บท
ตั้งค่า

#####บทที่ 2

 จนกระทั่งวันนี้ชายหนุ่มเรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 เขาได้รับความกดดันจากผู้เป็นพ่อมากโข เนื่องจากได้รับภาระอันยิ่งใหญ่คือการเรียนหมอ เฉพาะทางด้านหัวใจเพื่อสร้างชื่อเสียงให้กับโรงพยาบาลของตนเอง  

ชายหนุ่มจะต้องไปโรงเรียนตามปกติในเวลาเจ็ดนาฬิกา จนถึง สี่นาฬิกา หลังจากนั้นอีกประมาณ 1 ชั่วโมง จะมีอาจารย์สอนพิเศษมาสอนให้โดยเฉพาะที่บ้าน เป็นเวลาเกือบราวๆ3 ชั่วโมงได้  หลังจากร่ำเรียนพิเศษเสร็จเรียบร้อยแล้วก็จะต้องหมั่นทบทวนบทเรียนและทำการบ้านที่ได้รับมอบหมายในแต่ละวันให้เสร็จ  

"วันนี้พวกกูจะไปกินส้มตำกัน มึงจะไปด้วยป่ะ" มังกรเพื่อนสนิทของชายหนุ่มเอ่ยถามเขาในขณะที่กำลังเดินออกมาจากโรงเรียน ซึ่งชายหนุ่มเองกำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ 

"ไม่หวะ กูต้องรีบกลับไปเรียนพิเศษพวกมึงก็รู้" ชายหนุ่มตอบกลับไปด้วยแววตาเคร่งเครียด ชีวิตวัยรุ่นของเขาได้หมดไปกับการเรียนหนังสือเสียทั้งหมด เขาแทบจะไม่ได้ไปเที่ยวเตร่หรือพบปะสังสรรค์กับฝูงเพื่อนเลยสักครั้ง 

"ก็แค่แป๊บเดียวเอง เดี๋ยวกูช่วยคุยกับพ่อมึงให้" คิมหันต์ชายหนุ่มรูปร่างสูงกำยำเดินเข้ามาตบบ่าของชายหนุ่มเบาๆเป็นเชิงปลอบใจ พร้อมกับเอ่ยถ้อยคำชวนแลน่าสนใจแก่ชายหนุ่มยิ่งนัก แต่ทว่าเขาตอบกลับปฏิเสธไปอย่างทื่อๆ 

"ไว้โอกาสหน้านะพวกมึง" ชายหนุ่มพูดจบก็เดินห่างออกมาจากกลุ่มเพื่อนทันที  ก่อนที่จะสาวเท้าขึ้นรถของคุณกรรชัยซึ่งจอดรออยู่ตั้งแต่เลิกเรียนกลับบ้านไป 

ทันใดที่ร่างหนาย่างกายเข้าไปในบ้าน ก็ได้ยินเสียงของไม้เรียวฟาดกับลมทันที นั่นแสดงให้เห็นว่าวันนี้เขาจะต้องทำอะไรให้ผู้เป็นพ่อไม่พอใจแน่ๆ  

"กลับช้า10 นาที มัวไปเถลไถลอยู่ที่ไหน แล้วนี่อะไรปล่อยให้อาจารย์เขาต้องนั่งรอแกอยู่เนี่ย" คุณกรรชัยถามด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เขาเดินเข้าไปใกล้ชายหนุ่มมากขึ้นพร้อมกับใช้มือกระชากคอเสื้อนักเรียนของชายหนุ่มดึงร่างกายเข้าหาตนเองอย่างเอาเรื่อง 

"วันนี้รถติดครับพ่อ ก็เลยมาถึงช้า" ชายหนุ่มตอบกลับไปตามความจริงโดยที่ใบหน้าของตนเองก้มมองพื้นไม่กล้าสบตากับผู้เป็นพ่อเลยสักนิด เขาหวาดกลัวในแววตาเหี้ยมโหดนั้นมาตั้งแต่เด็กๆ เป็นเพราะกรรชัยที่ไม่เคยใช้สายตามองเขาด้วยความรักและความเอ็นดูเลยสักครั้ง 

"งั้นก็รีบเข้าไปขอโทษอาจารย์เค้าซะ  แล้วพรุ่งนี้อย่าให้ฉันรู้ว่าแกมาสายอีก ไม่งั้นโดนไม้หวายลงหลังแน่" กรรชัยค่อยๆคลายคอปกเสื้อของชายหนุ่มออกจนเป็นอิสระ ก่อนที่เขาจะเดินกลับขึ้นไปยังชั้นบนของบ้านซึ่งเป็นจุดรวมของห้องนอนหลายหลายห้อง  ส่วนตัวของคีย์เองก็รีบสาวเท้ามุ่งหน้าเดินไปหาอาจารย์สอนพิเศษอย่างทันที 

โชคดีหน่อยที่เขาเป็นคนหัวไว เรียนรู้และเข้าใจง่าย มันจึงไม่หนักสักเท่าไหร่ที่จะต้องสอบเข้าคณะแพทย์ศาสตร์ มิเช่นนั้นเขาคงจะต้องดิ้นรนแลไม่ได้หลับไม่ได้นอนเป็นแน่ 

(PART END)

(NUMNIM TALK)

เสียงเจื้อยแจ้วของเด็กสาววัย 20 ต้นๆ ยืนเรียกลูกค้าอยู่หน้าร้านขายขนมหวาน รูปร่างของเธอสูงเพียง 153 เซนติเมตร ใบหน้าที่งดงามจิ้มลิ้ม ราวกับฟ้าประทาน มัดผมหางม้าสีดำสลับตรงกลางหัวผูกด้วยริบบิ้นสีแดงดูน่ารัก บวกกับสัดส่วนรูปร่างของเธอที่พอดิบพอดี ทำให้เป็นที่สนใจของหนุ่มเล็กหนุ่มใหญ่ในละแวกแถวนี้ 

แต่ก่อนเธออาศัยอยู่กับบิดาเพียงสองคน เพราะมารดาของเธอได้จากโลกนี้ไปด้วยโรคมะเร็ง  หลังจากนั้นอีกประมาณ 5-6 ปี พ่อของเธอก็ได้มีภรรยาคนใหม่ และมีลูกด้วยกัน 1 คน ตอนแรกเธอคิดเสียว่าแม่เลี้ยงที่ชอบรังแกลูกเลี้ยงคงจะมีเพียงในนิยายหรือในละครหลังข่าวเท่านั้น แต่พอได้มาเจอกับตัว ก็รู้ได้เลยว่ามันมีอยู่ในชีวิตจริง

หญิงสาวถูกเลี้ยงมาอย่างอดๆอยากๆ ตรากตรำทำงานบ้านทุกอย่างที่ผู้เป็นแม่เลี้ยงบังคับขู่เข็ญ ต่างจากตัวหล่อนและลูกสาวของหล่อนเองมิเคยทำอะไรเลย มีดีแต่นั่งไขว่ขาแล้ว  ชี้นิ้วสั่งนู่นสั่งนี่  จากครอบครัวที่เคยร่ำรวย คิดว่ามีเงินทองมากโข จะใช้เท่าไหร่ก็ใช้ไม่หมด กลับโดนสูบหายไปเพียงระยะเวลาไม่กี่ปีโดยฝีมือของแม่เลี้ยงแลลูกสาวของหล่อน

"วันนี้มีขนมเยอะแยะเลยนะคะ ชิ้นละ 10 บาททุกชิ้นเลยค่ะ" นุ่มนิ่มเลยบอกกับลูกค้าที่แห่กันเข้ามาซื้อขนมร้านของเธอ  เพราะฝีมือการทำขนมของเธอนี้ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว ซึ่งถูกถ่ายทอดมาจากผู้เป็นแม่ที่คอยพร่ำสอนเธอไว้ตั้งแต่เด็ก  จักได้เป็นวิชาติดตัวเพื่อเลี้ยงชีพ 

"งั้นพี่เอาหม้อแกง 3 วุ้นมะพร้าว 3 ข้าวเหนียวหน้าสังขยา 3 แล้วก็ขนมตะโก้อีกหนึ่งจ๊ะ" ลูกค้าสาวเอ่ยบอกนุ่มนิ่ม เธอเองก็รีบหยิบขนมตามสั่งใส่ในถุงพลาสติกทันที พร้อมกับยื่นส่งให้กับอีกคนซึ่งยืนรออยู่ด้านหน้า 

"ทั้งหมด 100 บาทพอดีค่ะ ขอบคุณมากเลยนะคะที่มาอุดหนุน" เมื่อได้รับเงินนุ่มนิ่มยกมือไหว้ลูกค้าอย่างนอบน้อม  คนเฒ่าคนแก่หลายคนก็มักจะมาซื้อขนมร้านของนุ่มนิ่มเพราะเอ็นดูเธอ ในความที่เธอเป็นคนนอบน้อม  มารยาทดีและรู้จักเห็นอกเห็นใจผู้อื่น  จนบางคราก็มองข้ามความรู้สึกของตัวเอง 

"เป็นยังไงบ้างลูก วันนี้ขายได้หรือเปล่า" นายเจิด พ่อแท้ๆของนุ่มนิ่มเดินออกมาจากประตูหน้าบ้าน  พร้อมกับเอ่ยถามลูกสาวอย่างที่ถามอยู่ประจำทุกวัน 

"แป๊บเดียวก็ขายเกือบจะหมดแล้วค่ะพ่อ หนูจะได้เอาเงินไปจ่ายค่าเทอมสักที" นุ่มนิ่มกำลังศึกษาอยู่ชั้นปีที่ 2 คณะครุศาสตร์ เอกประวัติศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัย PINKY ไม่ว่าจะเป็นค่าเทอม ค่าซื้อเสื้อผ้า อุปกรณ์การเรียน หรือเงินค่ากินขนมในแต่ละวันล้วนมาจากการทำงานของเธอเอง 

"พ่อภูมิใจในตัวหนูมากเลยนะนุ่มนิ่ม แล้วพ่อก็ต้องขอโทษด้วยที่ทำให้ลูกต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้" นายเจิดใช้มือหนายกขึ้นลูบหัวของลูกสาวเบาๆ  ก่อนที่จะดึงตัวของนุ่มนิ่มเข้ามาโอบกอดไว้แนบเสมออก สำหรับนายเจิดแล้วนุ่มนิ่มเปรียบเสมือนดวงใจของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะมีภรรยาและลูกสาวอีกคนก็ตาม 

"จะออดอ้อนออเซาะเอาอะไรอีกเหรอจ๊ะ         พี่สาว" ใบหม่อนน้องสาวต่างแม่อายุ 15 ปี ของนุ่มนิ่มเดินเข้ามาด้วยท่าทางหาเรื่อง พร้อมกับเอ่ยถามไถ่ด้วยความไม่ใคร่จะพอใจเมื่อเห็นผู้เป็นพ่อรักและเอ็นดูพี่สาวต่างแม่ของหล่อนมากกว่าตนเอง

"เปล่านะใบหม่อน พี่กับพ่อก็แค่คุยกันตามประสาเรื่อยเปื่อยเท่านั้น" นุ่มนิ่มอธิบายความจริงให้กับใบหม่อนฟังด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน แต่ทว่าหล่อนกลับไม่เชื่อในคำพูดของเธอเลยสักนิด เพราะถูกเสี้ยมสอนให้เกลียดพี่สาวต่างแม่มาตั้งแต่เล็กๆ 

"พ่อคะ แม่เรียกให้ไปด้านในหน่อยค่ะ เห็นบอกว่ามีเรื่องจะปรึกษา" ใบหม่อนรีบเดินปรี่เข้ามาหานายเจิด พร้อมกับดึงแขนของเขาให้ลุกขึ้น แล้วเดินเข้าไปในบ้าน  ใบหน้าสวยพอใช้ได้ของใบหม่อนแหงนกลับมาเบะปากเยาะเย้ยใส่นุ่มนิ่ม 

"รับขนมอะไรดีคะ วันนี้เหลือไม่กี่อย่างแล้ว" นุ่มนิ่มส่งยิ้มหวานให้กับลูกค้าซึ่งเข้ามาซื้อขนมร้านของเธอด้วยความเป็นมิตร 

"เอาทุกอย่างอย่างละ 5 ชิ้น" คำตอบนี้ของลูกค้า ทำให้นุ่มนิ่มต้องตาลุกวาวทันที  ก่อนที่จะรีบหยิบขนมใส่ในถุงส่งให้กับลูกค้าไป 

"ทั้งหมด 500 บาทค่ะ แถมให้ 2 ชิ้นนะคะ" นุ่มนิ่มรับเงินจากลูกค้าด้วยความดีใจ  ถือซะว่าวันนี้ปิดจ๊อบเร็วกว่าปกติ  เธอจะได้ไปรับจ้างเสิร์ฟอาหารที่ร้านค้าแถวตลาดต่อ 

"ฉลาดดีนี่ใช้หน้าตาได้เป็นประโยชน์" ใบหม่อนเดินออกมาจากบ้านอีกรอบ คราวนี้เธอมาเพียงคนเดียวพร้อมกับใช้คำพูดถากถางน้ำใจนุ่มนิ่มเหลือเกิน 

"พี่ไม่อยากทะเลาะด้วย" นุ่มนิ่มตอบออกไปอย่างสั้นๆ ก่อนที่จะใช้สองมือเล็กๆเก็บกวาดข้าวของให้เป็นระเบียบ  

"เดี๋ยวแกก็ไม่ต้องลำบากตรากตรำแบบนี้แล้วนะนุ่มนิ่ม หึ ได้ดิบได้ดีเป็นเมียเสี่ย อย่าลืมฉันกับแม่ที่คอยผลักดันให้แกหละ"  ใบหม่อนพูดพร้อมกับกระชากแขนของนุ่มนิ่มอย่างแรง  ทำให้ร่างกายบอบบางของหญิงสาวเซเข้าหาหล่อน 

"อะไรกัน?" นุ่มนิ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัยกับประโยคคำพูดที่ออกมาจากปากของใบหม่อน เธอเองก็ไม่เข้าใจในสิ่งที่น้องสาวต้องการจะเธอสื่อออกมา

"ก็...แกกำลังจะได้เป็นมะ-" ยังไม่ทันที่ใบหม่อนจะพูดจบ ก็มีเสียงเรียกขัดจังหวะของ บัวผัน ดังขึ้นเสียก่อน  

"ใบหม่อน! มากับแม่" บัวผันเดินเข้ามาดึงตัวลูกสาวออกห่างนุ่มนิ่ม เพราะเกรงว่าจะผิดแผนที่วางไว้ หากนุ่มนิ่มทราบเรื่องก่อน หล่อนต้องการจักทำทุกอย่างให้ราบรื่นที่สุด เพื่อผลประโยชน์ของตนเองและลูกสาว

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel