บท
ตั้งค่า

บทที่ 1 รับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ต้องรับให้ได้

เสียงกิจกรรมเข้าจังหวะดังประสานกับเสียงหวีดครางของหญิงสาว ลีลาของชายหนุ่มคงถึงใจเธอไม่เบาเมื่อฟังจากเสียงครวญครางโหยหวยขนาดนั้น เสียงครางดังคู่กับเสียงคำรามลอดผ่านประตูหน้าห้องทำงานของท่านประธานหนุ่มสุดหล่อ

เอ็มเจ โรเซนต์เบิร์ก ชายหนุ่มวัย32ปี เขาเป็นหนุ่มลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก เป็นทายาทเจ้าของธุรกิจด้านการขนส่งระหว่างประเทศอันดับต้นๆของประเทศไทยและธุรกิจย่อยอีกหลายอย่างที่ครอบครัวของเขาเป็นเจ้าของ

สถานะโสดแต่ไม่สนิทเพราะเจ้าตัวกำลังจะหมั้นในอีกหนึ่งปีข้างหน้ากับผู้หญิงที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก และบังเอิญที่ผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องต้องกันอยากจับคู่ให้กับพวกเขาเพื่อความแน่นแฟ้นของสองครอบครัวและการเกื้อหนุนกันในด้านธุรกิจ การหมั้นที่จะเกิดขึ้นโดยปราศจากความรักของทั้งสองคน ทั้งหมดก็แค่เรื่องของธุรกิจเท่านั้น

“คุณหนูเอบีเกลอยากให้ผมเคาะเรียกท่านประธานอีกครั้งไหมครับ”

“ไม่เป็นไรค่ะคุณชาญ เราอย่าขัดจังหวะเขาเลยค่ะ” หันกลับมาตอบวิชาญเลขาและผู้ช่วยส่วนตัวของเอ็มเจ ใบหน้าสวยตอบด้วยรอยยิ้มแต่ภายในของเธอนั้นกลับไม่ได้มีความสุขเหมือนรอยยิ้มที่ส่งออกไปเลย

“แต่คุณหนูนั่งรอนานแล้วนะครับ ให้ผมเรียกท่านประธานอีกครั้งเถอะครับ” วิชาญยืนรออยู่ข้างๆเอบีเกลมานานเกือบหนึ่งชั่วโมงก็อดสงสารเธอไม่ได้ ท่านประธานก็ใจร้ายต่อว่าที่คู่หมั้นเหลือเกิน คุณหนูเอบีเกลก็แสนบอบบางและน่ารักอ่อนโยนขนาดนี้ แต่ทำไมท่านประธานถึงได้เย็นชากับเธอนัก

“ขอบคุณค่ะคุณชาญ แต่ถ้าทำแบบนั้นคุณจะโดนเอ็มเจดุอีกนะคะ เกลไม่อยากให้ทำให้คุณชาญต้องโดนเขาดุค่ะ” เธอยังคงพูดด้วยรอยยิ้มเหมือนเดิมพร้อมดูเวลาที่นาฬิกาข้อมือของตัวเอง

“เกลขอนั่งรอตรงนี้อีกสิบนาทีนะคะ ถ้าเอ็มเจยังไม่ออกมาเกลคงต้องกลับก่อน...”

ยังพูดไม่ทันจบเขาก็เดินออกมาจากห้องลับในห้องทำงานพร้อมกับผู้หญิงข้างกาย ครั้งนี้ดีหน่อยที่พากันแต่งตัวเรียบร้อยก่อนออกมาจากห้องนั้น เพราะบางครั้งที่เอบีเกลมารอพบเขา เกือบทุกครั้งเลยเอ็มเจจะนัดผู้หญิงมาทำกิจกรรมในห้องลับที่เขาสั่งทำพิเศษไว้ในห้องทำงานของตัวเอง ไม่รู้ว่าเป็นความบังเอิญหรือเขาตั้งใจนัดพวกเธอเหล่านั้นมาวันที่เอบีเกลตั้งใจจะมาก็ไม่รู้

“อุ๊ย เอ็มเจข๋าคุณมีแขกมารอด้วยค่ะ” หญิงสาวในชุดกระโปรงสั้นเสมอหูสุดเซ็กซี่พูดกับเอ็มเจพร้อมเอนศีรษะซบไหล่หนาของเขา ส่วนสองแขนก็กอดรัดแขนของเขาไว้เหมือนกลัวเอ็มเจจะหายไปอย่างนั้นแหละ

“ผมก็มีตาครับ เห็นเองได้” เอ็มเจตอบแบบไม่ใส่ใจพร้อมแกะแขนน่ารำคาญออกจากแขนของตัวเอง สายตาของเขามองไปยังเอบีเกลครู่หนึ่งก่อนจะหันไปสั่งงานกับวิชาญ

“คุณชาญช่วยพาเธอออกไปส่งด้วย ใช้ทางด้านหลังเหมือนเดิมนะครับผมไม่อยากให้ใครเห็น”

“รับทราบครับท่านประธาน”

“ถ้าติดใจก็โทรมานะคะเอ็มเจ” หญิงสาวเขย่งปลายเท้าขึ้นหอมแก้มเขาก่อนจะยอมเดินตามวิชาญออกจากห้องทำงานของเอ็มเจไป

“มารอนานแล้วเหรอครับ” เมื่อประตูถูกปิดลงเรียบร้อยแล้วเขาก็รีบเดินตรงมาหาเอบีเกลในขณะเดียวกันที่เธอลุกขึ้นยืนและเดินเข้ามาหาเขาเหมือนกัน

“ก็ประมาณหนึ่งชั่วโมงค่ะ” ตอบเขาพร้อมยกมือขึ้นเช็ดคราบลิปสติกที่ติดอยู่บนแก้มของเอ็มเจ

ชายหนุ่มยืนนิ่งปล่อยให้เธอเช็ดไประหว่างนั้นก็แอบสังเกตสีหน้าของว่าที่คู่หมั้นไปด้วย ใบหน้าหวานของเธอเรียบเฉยไม่มีอาการของคนไม่พอใจอะไรเลย และนั่นทำให้เอ็มเจรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ยกมือขึ้นมาหยุดมือเธอกำลังเช็ดหน้าเขาไว้

“อย่าทำเป็นไม่รู้สึกอะไรแบบนี้ ไม่พอใจก็แสดงออกมาเกล คุณไม่จำเป็นต้องแสดงว่าตัวเองรับทุกอย่างในตัวผมได้หรอกนะครับ มันไม่ได้ดูน่าสงสารเลยสำหรับผม” สาดคำพูดใส่เธอจบก็ปล่อยมือเล็กเป็นอิสระ

“เอ็มเจบอกเองนี่คะ ว่ารับได้ก็รับ รับไม่ได้ก็ต้องรับให้ได้”

เอบีเกลยังคงเช็ดคราบลิปสติกที่เหลือออกให้เขาต่อ เธอไม่สนใจหรอกว่าเขาจะมองเธอด้วยสายตาแบบไหน ในเมื่อเขาเป็นคนบอกกับเธอเองว่าเขาเป็นคนแบบนี้อยากรับก็รับ แต่ถ้าเธอรับเขาไม่ได้ก็ต้องรับให้ได้ถ้ายังอยากจะหมั้นกันเหมือนเดิม

การที่ต้องเห็นเขาซื้อกินแบบนี้ใช่ว่า ว่าที่คู่หมั้นแบบเธอจะยอมรับได้ แต่ตอนนี้ตามสถานะความสัมพันธ์ของเธอกับเขาก็ยังไม่ได้เกี่ยวข้องกันเธอยังไม่ได้หมั้นกับเขาและปัจจุบันก็ไม่ได้อยู่ในสถานะคนรักกันด้วย ต่างคนต่างรู้หน้าที่ขอตัวเองว่าจะต้องหมั้นกันแค่นั้น แต่ก่อนจะถึงวันนั้นเราสองคนก็แค่คนรู้จักกันไม่ได้เป็นแฟนกัน ไม่ได้รักกัน

“ไม่มีคราบลิปสติกแล้วค่ะ” บอกเขาพร้อมเคลื่อนสายตามามองที่ปากของเขาอย่างเผลอตัว

“ปากผมไม่เลอะหรอก คุณก็รู้ว่าผมไม่ชอบจูบกับใคร” ใช่เรื่องนี้เธอก็รู้ดี เอ็มเจจะไม่จูบกับใครทั้งนั้นแม้แต่ตอนที่เขามีเซ็กส์เขาก็จะไม่จูบ เขาไม่ชอบให้ปากของเขาต้องโดนปากคนอื่นเป็นของต้องห้ามของเอ็มเจเลยก็ว่าได้ แต่มันน่าแปลกที่เขาจูบเธอ ถึงจะมีแค่ครั้งเดียวเท่านั้นแบบจุ๊บเฉยๆด้วย

“ตอนบ่ายผมไม่มีธุระอะไรสำคัญ คุณอยากไปตอนนี้เลยไหม” เอ็มเจเลือกที่จะไม่พูดอะไรต่อเกี่ยวกับเรื่องจูบหรือเรื่องของการแสดงความอดทนที่เอบีเกลพยายามทำอยู่

วันนี้เขาให้สัญญากับเอบีเกลไว้ว่าจะพาไปขอยืมหนังสือที่มหาวิทยาลัยโรเซนต์เบิร์ก มหาวิทยาลัยที่ตระกูลของเขาก่อตั้งขึ้นมาและตอนนี้ผู้อำนวยการของมหา’ลัยก็คือฝาแฝดของเอ็มเจ แฝดคนพี่ที่เกิดก่อนเขาสองนาที เบเนดิกต์ โรเซนต์เบิร์ก ผู้อำนวยการสุดหล่อเป็นที่กรี๊ดกร๊าดของสาวๆในมหา’ลัยมาก

“ไปเลยก็ได้ค่ะ ขอบคุณนะคะเอ็มเจ” การจะขอยืมหนังสือหายากออกจากมหาวิทยาลัย จำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากเบเนดิกต์ก่อนเพื่อป้องกันหนังสือชำรุดหรือสูญหาย

เนื่องจากเบเนดิกต์ต้องการเก็บรักษาหนังสือประวัติศาสตร์เล่มเก่าหรือหนังสือที่ทั้งโลกเหลือไม่กี่เล่มไว้ เขาอยากสะสมไว้เพื่อให้นักศึกษาหรือบุคคลภายนอกได้ศึกษาหาข้อมูล แต่มีข้อแม้ว่าจะต้องอ่านแค่ในห้องสมุดเท่านั้น หากมีความต้องการจะนำหนังสืออกจากพื้นที่จะต้องได้รับการอนุญาตจากเบเนดิกต์ก่อน

แต่เอ็มเจคือข้อยกเว้นของทุกกฏที่เบเนดิกต์ตั้งเอาไว้ เพราะมันแหกทุกข้อ เป็นฝาแฝดที่นิสัยแบบหยินหยางมาก ส่วนของวันนี้เอ็มเจได้แจ้งเบเนดิกต์ไว้ก่อนแล้วว่าเขาจะพาเอบีเกลเข้าไปหาที่มหาวิทยาลัย และอาจจะมีการขอยืมหนังสือออกมาข้างนอกด้วยซึ่งเบเนดิกต์ก็ไม่ได้ขัดข้องอะไรเพราะ ห้ามไปก็เท่านั้น

“เรื่องเล็ก ไปกันเถอะครับ”

“เดี๋ยวค่ะ เกลทำข้าวกล่องมาให้ด้วยตอนนี้ก็เที่ยงพอดี เอ็มเจอยากกินข้าวก่อนไหมค่ะ เสร็จแล้วเราค่อยไปที่มหา’ลัยกันก็ได้” วันนี้เธอลงมือเข้าครัวเตรียมมื้อเที่ยงมาให้เขาโดยเฉพาะ เพื่อเป็นการขอบคุณที่เอ็มเจยอมพาไปห้องสมุดและขอยืมหนังสือหายากให้ด้วย คือเอบีเกลเป็นคนชอบอ่านหนังสือมากๆ ยิ่งหนังสือหายากเป็นอะไรที่ชอบมาก เพราะหนังสือทุกเล่มจะมีเสน่ห์และน่าค้นหา เหมือนกับคนบางคนแถวนี้

เอ็มเจดูเป็นคนใจร้ายแต่บางครั้งเขาก็ใจดีกับเธอมากๆเหมือนกัน และเป็นคนที่เอบีเกลไม่เคยเดาใจเขาได้เลยสักครั้ง เดาใจยากมาก เอาใจก็ยากสุดๆ และนั่นคือสิ่งที่น่าค้นหาในตัวของเอ็มเจ มันคือเสน่ห์แบบดิบๆของเขา

“ผมยังไม่หิว เอาไว้ค่อยกลับมากินแล้วกันครับ”

“...” เอบีเกลเลื่อนสายตาไปมองกล้องข้าวที่ว่างอยู่บนโต๊ะทำงานของเขาด้วยสายแอบเศร้าเล็กน้อย เธอตั้งใจทำตั้งนานแต่เขาไม่สนใจเลยสักนิด แต่ก็นั้นแหละถ้าเขาไม่อยากกินเธอจะไปบังคับอะไรเขาได้ละ

ในขณะเดียวกันเอ็มเจที่มองใบหน้าหวานตลอดเวลาก็สังเกตเห็นดวงตากลมเศร้าหมองขึ้นด้วย ให้ตายเถอะตอนที่เขาออกมาจากห้องกับผู้หญิงที่ซื้อมา ไม่เห็นทำหน้าเศร้าแบบนี้แต่นี่แค่เขาบอกว่ายังไม่หิวจะเอาไว้กินทีหลัง ที่นี้มาทำหน้าเศร้าให้มันได้อย่างนี้สิเอบีเกล

“คุณทำอะไรมาให้ผมกินเหรอ”

“คิมบับค่ะกับซุปกิมจิ” ว่าที่คู่หมั้นเธอหน้าฝรั่งแต่ชอบกินอาหารเกาหลีมาก เธอฝึกทำตั้งนานเลยนะ

“งั้นก็กินข้าวก่อนแล้วกันค่อยไป” จับข้อมือคนตัวเล็กพาเดินไปที่โต๊ะทำงานเพื่อเตรียมกินมื้อเที่ยงที่เธอทำมาให้ ทีนี้มายิ้มน้อยยิ้มใหญ่เมื่อได้ยินเขาบอกว่าจะกินข้าวก่อนค่อยไป ‘ยิ้มแล้วก็กินให้เยอะเหมือนที่ยิ้มด้วยล่ะ ผอมจนจะปลิวอยู่แล้ว’

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel