บท
ตั้งค่า

ตอนที่ ๕ เสียจูบแรก

เจณิสตาผลักประตูเข้าไปในห้องของตัวเองอย่างหงุดหงิด แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าไปเต็มตัวสายตาเห็นร่างสูงยืนอยู่ไม่ไกล

“นายมาทำอะไรตรงนี้” เธอถอยหลังหนึ่งก้าวโดยอัตโนมัติ

“พูดจาหมาๆ แบบนี้ได้ไงวะนี่บ้านฉันห้องนอนฉัน โว้ยยย” เขาหันมามองหน้าเธอช้าๆ สีหน้าไม่สะทกสะท้าน คำตอบนั้นทำให้หญิงสาวหน้าแดงด้วยความโมโห

“ปากไม่ดี”

“แล้วเธอไม่เคยมองตัวเองบ้างเหรอ” เขาขมวดคิ้วยืนตัวตรงขึ้นอย่างระวังตัวมากกว่าเดิม

หญิงสาวชะงักไปนิดสายตาเผลอไล่มองใบหน้าเขาต้องยอมรับแบบไม่เต็มใจว่าหน้าตาดีจริง คิ้วเข้มสันจมูกชัดกรามคม แต่ปากนี่มันน่าถีบจริงๆ

“มองอะไร ไม่เคยเห็นผู้หญิงหรือไง!” เธอรีบเบือนหน้าหนีเมื่อรู้ตัวว่าถูกมองกลับ

“ใครมอง นึกว่าเธอจะเอากระจกมาส่องหน้าตัวเองมากกว่า”

“ไอ้โรคจิต!” หญิงสาวปรี๊ดแตก

“โรคจิตตรงไหนวะ ถามหน่อยเถอะเธอมีอะไรให้อยากลวนลาม” เขาสวนกลับทันควัน

“ไอ้...” เจณิสตาอ้าปากจะด่า แต่แสนทิวาก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงกวนประสาทสุดขีด

“ดูไปดูมาก็มีแต่กระดานเรียบๆ”

ความหงุดหงิดพุ่งทะลุเพดานหญิงสาวกำหมัดแน่น หน้าแดงก่ำทั้งโกรธทั้งอาย แสนทิวากลับทำหน้าทำตาล้อเลียนยักคิ้วใส่ราวกับท้าทาย

ปึก!

หมัดของเธอพุ่งเข้าใส่เต็มเบ้าตาเขาอย่างจัง ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัวจึงโดนเข้าเต็มเบ้าตา

“โอ๊ยยยย! ทำบ้าอะไรของเธอวะ” แสนทิวาร้องลั่นกุมตาไว้แน่น

“ปากไม่ดีต้องโดนแบบนี้!” เธอตวาดกลับ เสียงสั่นด้วยอารมณ์

“ยัยบ้า! วันนี้ฉันเกือบสิ้นพระชนม์สองรอบแล้วนะ!” เขากัดฟันแน่น คาดโทษหญิงสาวไว้ในใจ

“อายุก็ยี่สิบแปดแล้ว แฟนไม่มีไม่แปลกปากไม่ดีแบบนี้ใครจะทน” เธอสวนกลับทันควัน

“ไม่มีแฟนแต่จะมีเมียไง” เขาเงยหน้ามอง ทั้งเจ็บทั้งโมโห

“ใครจะเป็นเมียนายไอ้คนสกปรก!” หญิงสาวทำท่ารังเกียจชัดเจนไม่ปิดบัง

เส้นความอดทนของชายหนุ่มขาดผึง เขาก้าวเข้ามาใกล้ คว้าข้อมือเธอไว้แน่นด้วยแรงที่พอให้หยุด

“ปากดี!” เขาคว้าเธอดึงเข้าหาตัวไม่ทันให้หญิงสาวด่าทอ ปากหนาประทับลงที่ริมฝีปาก เพื่อเป็นการสั่งสอนเป็นจูบที่แตะลงมาอย่างลังเล

ริมฝีปากสัมผัสกันเพียงแผ่วเบาทว่าไฟในอกกลับลุกโชน หญิงสาวชะงักดวงตาเบิกกว้างในเสี้ยววินาที ก่อนจะเผลอกำชายเสื้อเขาแน่น

ทุกอย่างรอบตัวเงียบงันเหลือเพียงเสียงหัวใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะของคนสองคน แล้วเธอก็เป็นฝ่ายได้สติก่อนจะกัดเข้าที่สิ้นของเขาอย่างแรง

“โอ๊ยยย”

เพียะ

“ไอ้สารเลว ฮึก” เธอรีบเช็ดน้ำตาเพื่อไม่ให้เขาดูถูกไปมากกว่านี้ ก่อนจะรีบเข้าห้องของตัวเองไป

แสนทิวายืนนิ่งมืออีกข้างกุมแก้มสากที่เพิ่งถูกตบ เขาไม่ได้ตั้งใจจะทำเธอเสียใจ เขาแตะลงที่ริมฝีปากตัวเองเบาๆ พร้อมกับยิ้มมุมปากเล็กน้อย

ชายหนุ่มนั่งหลังตรงหน้าตึงเหมือนรูปปั้นช้อนในมือคนอื่นตักกับข้าวกันเสียงเบา แต่โต๊ะอาหารกลับตึงเครียดจนแทบได้ยินเสียงลมหายใจ

“หนูเจนลองกินต้มไก่บ้านดูนะจ๊ะอร่อยมาก” รสินียิ้มอ่อน ก่อนจะตักเนื้อไก่นุ่มๆ ใส่จานให้หญิงสาวอย่างเอาใจ

เจณิสตามองจานตรงหน้าสายตาไล่ผ่านต้มไก่ผัดผัก น้ำพริก แล้วความอยากอาหารก็หายวับไปกับตา เธอไม่เคยกินอาหารพื้นบ้านมาก่อน

“ไม่มีสเต๊กเนื้อริบอายเหรอคะ” เสียงหวานแต่แฝงความไม่พอใจ

ช้อนในมือแสนทิวาหยุดชะงัก ก่อนที่เขาจะเงยหน้าขึ้น เอ่ยเสียงเรียบอย่างประชดประชัน

“เรื่องมากจริงแม่คุณ แถวนี้มีแต่ทุ่งนากับป่ายางจะมากินสเต๊กอะไร เนื้อลิบอายที่นี่มีแต่เนื้อวัวจะกินไหม”

“ฉันไม่ได้คุยกับนาย” เธอหันขวับสายตาคมกริบเหมือนมีด

“อย่าเถียงกันเลยจ้ะ บ้านเรากินอาหารง่ายๆ กันนะลูก” รสินีรีบแทรกขึ้นมาทันที

“งั้นหนูกินไข่เจียวก็ได้ค่ะ” หญิงสาวเม้มปาก ก่อนจะยิ้มบางๆ อย่างฝืนใจ

เธอพูดพลางตักไข่เจียวใส่จานตัวเอง แล้วหันไปมองแสนทิวายกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะแยกเขี้ยวให้ราวกับท้าทาย

“พ่อไปไหนครับ”

“พ่ออยู่วัด”

“คุณลุงไปทำอะไรที่วัดเหรอคะ นี่ก็ดึกแล้ว” เจณิสตาถามด้วยความอยากรู้ แต่แววตาเริ่มระแวงเล็กๆ เมื่อเห็นแสนทิวากลับมาพร้อมกลิ่นธูปจางๆ ติดเสื้อ

“วันปล่อยผีไง คืนนี้แหละระวังตัวไว้ให้ดี” เขาตอบเสียงเรียบ แต่จงใจเน้นคำ

หญิงสาวชะงักหน้าถอดสีลงอย่างเห็นได้ชัด ภาพในหัวเริ่มลอยมาเป็นฉากผีในละครที่เคยดู แสนทิวาเหลือบมองแล้วรู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูกมุมปากกระตุกยิ้มบางๆ

“จริงเหรอคะคุณป้า” เธอหันไปถามคุณป้ารสินีทันที ราวกับเกาะเส้นสุดท้ายของความหวัง

“อย่าไปเชื่อเขาเลยลูก” รสินีส่ายหน้าเบาๆ อยากหยึกลูกชายที่เอาแต่แกล้งสาว

“พูดจริงนะ กลางคืนถ้าได้ยินเสียงใครเรียกห้ามขานรับเด็ดขาด” ชายหนุ่มไม่ยอมแพ้ น้ำเสียงลดต่ำลงจนฟังดูจริงจังผิดปกติ

“หนูอิ่มแล้ว ขอตัวก่อนนะคะ!” หญิงสาวขนลุกซู่มือที่จับช้อนสั่นเล็กน้อย พูดจบก็รีบวิ่งเข้าห้องนอนแทบไม่ทัน

“แสนไปแกล้งน้อง แล้วหน้าไปโดนอะไรมา” รสินีเพิ่งสังเกตเห็นรอยเขียวช้ำตรงโหนกแก้มลูกชาย ใต้แสงไฟในบ้านมันยิ่งเด่นชัด

“อุบัติเหตุนิดหน่อยครับ” เขาตอบเลี่ยงๆ ไม่ยอมสบตา

“ตอนออกไปทำแผลก็ยังปกตินี่นา” น้ำเสียงคนเป็นแม่เริ่มไม่เชื่อ

“ไม่มีอะไรหรอกครับ” เขาตอบสั้นเหมือนตัดบท

“ไม่ใช่ไปมีเรื่องกับวัยรุ่นบ้านอื่นนะ” รสินีถอนหายใจรู้ดีว่าลูกชายปากหนักแค่ไหน

“แม่เห็นผมเป็นคนยังไง” เขาเหลือบมองแม่เล็กน้อย

“เกรงใจเสือในอกบ้าง” รสินียิ้มบางๆ หมายถึงยันต์เสือที่สักไว้ตรงอก

“ผมอิ่มแล้ว ฝันดีนะครับ” เขาลุกขึ้นพูดจบก็เดินออกจากโต๊ะอาหารทันที

เจณิสตาอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็รีบวิ่งออกมาจากห้องน้ำ ก่อนร่างบางจะพุ่งขึ้นไปบนเตียง กอดหมอนแล้วดึงผ้าห่มคลุมโปงอย่างคนเสียขวัญ

มือสั่นๆ ล้วงหยิบพระเครื่องที่พ่อให้มาออกจากกระเป๋าเธอกำมันแน่นแนบอก ราวกับมันคือที่พึ่งเดียวในบ้านหลังนี้

“ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร…” เธอพึมพำซ้ำๆ จนเสียงตัวเองเริ่มเบาลงเปลือกตาหนักอึ้ง และเผลอหลับไปทั้งอย่างนั้น

รอบตัวมีเพียงความมืดสลัวเจณิสตาหอบหายใจแรงขาสั่นจนแทบยืนไม่อยู่กลิ่นดินชื้นคละคลุ้ง ลมเย็นพัดผ่านยอดไม้แห้งกรอบเมื่อเธอเงยหน้าขึ้นหัวใจก็หล่นวูบ

ป้ายไม้ผุพังปักเรียงราย หลุมดินเก่าถูกขุดขึ้นเป็นหย่อมๆ เสียงหมาหอนแว่วมาไกลๆ ปะปนกับเสียงอะไรบางอย่างเหมือนเสียงกระซิบ

“คิดว่าพวกมันจะช่วยมึงได้เหรอ”

เสียงผู้หญิงดังขึ้นชัดเจน ใกล้จนเหมือนกระซิบอยู่ข้างหูน้ำเสียงแหบต่ำ และเต็มไปด้วยความอาฆาต

“มึงต้องมาอยู่กับกู”

“กรี้ดดดด”

เจณิสตาสะดุ้งตื่นเฮือกหัวใจเต้นแรงจนแทบทะลุอก ลมหายใจติดขัดเหมือนมีใครเอามือมาบีบคอ เธอกอดหมอนแน่นตัวสั่นเทา ดวงตากวาดมองไปรอบห้องอย่างตื่นตระหนก

ไฟหัวเตียงสลัวผ้าม่านนิ่งสนิท ไม่มีใครอยู่ตรงนั้น แต่เสียงนั้นยังดังก้องอยู่ในโสตประสาท ไม่จางหายไปไหน

“ฮึก…”

น้ำตาไหลพรากลงมาอย่างห้ามไม่อยู่ หญิงสาวกำพระเครื่องแน่นขึ้นกว่าเดิม ริมฝีปากสั่นงันงกพยายามข่มความกลัว

ปัง!

“เป็นบ้าอะไร ไม่หลับไม่นอน!”

ประตูห้องถูกผลักเปิดอย่างแรง แสงไฟจากโถงทางเดินสาดเข้ามา แสนทิวายืนอยู่ตรงนั้น สีหน้าแข็งกร้าว แต่ดวงตากลับกวาดมองทั่วห้องอย่างระแวดระวัง

“นะ…นาย” เธอรีบเช็ดน้ำตา ใจที่กำลังแตกสลายเหมือนได้ที่ยึดเกาะ เธอกอดผ้าห่มแน่นตัวสั่นเทาไม่หยุด

“มึงอย่าเข้ามาในบ้านกู”

ประโยคนั้นไม่ได้พูดกับเธอน้ำเสียงเย็นเฉียบ แผ่แรงกดดันจนบรรยากาศในห้องแน่นอึดอัด

“นายว่าใคร?” เธอถามเสียงสั่น

“นอนซะ” เขาไม่ตอบเดินกลับมาที่ข้างเตียง มองหญิงสาวที่ซีดเผือดราวกับคนเพิ่งผ่านฝันร้ายที่หนักเกินรับไหว

“นายอยู่เฝ้าจนกว่าฉันจะหลับได้ไหม” เธอกลืนน้ำลายก่อนจะรวบรวมความกล้า รีบเอ่ยขอร้องเขาทันที

“เวทนาหรอกนะ”

เขาลากเก้าอี้มานั่งข้างเตียงหันหน้าออกทางหน้าต่าง มือวางบนเข่าตัวเองอย่างระวังตัว ทั้งห้องเงียบลงเหลือเพียงเสียงลมหายใจของหญิงสาวที่ค่อยๆ สม่ำเสมอขึ้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel