ตอนที่3 : คำดูถูกที่ต้องอดทน
หลังจากวันที่ท่านประธานเดินผ่านไป บรรยากาศในแผนกก็กลับเข้าสู่ความวุ่นวายตามปกติ
นลินลดานั่งจัดเอกสารอยู่ที่โต๊ะของตัวเองอย่างตั้งใจ ดวงตาหลังกรอบแว่นกวาดอ่านตัวเลขทีละบรรทัด ก่อนจะตรวจสอบซ้ำอีกครั้งเพื่อไม่ให้เกิดข้อผิดพลาด
“นลินลดา”
เสียงเรียกจากด้านข้างทำให้หญิงสาวเงยหน้าขึ้น
พนักงานหญิงคนหนึ่งยืนกอดอกอยู่ข้างโต๊ะ สีหน้าดูไม่ค่อยเป็นมิตรนัก
“คะ?”
นลินลดาถามพร้อมลุกขึ้นเล็กน้อยอย่างสุภาพ
อีกฝ่ายยื่นแฟ้มเอกสารมาให้
“เอาเอกสารชุดนี้ไปถ่ายสำเนาให้หน่อย”
“ได้ค่ะ”
นลินลดารับแฟ้มด้วยสองมือ แต่ก่อนที่เธอจะเดินออกไป พนักงานหญิงคนนั้นกลับมองเธอตั้งแต่ศีรษะจดปลายเท้า แล้วหัวเราะเบา ๆ
“แต่งตัวแบบนี้มาฝึกงานทุกวันเลยเหรอ?”
นลินลดาชะงัก มือที่ถือแฟ้มกระชับแน่นขึ้นเล็กน้อย
“ค่ะ...”
“ไม่คิดจะเปลี่ยนบ้างหรือไง?”
น้ำเสียงอีกฝ่ายเต็มไปด้วยการดูถูก
เพื่อนของนลินลดาที่นั่งอยู่ไม่ไกลขมวดคิ้วทันที สีหน้าไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด
“เขาแต่งแบบนี้แล้วมันผิดตรงไหนเหรอคะ?”
พนักงานหญิงหันไปมอง ก่อนยกคิ้วสูง
“ฉันพูดกับนลินลดา ไม่ได้พูดกับเธอ”
เพื่อนกำลังจะเถียงกลับ แต่ถูกนลินลดารีบจับแขนไว้
หญิงสาวส่ายหน้าเบา ๆ เป็นเชิงห้าม ดวงตาส่งสัญญาณว่าไม่อยากมีเรื่อง
“ไม่เป็นไร”
เธอพูดเบา ๆ พร้อมส่งยิ้มให้เพื่อน
จากนั้นจึงหันกลับไปหาพนักงานคนนั้น
“เดี๋ยวฉันเอาเอกสารไปถ่ายให้นะคะ”
พูดจบก็เดินออกไป เพื่อนมองตามด้วยความเป็นห่วง ก่อนถอนหายใจแรง
“เธอนี่อดทนเกินไปแล้วนะ”
---
บริเวณเครื่องถ่ายเอกสารเงียบกว่าด้านนอก
นลินลดาวางแฟ้มลงบนโต๊ะ ก่อนสูดหายใจเข้าลึก ๆ
เธอรู้ดีว่าตัวเองแตกต่างจากคนอื่น
เพื่อนร่วมงานหลายคนแต่งตัวทันสมัย พูดจาคล่องแคล่ว และดูมั่นใจ ส่วนเธอ...เป็นเพียงเด็กนักศึกษาธรรมดาที่อยากฝึกงานให้ผ่านไปด้วยดี
“ไม่เป็นไรนะ”
หญิงสาวพูดกับตัวเองเบา ๆ พลางยิ้มให้ตัวเองในกระจกเงาบริเวณผนัง
“อดทนอีกหน่อย เดี๋ยวก็จบแล้ว”
แต่ในขณะที่เธอกำลังถ่ายเอกสาร เสียงพูดคุยของพนักงานสองคนที่เดินผ่านก็ดังเข้าหู
“เด็กฝึกงานคนนั้นเหรอ?”
“ใช่ คนที่ใส่แว่นหนา ๆ นั่นแหละ”
“เห็นแล้วเหนื่อยแทนเลย ดูไม่เข้ากับบริษัทเราสักนิด”
เสียงหัวเราะดังขึ้น
นลินลดานิ่งไปชั่วขณะ มือที่กำลังกดปุ่มเครื่องถ่ายเอกสารหยุดลง แววตาของเธอหม่นลงเล็กน้อย
แต่สุดท้ายก็สูดหายใจเข้าลึก ๆ แล้วทำงานต่อ เธอไม่อยากร้องไห้และไม่อยากให้ใครเห็นว่าเธอเสียใจ
---
ช่วงพักกลางวัน
นลินลดากับเพื่อนนั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของโรงอาหารบริษัท
เพื่อนวางช้อนลงบนจานด้วยสีหน้าหงุดหงิด
“ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ”
นลินลดาเงยหน้าขึ้น
“เรื่องอะไร?”
“ก็เรื่องคนพวกนั้นไง ทำไมต้องคอยพูดถึงเธอด้วย”
เพื่อนขมวดคิ้วแน่น ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“เธอไม่ได้ไปทำอะไรให้ใครสักหน่อย”
นลินลดายิ้มบาง ๆ แล้วใช้ช้อนเขี่ยอาหารในจาน
“อย่าไปสนใจเลย”
“แต่ฉันสนใจ”
เพื่อนตอบทันที พร้อมมองเธอด้วยสีหน้าเป็นห่วง
“ถ้าเป็นฉันนะ ฉันเถียงไปตั้งแต่คำแรกแล้ว”
นลินลดาหัวเราะเบา ๆ
“เพราะแบบนั้นแหละ ฉันถึงให้เธอพูดแทนไม่ได้”
“นี่เธอกำลังชมฉันหรือด่าฉัน?”
เพื่อนทำหน้ามุ่ยจนทั้งคู่หัวเราะออกมา
ความรู้สึกหนักอึ้งในใจของนลินลดาคลายลงเล็กน้อย
อย่างน้อยเธอก็ยังมีเพื่อนที่คอยอยู่ข้าง ๆ
---
ในเวลาเดียวกัน บนชั้นผู้บริหาร ธนากรกำลังนั่งอ่านรายงานอยู่หลังโต๊ะทำงาน เลขาฯ วางเอกสารอีกชุดลงตรงหน้า
“นี่เป็นรายงานผลการฝึกงานของนักศึกษากลุ่มใหม่ครับ”
ธนากรพยักหน้ารับโดยไม่ได้เงยหน้า
“วางไว้”
เลขาฯ กำลังจะเดินออกไป แต่ธนากรกลับหยุดมือที่กำลังเปิดเอกสาร สายตาของเขาเหลือบไปเห็นรายชื่อหนึ่ง
นลินลดา ชายหนุ่มนิ่งไปเล็กน้อย ภาพเด็กสาวสวมแว่นที่เกือบทำแฟ้มหล่นต่อหน้าเขาปรากฏขึ้นในความคิด
“เด็กคนนี้อยู่แผนกไหน?”
เลขาฯ หันกลับมาอย่างแปลกใจ
“ฝ่ายการตลาดครับ”
“ทำงานเป็นอย่างไร?”
คำถามนั้นทำให้เลขาฯ เลิกคิ้วเล็กน้อย
เพราะปกติธนากรไม่เคยถามถึงเด็กฝึกงานเป็นรายบุคคล
“เท่าที่หัวหน้าแผนกรายงานมา เธอขยันและตั้งใจทำงานมากครับ เอกสารที่ได้รับมอบหมายก็จัดการเรียบร้อย ไม่มีปัญหา”
ธนากรพยักหน้าเบา ๆ
“อืม”
เลขาฯ มองเจ้านายครู่หนึ่ง ก่อนจะถามอย่างระมัดระวัง
“มีอะไรเป็นพิเศษหรือเปล่าครับ?”
ธนากรเงยหน้าขึ้น ดวงตาคมมองเลขาฯ อย่างนิ่ง ๆ
“ไม่มี”
น้ำเสียงเรียบจนจับอารมณ์ไม่ได้
“ผมแค่ถาม”
เลขาฯ พยักหน้ารับ ก่อนเดินออกจากห้องไป
ทันทีที่ประตูปิดลง ธนากรก้มมองรายงานอีกครั้ง
ปลายนิ้วของเขาแตะลงบนชื่อของหญิงสาวโดยไม่รู้ตัว
“ขยันขนาดนั้นเลยหรือ...”
เขาพึมพำเบา ๆ
---
ช่วงบ่าย นลินลดากลับมาทำงานตามปกติ
แม้จะยังมีเสียงกระซิบอยู่บ้าง แต่เธอเลือกที่จะไม่สนใจ
จนกระทั่งหัวหน้าแผนกเดินมาหยุดที่โต๊ะ
“นลินลดา”
หญิงสาวรีบลุกขึ้น
“ค่ะหัวหน้า”
“งานที่ให้เมื่อเช้าเรียบร้อยดีมาก”
หัวหน้าพูดพร้อมพยักหน้าอย่างพอใจ
“ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ฝึกงานจบแล้วบริษัทคงอยากรับตัวไว้ทำงานแน่นอน”
นลินลดาเบิกตาขึ้นเล็กน้อย ก่อนรอยยิ้มจะปรากฏบนใบหน้า
“จริงเหรอคะ?”
“จริงสิ”
หัวหน้าหัวเราะเบา ๆ
“ตั้งใจแบบนี้ต่อไป”
“ขอบคุณค่ะหัวหน้า”
นลินลดาก้มศีรษะด้วยความดีใจ
เพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยกนิ้วโป้งให้ พร้อมยิ้มกว้าง
“เห็นไหม ฉันบอกแล้วว่าเธอทำได้”
นลินลดายิ้มจนตาหยี คำดูถูกอาจทำให้เธอเสียใจ
แต่คำชมเพียงไม่กี่คำกลับทำให้เธอมีกำลังใจขึ้นมาอีกครั้งและเธอไม่รู้เลยว่า...บนชั้นผู้บริหาร ชายหนุ่มที่ขึ้นชื่อว่าเย็นชาที่สุดในบริษัท กำลังเริ่มสนใจเด็กฝึกงานธรรมดาคนหนึ่งมากกว่าที่ตัวเขาเองยอมรับ
โดยที่ทั้งสองคนยังไม่รู้ว่า...
ระยะห่างระหว่าง “ท่านประธาน” กับ “เด็กฝึกงาน” กำลังจะค่อย ๆ ลดลงทีละน้อย
