ตอนที่6:เปลี่ยนเธอให้กลายเป็นคนใหม่
“ฉันไม่ทำอะไรแปลก ๆ หรอก”
คำพูดของพิมพ์ชนกยังคงดังก้องอยู่ในหัวของนลินลดา ขณะที่เจ้าตัวกำลังนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้หน้ากระจก
แต่จากสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตรงหน้า นลินลดาเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเพื่อนของเธอหมายถึงอะไร
เครื่องสำอางถูกวางเรียงเต็มโต๊ะ แปรงแต่งหน้าหลายด้ามถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ
เสื้อผ้าหลายชุดถูกแขวนเอาไว้ด้านข้าง
แม้กระทั่งกล่องคอนแทคเลนส์ก็วางอยู่ตรงหน้าเธอ
นลินลดากลืนน้ำลายอย่างประหม่า ก่อนจะหันไปมองเพื่อนที่กำลังค้นหาของในกระเป๋าอย่างตั้งใจ
“พิม...”
“หืม?”
พิมพ์ชนกขานรับโดยไม่เงยหน้า
“เธอบอกว่าจะไม่ทำอะไรแปลก ๆ”
“ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรแปลก ๆ นี่”
พิมพ์ชนกตอบหน้าตาเฉย ก่อนหยิบเครื่องสำอางขึ้นมา
“ฉันแค่แต่งหน้าให้เธอ”
นลินลดามองเครื่องสำอางในมือเพื่อนแล้วขยับตัวหนีเล็กน้อย
“แต่ฉันไม่เคยแต่งหน้าแบบนี้”
“นั่นแหละถึงต้องให้ฉันทำ”
พิมพ์ชนกยิ้มกว้าง ก่อนเดินเข้ามาจับไหล่เพื่อนให้หันกลับไปทางกระจก
“คืนนี้เธอไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น ทำตามฉันก็พอ”
“แต่ถ้าคนอื่นจำฉันไม่ได้ล่ะ?”
นลินลดาถามด้วยน้ำเสียงกังวล
พิมพ์ชนกหัวเราะออกมาเบา ๆ
“จำไม่ได้ก็ดีสิ”
“พิม!”
“ล้อเล่น”
พิมพ์ชนกหัวเราะ ก่อนจะเริ่มเก็บผมของนลินลดาอย่างเบามือ
“ฉันไม่ได้จะเปลี่ยนเธอให้เป็นคนอื่นนะนลิน ฉันแค่อยากให้เธอลองเห็นตัวเองในแบบที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อน”
คำพูดนั้นทำให้นลินลดานิ่งไป เธอมองตัวเองในกระจก
ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่เคยสนใจเรื่องรูปลักษณ์มากนัก
ตั้งแต่เด็ก เธอเป็นคนแต่งตัวเรียบง่าย ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ และคิดเสมอว่าถ้าตัวเองตั้งใจเรียนและทำงานให้ดี เรื่องอื่นไม่สำคัญ
แต่คืนนี้...เธออยากลองดูสักครั้งเหมือนกัน
“ก็ได้”
นลินลดาพยักหน้าเบา ๆ
“แต่ขออย่างเดียว อย่าแต่งแรงเกินไปนะ”
พิมพ์ชนกยิ้มอย่างพอใจ
“รับรอง”
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
“เสร็จแล้ว!”
เสียงพิมพ์ชนกดังขึ้นพร้อมกับการปรบมือเบา ๆ นลินลดาที่หลับตาอยู่นานค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เธอมองกระจกตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง หญิงสาวในกระจกยังคงเป็นเธอ...แต่กลับดูแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง
แว่นกรอบใหญ่ที่เคยบดบังใบหน้าถูกถอดออก
ดวงตาที่ไม่เคยมีใครสังเกตเห็นชัด ๆ กลับดูหวานและโดดเด่นขึ้นเมื่อปราศจากกรอบแว่น
พิมพ์ชนกเลือกแต่งหน้าให้เธออย่างเป็นธรรมชาติ ไม่ได้จัดจ้านเกินไป เพียงเน้นความสดใสของใบหน้า
ริมฝีปากถูกแต่งด้วยสีอ่อน ๆ ผมยาวที่เคยรวบเรียบทุกวันถูกปล่อยลงมา ก่อนจะดัดลอนอ่อน ๆ ให้ดูเป็นธรรมชาติชุดเดรสเรียบหรูที่พิมพ์ชนกเตรียมไว้ช่วยขับรูปร่างของเธอให้ดูสง่างามขึ้นโดยไม่เปิดเผยจนเกินไป
นลินลดานั่งนิ่งอยู่หลายวินาที
“นี่...ฉันจริง ๆ เหรอ?”
เธอถามเสียงเบา ขณะที่ปลายนิ้วแตะใบหน้าตัวเองอย่างไม่มั่นใจ พิมพ์ชนกยืนกอดอกอยู่ด้านหลัง ก่อนยิ้มอย่างภูมิใจ
“ใช่”
“แต่ฉันดูแปลก ๆ”
“ไม่แปลก”
พิมพ์ชนกตอบทันที
“เธอดูสวย”
นลินลดาหลุบตาลงอย่างเขิน ๆ
“ฉันไม่ค่อยชิน”
“ก็ไม่ต้องชินคืนนี้หรอก”
พิมพ์ชนกเดินมานั่งข้าง ๆ แล้วจับมือเธอ
“แค่มั่นใจในตัวเองก็พอ”
นลินลดาเงียบไป ก่อนจะยิ้มออกมา
“ขอบคุณนะพิม”
น้ำเสียงของเธอจริงใจจนพิมพ์ชนกชะงักไปเล็กน้อย
“ขอบคุณอะไร?”
“ที่ทำให้ฉันกล้าลองอะไรใหม่ ๆ”
พิมพ์ชนกยิ้ม ก่อนยกมือขึ้นขยี้ผมเพื่อนเบา ๆ
“เพื่อนกันก็ต้องทำแบบนี้แหละ”
นลินลดาหัวเราะ แต่แล้วสายตาของเธอก็เหลือบไปเห็นแว่นที่วางอยู่บนโต๊ะ
“ฉันต้องไม่ใส่จริง ๆ เหรอ?”
“คืนนี้ไม่ต้อง”
พิมพ์ชนกตอบอย่างมั่นใจ
“คอนแทคเลนส์ที่ใส่ก็ช่วยให้เธอมองเห็นได้แล้ว”
นลินลดาพยักหน้า แม้ยังรู้สึกไม่คุ้นเคย
“ถ้าเกิดฉันเดินชนอะไรขึ้นมาล่ะ?”
“ฉันจะจับมือเธอเอง”
พิมพ์ชนกตอบพลางยื่นมือออกมา
“ไปกันเถอะ”
นลินลดามองมือของเพื่อนแล้วหัวเราะเบา ๆ ก่อนจับมือเธอเอาไว้
“ไปก็ไป”
โรงแรมที่จัดงานเลี้ยงบริษัท
ค่ำคืนเริ่มต้นขึ้นด้วยแสงไฟระยิบระยับจากโคมไฟขนาดใหญ่กลางห้องจัดเลี้ยง โต๊ะอาหารถูกจัดเรียงอย่างสวยงาม พนักงานของบริษัททยอยเดินเข้ามาพร้อมเสียงพูดคุยและเสียงหัวเราะ นลินลดาก้าวเข้ามาอย่างระมัดระวัง หัวใจของเธอเต้นแรงอย่างบอกไม่ถูก
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมาอยู่ในงานเลี้ยงของบริษัทที่เต็มไปด้วยผู้คนมากมาย
“พิม...”
เธอหันไปหาเพื่อน
“ฉันรู้สึกเหมือนทุกคนกำลังมองเราเลย”
พิมพ์ชนกหัวเราะเบา ๆ ก่อนกระซิบข้างหู
“ไม่ใช่เรา”
“แล้วอะไร?”
“เธอต่างหาก”
นลินลดาชะงัก
“ทำไม?”
พิมพ์ชนกไม่ได้ตอบทันที แต่กลับพยักพเยิดไปทางกลุ่มพนักงานที่อยู่ไม่ไกล สายตาหลายคู่กำลังมองมาทางพวกเธอจริง ๆ บางคนกระซิบกระซาบกัน
บางคนหันกลับมามองซ้ำ
นลินลดาเริ่มรู้สึกประหม่า มือที่ถือกระเป๋าใบเล็กกำแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
“เราไปนั่งกันเถอะ”
เธอพูดเบา ๆ
“ฉันไม่ชอบให้คนมอง”
พิมพ์ชนกพยักหน้า ก่อนจับแขนเพื่อนแล้วพาเดินเข้าไปด้านใน แต่ระหว่างทางกลับมีพนักงานหญิงกลุ่มหนึ่งเดินผ่าน หนึ่งในนั้นหยุดชะงักแล้วหันกลับมามองนลินลดา
“เดี๋ยวนะ...”
เสียงนั้นทำให้นลินลดาหยุดเดินพนักงานหญิงคนนั้นหรี่ตาอย่างสงสัย
“นี่...นลินลดาหรือเปล่า?”
นลินลดากะพริบตา ก่อนพยักหน้าอย่างเขิน ๆ
“ค่ะ”
อีกฝ่ายนิ่งไปครู่หนึ่ง
“จำแทบไม่ได้เลย”
คำพูดนั้นไม่ได้ฟังดูเป็นการชมเต็มที่ แต่ก็ไม่ได้มีเจตนาร้ายชัดเจนนลินลดาจึงเพียงยิ้มบาง ๆ
“ขอบคุณค่ะ”
พิมพ์ชนกยืนอยู่ข้าง ๆ พลางยิ้มอย่างภูมิใจ
“เห็นไหม ฉันบอกแล้ว”
นลินลดาแอบหยิกแขนเพื่อนเบา ๆ
“อย่าพูดมาก”
“โอ๊ย!”
พิมพ์ชนกแกล้งร้อง ก่อนหัวเราะออกมา
อีกด้านหนึ่งของห้องจัดเลี้ยง
ประตูห้องจัดเลี้ยงเปิดออกอีกครั้งชายหนุ่มในชุดสูทสีเข้มเดินเข้ามาพร้อมเลขาฯ คนสนิท เพียงแค่ธนากรก้าวเข้ามา บรรยากาศโดยรอบก็เงียบลงเล็กน้อย พนักงานหลายคนรีบหันไปทักทาย
“สวัสดีครับท่านประธาน”
“สวัสดีค่ะท่านประธาน”
ธนากรพยักหน้ารับทีละคนด้วยสีหน้าสงบนิ่ง อัครเดชเดินอยู่ด้านข้าง ก่อนพูดเบา ๆ
“คืนนี้พนักงานมากันเกือบครบเลยครับ”
“อืม”
ธนากรตอบสั้น ๆ สายตาของเขากวาดมองไปรอบห้องอย่างไม่ได้สนใจเป็นพิเศษ
จนกระทั่ง...
สายตาคู่นั้นหยุดลง หญิงสาวคนหนึ่งกำลังยืนอยู่ไม่ไกล เธอไม่ได้แต่งตัวโดดเด่นจนเกินไป ไม่ได้ทำอะไรเพื่อเรียกร้องความสนใจ แต่กลับมีบางอย่างทำให้สายตาของธนากรหยุดอยู่ตรงนั้นนานกว่าปกติ
ใบหน้าของหญิงสาวดูคุ้นตา แต่เขานึกไม่ออกว่าเคยเห็นที่ไหน อัครเดชสังเกตเห็นเจ้านายเงียบไป จึงมองตามสายตาของธนากร
“ท่านประธานมองใครอยู่ครับ?”
ธนากรละสายตาออกทันที
“ไม่ได้มองใคร”
น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย
อัครเดชเลิกคิ้วเล็กน้อย
“ครับ”
เขาตอบเพียงสั้น ๆ แต่ไม่ได้ถามต่อ เพราะคนที่ธนากรกำลังมองอยู่นั้น...เขารู้จักเป็นอย่างดี
นั่นคือเด็กฝึกงานที่ชื่อ นลินลดา
แต่คืนนี้เธอแตกต่างจากเด็กสาวที่เขาเคยเห็นในออฟฟิศโดยสิ้นเชิง ทโต๊ะของพนักงานฝึกงาน
“นลิน”
พิมพ์ชนกสะกิดแขนเพื่อน
“หันไปทางนั้นสิ”
นลินลดาหันตามอย่างสงสัย
“อะไรเหรอ?”
พิมพ์ชนกยิ้มแล้วพยักหน้าไปทางด้านหน้า
“ท่านประธานมาแล้ว”
นลินลดาชะงัก
หัวใจของเธอกระตุกอย่างประหลาด
“จริงเหรอ?”
“อืม”
เธอเผลอมองตามโดยไม่รู้ตัว และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง...ธนากรก็กำลังมองมาทางเธอ สายตาของคนสองคนสบกันเพียงชั่วครู่
นลินลดารีบหลบตาอย่างตกใจ ใบหน้าร้อนขึ้นทันที
เธอก้มหน้าลงและแสร้งจัดกระเป๋า
“ทำไมต้องตื่นเต้นด้วยนะ...”
เธอพึมพำกับตัวเองเบา ๆ
พิมพ์ชนกที่นั่งอยู่ข้าง ๆ หันมามองอย่างสงสัย
“เธอเป็นอะไร?”
“เปล่า”
นลินลดารีบส่ายหน้า
“ไม่มีอะไร”
อีกด้านหนึ่ง ธนากรยังคงยืนอยู่ที่เดิมแม้เขาจะละสายตาออกแล้ว แต่ภาพของหญิงสาวเมื่อครู่กลับยังติดอยู่ในความคิด เขาไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
เพราะก่อนหน้านี้เธอก็เป็นเพียงเด็กฝึกงานธรรมดาคนหนึ่ง
แต่คืนนี้...กลับทำให้เขาต้องมองซ้ำอีกครั้ง
“ท่านประธาน”
เสียงอัครเดชดึงเขากลับมาจากความคิด
ธนากรหันไปมอง
“อะไร?”
“ถึงเวลาขึ้นกล่าวเปิดงานแล้วครับ”
ธนากรพยักหน้า ก่อนเดินไปยังด้านหน้าเวที ท่ามกลางเสียงปรบมือของพนักงาน นลินลดานั่งมองอยู่เงียบ ๆ
เธอเห็นชายหนุ่มคนเดิมในชุดสูทสีเข้มยืนอยู่บนเวทีด้วยท่าทีสุขุม น้ำเสียงของเขาเรียบ แต่ชัดเจน
ท่าทางมั่นใจและสง่างามสมกับตำแหน่งประธานบริษัท
“ขอบคุณทุกคนที่ตั้งใจทำงานมาตลอดปี”
ธนากรกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ขณะที่สายตากวาดมองผู้คนในห้อง
“หวังว่าค่ำคืนนี้ทุกคนจะได้พักผ่อนและมีความสุขร่วมกัน”
เสียงปรบมือดังขึ้นอีกครั้ง นลินลดาปรบมือเบา ๆ พร้อมรอยยิ้ม พิมพ์ชนกโน้มตัวมากระซิบ
“เป็นไง?”
“อะไร?”
“ท่านประธาน”
นลินลดารีบหันมองเพื่อน
“ทำไมถามแบบนั้น?”
พิมพ์ชนกยิ้มเจ้าเล่ห์
“ฉันเห็นนะว่าเมื่อกี้เธอมองเขา”
“ฉันแค่มองบนเวที”
นลินลดารีบแก้ตัว น้ำเสียงเขินจนตัวเองยังรู้สึกได้
“ใครจะไปคิดอะไรกับท่านประธานกัน”
“ฉันยังไม่ได้บอกว่าเธอคิดอะไรเลย”
พิมพ์ชนกตอบพร้อมหัวเราะ นลินลดาเม้มริมฝีปาก ก่อนหยิบแก้วน้ำขึ้นมาดื่มแก้เขิน
“เธอนี่ชอบแกล้งฉันจริง ๆ”
“ก็เธอหน้าแดงน่ารักดีนี่”
“พิม!”
เสียงหัวเราะของทั้งคู่ดังขึ้นเบา ๆโดยไม่มีใครรู้เลยว่า...
จากช่วงเวลาสั้น ๆ ที่สายตาของธนากรและนลินลดาสบกันในค่ำคืนนี้ ความสนใจบางอย่างกำลังเริ่มก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ
และสำหรับนลินลดา...นี่อาจเป็นเพียงงานเลี้ยงบริษัทธรรมดา
แต่สำหรับธนากร...ค่ำคืนนี้กลับทำให้เขาเริ่มอยากรู้จักผู้หญิงคนหนึ่งให้มากกว่าที่เคย ผู้หญิงที่ตอนกลางวันเป็นเพียงเด็กฝึกงานแสนธรรมดา
แต่เมื่อถอดแว่นออกในค่ำคืนนี้...กลับกลายเป็นคนที่ทำให้สายตาของเขาหยุดอยู่กับเธอโดยไม่รู้ตัว
