บทที่ 2 เตือนแล้วนะ
เอบีเกลนั่งมองคนที่ปากบอกว่าไม่หิวแต่กินทุกอย่างไม่เหลือชนิดที่แบบว่าเกลี้ยงจนไม่ต้องล้างเลยทีเดียว ก่อนหน้าที่ทุกอย่างจะหายวับไปในพริบตาเอ็มเจจัดการป้อนให้เธอกินก่อน ไม่ใช่ในโมเม้นต์แบบโรแมนติกนะ ต้องเรียกว่าเขาบังคับให้เธอกินส่วนของเธอให้หมด
“กินๆเข้าไปให้หมดนะ กินเยอะๆหน่อยตัวผอมจนจะเหมือนกระดูกเดินได้อยู่แล้ว” เขาพูดแบบนี้แล้วก็จัดการป้อนเธอจนอาหารกล่องเอบีเกลหมดก่อนแล้วเอ็มเจถึงกินข้าวกล่องส่วนของเขา
“เอ็มเจกินเกลี้ยงเลย แสดงว่าอร่อยใช่ไหมคะ” ถามออกไปอย่างคาดหวัง ก็เขากินหมดแบบนี้ก็ต้องแอบคิดเข้าข้างตัวเองหน่อยแหละ ต้องอร่อยแน่
“ก็แค่กินหมดทำไมต้องสนด้วยว่าอร่อยหรือไม่อร่อย”
นอกจากคำตอบจะไม่ได้เป็นไปในแบบที่เอบีเกลคาดหวังแล้ว เธอยังต้องรีบส่งขวดน้ำชาเขียวปราศจากน้ำตาลให้เขาดื่มอีก
“วันหลังเกลไม่ทำมาให้แล้วก็ได้ค่ะ ถ้าเอ็มเจไม่ชอบ” ทำหน้าหงอยๆพร้อมกับเก็บกล่องอาหารใส่กระเป๋า แอบคิดน้อยใจเขาแต่น้อยใจไปก็เท่านั้นเขาคงไม่รู้หรอก เขาไม่เคยแคร์ความรู้สึกของเธออยู่แล้วนี่
“ไม่ได้พูดว่าไม่ชอบ อยากทำอะไรก็ทำไปผมไม่ได้เรื่องมากเรื่องกิน เก็บเสร็จหรือยังจะไปมหา’ลัยสักที” ทำเสียงติดไปทางดุเล็กน้อยแต่ไม่ได้จริงจังนัก มองคนที่เมื่อกี้หน้างอแล้วเปลี่ยนไปอมยิ้มดีใจจนเกินเหตุ เห็นอมยิ้มหวานๆแบบนั้นแล้วหงุดหงิด เอ็มเจหงุดหงิดตัวเองที่หัวใจของเขาชอบเต้นจังหวะแปลกๆเวลาที่มองใบหน้าหวานมีรอยยิ้มสวย ใจเต้นจนน่ารำคาญ
“เรียบร้อยแล้วค่ะ”
“อืม วางไว้ที่นี่แหละเดี๋ยวผมให้คุณชาญเอาไปทำความสะอาดให้และจะเอาไปฝากไว้ที่คนขับรถของคุณ”
“วันนี้เอ็มเจจะขับรถไปเองเหรอคะ” เอบีเกลเอ่ยถามเมื่อทั้งสองเดินมาถึงรถคู่ใจของเอ็มเจแต่ปราศจากวิชาญยืนรออยู่ ซึ่งปกติแล้วเวลาที่เธอจะไปไหนมาไหนกับเอ็มเจทุกครั้งวิชาญจะเป็นคนขับรถให้
“คนอื่นเขามีงานมีการของตัวเองทำนะเกล รีบๆเข้าไปนั่งได้แล้ว” เอบีเกลทำหน้ายู่พร้อมก้าวเข้าไปนั่งในรถรอจนเอ็มเจปิดประตูรถฝั่งเธอเสร็จก็แอบบ่นพึมพำออกมา
‘ทำไมต้องทำเสียงดุใส่ด้วย’
“คาดเบลท์ด้วยครับเกล” ทำเสียงดุอีกแล้ว เสียงของเอ็มเจทำเอามือเล็กสั่นเทาไปหมด คนก็กำลังจะคาดอยู่นี่ไงทำไมต้องดุกันด้วย
“ชักช้า” เห็นคนข้างๆเงอะงะแล้วขัดใจ เอ็มเจเลยขยับตัวเข้าไปใกล้ เอื้อมมือไปคว้าสายเข็มขัดเพื่อจัดการคาดเข็มขัดนิรภัยให้เอบีเกล
“...” ด้วยความใกล้ชิดแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้เอบีเกลเผลอกลั้นหายใจ ไม่กล้าปล่อยลมหายใจออกกลัวว่าลมหายใจของเธอมันจะไปโดนแก้มของเขา
“อุ๊ย!” ไม่รู้ว่าเป็นอุบัติเหตุหรือว่าเขาตั้งใจ เพราะแก้มของเอ็มเจเฉียดโดนริมฝีปากบางของเอบีเกลแม้จะแผ่วเบาแต่เธอมั่นใจว่าปากโดนแก้มของเขา
เอบีเกลหันใบหน้าไปมองเขาสังเกตอาการว่าเขารู้สึกหรือเปล่า เขาจะโกรธไหม แต่เธอไม่ได้ตั้งใจจะหอมแก้มของเขานี่ มันเป็นอุบัติเหตุ
“มองอะไร? หน้าผมมีอะไรติดอยู่เหรอครับ”
“ปะ เปล่าค่ะ” รู้ได้ไงเนี่ยว่าเธอแอบมองหน้าเขาอยู่
เอบีเกลรีบหันกลับมามองตรงไปข้างหน้าและหยิบหนังสือนิยายเล่มที่เธออ่านค้างอยู่ออกมาจากกระเป๋า เธอเป็นลูกคุณหนูที่ชอบใช้กระเป๋าผ้าใบใหญ่มากกว่ากระเป๋าแบรนด์เนมเพราะเธอสามารถพกหนังสือใส่กระเป๋าผ้าติดออกมาด้วยครั้งละเล่มสองเล่ม เอาไว้อ่านแก้เบื่อ
แต่ดูเหมือนการอ่านหนังสือบนรถครั้งนี้จะสร้างความไม่พอใจให้กับคนที่นั่งๆข้างเธอ สมาธิในการขับรถของเอ็มเจลอยไปอยู่ที่เอบีเกลหมด นั่นเป็นเพราะ
“เอบีเกล เก็บหนังสือไปก่อนครับ ไม่รู้หรือไงว่าอ่านหนังสือบนรถมันจะทำคุณปวดหัวได้และอาจมีผลต่อสายตาด้วย”
“เกลอ่านได้ค่ะ เกลอ่านหนังสือบนรถบ่อยไม่เคยปวดหัวเลยนะคะเอ็มเจ” เธอตอบแบบไม่หันไปหาเขาเพราะสายตาจับจ้องอยู่ที่หนังสือเล่มโปรด หารู้ไม่ว่ารังสีอำมหิตกำลังแผ่ขยายออกมาจากคนข้างๆแล้ว
“คุณจะอ่านบนรถมาบ่อยแค่ไหนผมไม่สน แต่ผมขอห้ามไม่ให้คุณอ่านหนังสือขณะอยู่บนรถกับผม เข้าใจไหมครับเกล” เขาทำเสียงแข็งแล้วนะ ถ้ายังดื้ออ่านอยู่ละก็เดี๋ยวจะหาว่าไม่เตือน
“ขอเกลอ่านบทนี้จบก่อนได้ไหมคะเอ็มเจ เหลืออีกสองสามหน้าเอง”
“ไม่ได้ครับ วางเดี๋ยวนี้เลยเกล”
“...” ก็มันเหลืออีกแค่สามหน้า วางตอนนี้อารมณ์ฟินก็ค้างกันพอดี
“เอบีเกล!!”
“อีกแป๊บเดียวค่ะ กรี๊ด! เอ็มเจ...”
ฮือ เอบีเกลน้ำตาคลอเบ้าเมื่อหนังสือเล่มโปรดของเธอถูกเอ็มเจดึงออกจากมือไปดื้อๆ เขาลดกระจกรถฝั่งเธอลงแล้วโยนหนังสือเล่มนั่นออกไป
“เกลไม่ฟังผมก่อนนะครับ ไม่ต้องมามองผมด้วยสายตาแบบนั้น” คิดว่ามองเขาด้วยสายตาโกรธเคืองแล้วเขาจะสนใจอย่างนั้นเหรอ แมวหน้าเหวี่ยงยังดูหน้ากลัวกว่าเยอะ
“เอ็มเจไม่เห็นต้องโยนหนังสือของเกลทิ้งเลยนี่คะ นั่นมันเล่มโปรดของเกลตอนนี้ด้วยนะ คนใจร้าย”
“ผมก็ไม่ใช่คนใจดีนะครับ แล้วผมก็เตือนคุณแล้วด้วยถ้ายอมเชื่อฟังแต่แรกหนังสือนั่นก็ไม่ถูกโยนออกไปหรอกครับ”
“...” พูดอะไรไม่ออก เอบีเกลได้แต่นั่งเงียบๆไม่พูดตอบอะไรเขาอีกพลางยกหลังมือขึ้นมาปาดน้ำตาที่ไหลรินลงมาจากหางตา เธอเสียใจมากแต่ก็พยายามเก็บเสียงสะอื้นไว้ ไม่อยากทำตัวให้เขารำคาญไปมากกว่านี้
ถึงจะเก็บความเสียใจไว้มากเพียงใดแต่ไม่มีอะไรที่รอดสายตาของเอ็มเจได้หรอก และตอนนี้เขาก็รู้ว่าเอบีเกลกำลังร้องไห้อยู่ เขาก็แค่ไม่ทำให้เธอรู้ตัวก็เท่านั้นปล่อยให้เธอร้องไห้ไป
“มาถึงสักทีนะ สวัสดีครับเอบีเกล” เบเนดิกต์เดินเข้ามาทักทายทั้งสองคนทันทีที่เอ็มเจพาเอบีเกลเดินเข้ามาที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยโรเซนต์เบิร์ก เขามานั่งอ่านหนังสือรอทั้งสองคนสักพักแล้ว
“สวัสดีค่ะเบน วันนี้เกลขออนุญาตยืมหนังสือสักสองเล่มนะคะ” เอบีเกลทักทายแฝดคนพี่ของว่าที่คู่หมั้นด้วยรอยยิ้มสดใส เบนคือชื่อเล่นของเบเนดิกต์ที่คนในครอบครัวและคนใกล้ชิดเรียก
เบเนดิกต์กับเอ็มเจเป็นฝาแฝดที่รูปร่างหน้าตาเหมือนกันทุกอย่างยกเว้นนิสัยที่มีส่วนต่างกันเล็กน้อย วิธีแยกว่าใครเป็นใครจากภายนอกคือทรงผม เบเนดิกต์มักจะตัดผมสั้นจัดทรงแบบคุณชายเขาชอบให้ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ส่วนเอ็มเจเขาชอบไว้ผมประบ่าแต่มักจะรวบมัดไว้หลวมๆแอบไถข้างเล็กน้อยให้ดูเท่ และก็เหมาะกับเขาจริงๆเพราะสาวๆกรี๊ดมาก
“เลือกได้ตามสบายเลยครับเอบีเกล”
“ขอบคุณค่ะเบน”
“เชิญครับ” เบเนเดิกต์ผายมือให้เอบีเกลเดินเข้าไปเลือกหาหนังสือตามใจชอบ แต่ก่อนที่เอ็มเจจะได้เดินตามเข้าไป...
“หยุดก่อนเลย” เบเนดิกต์คว้าบ่าของแฝดคนน้องเอาไว้ ทำให้เอ็มเจแอบถอนหายใจแล้วหมุนตัวกลับมาหาเบเนดิกต์ช้าๆ
“มีอะไร” เอ็มเจมองหน้าที่มองอย่างรู้ทันของเบเนดิกต์แล้วต้องไว้ไหล่ เป็นฝาแฝดแล้วต้องรู้ทันทุกเรื่องด้วยเหรอวะ
“นายทำอะไรมา ทำไมว่าที่คู่หมั้นนายถึงได้ตาแดงแบบนั้น แกล้งอะไรเอบีเกลอีก” เอ็มเจเสมองไปทางอื่น บางครั้งเขาก็เบื่อฝาแฝดของตัวเองมันชอบเป็นคนดีทำตัวเป็นพ่อพระจนเขาดูเลวไปเลย
“เปล่า”
“ถ้าฉันเชื่อก็คงไม่ใช่แฝดของนายแล้วเอ็มเจ” เอ็มเจอยากจะแยกเขี้ยวใส่จริงๆ รู้ดีเกินไปแล้ว และเมื่อเห็นเบเนดิกต์ยืนกอดอกรอคำตอบอยู่เขาก็ยอมพูดออกไปตามตรง
“คือ ฉันโยนหนังสือเกลออกจากรถ” ตอบเสียงเบาเตรียมแขนตั้งเป็นเกราะป้องกันไว้เผื่อโดนเบเนดิกต์ฟาดหมัดใส่ เรื่องหนังสือคนที่ชอบมากกว่าเอบีเกลก็แฝดคนพี่ของเอ็มเจนี้แหละ
“เอ็มเจ! ไอ้...” เว้นคำพูดเอาไว้ไม่อยากหลุดคำหยาบ
“ฉันมันแย่ ฉันมันเลว เป็นคนใจร้าย รู้นะว่าจะด่าแบบนั้น ไหนๆก็ไหนๆแล้ว นายช่วยอะไรฉันหน่อยสิเบน”
“อะไร?” ทำตัวแบบนี้สมควรให้เขาช่วยไหมเนี่ย แต่มันก็น้องเขาถึงจะห่างกันไม่กี่นาทีก็เหอะจะไม่ช่วยก็กระไรอยู่
“นายช่วยหาหนังสือ....”
เบเนดิกต์ได้แต่ส่ายหน้าให้กับคำขอร้องของเอ็มเจ มันเป็นคนทำเองแท้ๆ แต่มาเดือดร้อนเขาให้หาของให้อีก นี่ถ้าไม่เห็นว่าของที่เอ็มเจให้ช่วยหาเป็นของเกี่ยวกับว่าที่น้องสะใภ้แล้วละก็ นึกเหรอว่าเขาจะทำให้
