บทที่ 4 ความรู้สึกที่เปลี่ยนแปลงไป 2
“ข้ารักท่านแม่นะขอรับ....” น้ำเสียงออดอ้อนของซีห่าวเอื้อนเอ่ยวาจาออกมา เขาไม่คิดว่าซีห่าวจะโหยหามารดาถึงเพียงนี้ เขารู้สึกร้อนในใจอกพลางมองซีห่าวที่หัวเราะเสียงดัง อวดฟันหน้าของตนเองรั้งคอของเฟยห่วงที่พยายามทรงตัวให้อยู่ ซีห่าวเป็นเด็กฉลาดตั้งแต่เด็ก จนอาจารย์ที่มาเยือนจวนของเขาก็กล่าวเอ่ยชมบุตรชายผู้นี้ของเขาว่าฉลาดนัก
“ข้าดูแลเจ้ามาตั้งนาน ซีห่าว เจ้าไม่รักข้าบ้างเลยหรือ”
เฟยห่วงทำหน้างงงวย เงยหน้ามองใบหน้าหล่อเหลาเกลี้ยงเกลาไร้หนวดเคราของเขา เฟยห่วงไม่เคยคิดมาก่อน ตัวประกอบที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อสร้างอุปสรรคในชีวิตของนางจะมีชีวิตจิตใจขนาดนี้ ขนาดเจ้าก้อนแป้งยังโหยหาความรักจากผู้เป็นแม่ ซีอั่นเองก็คงน้อยใจบุตรชายเช่นกัน
ความอ่อนไหวทางอารมณ์ของซีอั่นสร้างรอยยิ้มประดับบนใบหน้าของเฟยห่วง
“ท่านแม่ของข้ายิ้มแล้ว...”
“หือ อะไรเจ้าอ้วน”
“ข้าชอบให้ท่านแม่ยิ้มขอรับ” ซีห่าวตอบด้วยน้ำเสียงสดใส
เฟยห่วงได้แต่ลูบศีรษะของลูกชาย กลิ่นบุปผาโฉยตามลมอ่อนเข้ามาในห้อง วันนี้ช่างสดใสเสียจริง เจ้าหนูน้อยของนางหายไข้แล้ว ทำให้เฟยห่วงอารมณ์ดียิ่งนัก แม้จะมีสายตาดุค่อยจับผิดอยู่ไม่ห่าง
“ถ้าเจ้าหิวก็ให้คนทำอาหารมาให้” เสียงเข้มดังขึ้น ซีห่าวยังหันมายิ้มให้บิดา คนเป็นพ่อหรือจะใจแข็งโกรธซีห่าวได้อย่างไร
ก่อนเขาจะเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามองสองแม่ลูก พอเขาจากไป หูของเขาช่างดีเหลือเกินได้ยินเสียงหัวเราะคิกคัก พร้อม ๆ กับเสียงปรบมือ
วันนี้ซีอั่นมีเรื่องไม่สบอารมณ์ยิ่งนักจึงอยากมาจิบยาที่โรงเตี๊ยมเจ้าประจำตนมักพาซีห่าวมาด้วย เป็นโอกาสดีของหยางฮัว นางเป็นลูกสาวของเจ้าของโรงเตี๊ยมแห่งนี้ พยายามสานสัมพันธ์กับคุณชายซีอั่น ต่อให้นางต้องเข้าไปกินน้ำใต้ศอกภรรยาผู้แสนประหลาดผู้นั้นก็ตาม
ว่ากันว่า สตรีนามว่า เฟยห่วง นางนั้นโหดร้ายยิ่งนัก เต็มไปด้วยความคับแค้นเต็มอกดั่งไฟ ถ้าท่านซีอั่นปรารถนาให้นางเป็นฮูหยินรอง นางเองก็ยินดี....ถึงเฟยห่วงผู้นั้นนางจะโหดร้ายเกินเยียวยา แต่ซีอั่นเคยบอกนางครั้งหนึ่งว่าเขานั้นนอนแยกเรือนนอนกับนางตั้งแต่นางคลอดบุตรชายให้เขา
ฉะนั้นตำแหน่งฮูหยินคนโปรดของสกุลซี หยางฮัว นางเอกก็ยังคงมีสิทธิ์นั้นอยู่
ยามนางทอดมองคุณชายผู้นั้นนัยน์ตาเปล่งประกาย ม่านตาเปล่งกว้าง หยางฮัวเลยวัยปักปิ่นมานาน สมควรจะออกเรือนมีสามีสักที
อย่างไรเสีย ซีอั่นต้องมาเป็นสามีของนางในเร็ววัน
“คุณชายวันนี้ท่านมาคนเดียวหรือเจ้าคะ”
คิ้วเข้มที่ขมวดเป็นปมก่อนหน้าเริ่มคลายออกมา เมื่อเงยหน้าเห็นสตรีผู้งดงามดั่งดอกไม้แรกแย้มในยามเช้า ทุกครั้งที่เขามาโรงเตี๊ยมแห่งนี้ หยางฮัว นางนั้นปรนนิบัติเขากับบุตรชายเป็นอย่างดี
“เจ้ามาก็ดี ข้าอยากเสวนากับเจ้าอยู่พอดี” น้ำเสียงที่ถูกเปล่งวาจาออกมานั้นเต็มไปด้วยความหงุดหงิดจนหยางฮัวจับสังเกตได้
“มีเรื่องอะไรหรือเจ้าคะ ท่านสามารถเล่าให้ข้าฟังได้นะเจ้าคะ”
หยางฮัวหวั่นเกรงเล็กน้อยที่เอ่ยปากถาม แต่ถ้าคิดถึงภายภาคหน้านางก็ต้องกลายเป็นฮูหยินของเขา เรื่องใดที่สามีมีทุกข์ นางต้องบอกให้ตนเองนั้นใจกว้างพอ
คำพูดของหยางฮัวไม่เข้าหูเลยสักนิด ไม่ใช่เพราะเขาไม่ได้ฟัง แต่เขามัวแต่คิดเรื่องของบุตรชายกับฮูหยินตัวร้ายของเขาต่างหากเล่า
“ท่านซีอั่นเจ้าคะ ท่านซีอั่น”
“เจ้าพูดอะไรหรือหยางฮัว”
