่ไหมคะว่าคุณภูผาไม่ได้แอบมีใครไว้ อารีไม่อยากทำให้เขามีปัญหากับคนรัก”
“ตั้งแต่เขากลับมาจากต่างประเทศผมก็ไม่เห็นลูกชายสนิทสนมกับผู้หญิงคนไหนเป็นพิเศษเลย ส่วนมากก็แค่คู่ควง”
“หรือที่คุณภูผาไม่ยอมคบกับผู้หญิงคนไหนเพราะเขายังลืมแฟนเก่าไม่ได้คะ” อารีรัตน์เป็นกังวลเพราะเธอรู้ว่าภูผารักผู้หญิงคนนั้นมากและตอนนี้รู้ว่าเธอมีคนอื่นเข้าก็ผิดหวังมากและเศร้าอยู่นานกว่าจะกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติ
“ผมว่าไม่น่าจะใช่นะเพราะก่อนไปเรียนภูผาก็เห็นแล้วว่าเธอมีผู้ชายคนอื่น ลูกชายของผมคงไม่โง่กลับไปคบกับผู้หญิงคนเดิมหรอก อีกอย่างเวลามันก็ผ่านมาถึงเจ็ดปีแล้วตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นก็คงจะมีครอบครัวไปแล้ว ถ้าครั้งนี้เธอยังกล้ากลับมาหาภูผาอีกก็คงต้องจัดการให้เด็ดขาดกว่าเดิม ผมฝากคุณคอยจับตาเรื่องนี้ด้วยนะ”
“ค่ะ อารีจะคอยสังเกต”
“ผมให้อิสระลูกมานานแล้วถึงเวลาที่เขาต้องมีครอบครัว ถ้าเขากับหนูณีญาได้คบกันก็คงดี ดูแล้วเธอน่าจะช่วยภูผาดูแลบริษัทได้ ถึงตอนนั้นเราสองคนคงมีเวลาไปเที่ยวด้วยกันนะ”
“ค่ะคุณไพศาล อารีเชื่อว่าถ้าคุณภูผาได้ใกล้ชิดกับณีญาก็จะต้องเอ็นดูเธออย่างแน่นอน” อารีรัตน์เห็นสามีสนับสนุนให้ลูกชายคบกับราณีญาเธอก็ดีใจและคิดว่าจากนี้จะทำทุกทางให้ทั้งสองคนนั้นได้ลงเอยกันโดยเร็ว