บทที่ 1 ผอ.เบเนดิกต์
“สวัสดีครับคุณแอน น้องชายกับว่าที่น้องสะใภ้ของผมมาถึงหรือยังครับ” กิจวัตรประจำวันที่เบเนดิกต์จะขาดไม่ได้เลยคือการทักทายเลขาประจำตัวของเขา คุณแอนหรือตามศักดิ์ที่แท้จริงก็คือคุณอาของเบเนดิกต์ คุณอาแอนเป็นลูกพี่ลูกน้องของบิดาของเขา อาเธอร์ โรเซนต์เบิร์ก
และสาเหตุที่ทำให้คุณอาในวัยใกล้เกษียณมาเป็นเลขาให้ก็เพราะเบเนดิกต์เลือกที่จะเป็นทายาทดูแลบริหารสิ่งที่ตระกูลของเขาก่อตั้งขึ้นมา นั่นก็คือ มาหาวิทยาลัยโรเซนต์เบิร์ก โดยที่เขาขอให้คุณอาแอนมาเป็นเลขารวมทั้งเป็นที่ปรึกษาส่วนตัวด้วย
ที่ปรึกษาที่ดีย่อมเป็นที่ปรึกษาที่รู้ระบบของมหาวิทยาลัยเป็นอย่างดีและเป็นที่ปรึกษามาตั้งแต่อธิการบดีคนก่อน ซึ่งอธิการบดีคนก่อนก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ท่านผู้นั้นก็คือ อาเธอร์ บิดาของเขาเองและตอนนี้บิดาได้วางมือจากงานทุกอย่างแล้ว มีลูกชายถึงสองคนก็ต้องแบ่งให้ดูแลกิจการกันเองบ้าง
ตระกูลโรเซนต์เบิร์กนอกจากจะมีมหาวิทยาลัยที่ก่อตั้งขึ้นมาแล้ว ยังมีธุรกิจด้านการขนส่งระหว่างประเทศและธุรกิจย่อยอีกหลายอย่างที่ตระกูลนี้เป็นเจ้าของและทั้งหมดนี้บริหารโดยคนเพียงคนเดียวคือ อาเธอร์ โรเซนต์เบิร์ก ซึ่งอาเธอร์ในวัย60ปี เขาเริ่มมีความคิดว่า ตัวเองควรจะพักและปล่อยงานให้ลูกๆดูแลได้แล้ว โดยธุรกิจทั้งหมดถูกแบ่งให้ดูแลดังนี้ อันที่จริงต้องพูดว่าลูกชายฝาแฝดของเขามีทางเลือกเป็นของตัวเองที่ชัดเจนมาก นั่นคือ
เบเนดิกต์ โรเซนต์เบิร์ก อายุ32ปี ลูกครึ่งไทย-เดนมาร์ก เขาเลือกที่จะเข้ารับตำแหน่งเป็นอธิการบดีควบรวมตำแหน่งผู้อำนวยการของมหาวิทยาลัยโรเซนต์เบิร์ก เขาชอบแบบนี้มากกว่าเพราะไม่อยากไปเจอความวุ่นวายหรือการแข่งขันเพื่อหากลยุทธ์เอาชนะคู่แข่งในสายธุรกิจอื่นๆ
ถึงเขาจะเลือกด้านนี้แต่ไม่ได้แปลว่าเบเนดิกต์จะไม่เชี่ยวชาญด้านธุรกิจ ขึ้นชื่อว่าเป็นทายาทโรเซนต์เบิร์ก ความเก่งมันสืบทอดมาทางสายเลือดอยู่แล้ว มันอยู่ที่ว่าตัวเขาจะสบายใจกับอันไหนมากกว่าเท่านั้นเอง และแน่นอนว่า ในเมื่อเขาเลือกดูแลมหาวิทยาลัยของตระกูล ธุรกิจที่เหลือจึงตกไปอยู่ในหน้าที่ความรับผิดชอบของน้องชายฝาแฝดและน้องสาวคนเล็กของเขา
เอ็มเจ โรเซนต์เบิร์ก น้องชายที่คลานตามเขาออกมาจากท้องแม่ เราเกิดห่างกัน2นาที หน้าตาเหมือนกันทุกอย่างยกเว้นนิสัยที่ไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไหร่นักจะบอกว่าเป็นหยินหยางก็ได้
วิธีแยกว่าใครเป็นใครจากภายนอกคือทรงผม เบเนดิกต์มักจะตัดผมสั้นจัดทรงแบบคุณชายเขาชอบให้ทุกอย่างดูเป็นระเบียบเรียบร้อย ต้องเป๊ะตามสไตล์ผอ. ส่วนเอ็มเจเขาชอบไว้ผมประบ่าแต่มักจะรวบมัดไว้หลวมๆแอบไถข้างเล็กน้อยให้ดูเท่ สาวเห็นจะได้กรี๊ดกร๊าด หนุ่มท่องราตรีก็งี้แหละ
เอ็มเจจะรับผิดชอบธุรกิจที่เหลือของตระกูลเกือบจะทั้งหมด ยกเว้นธุรกิจบางอย่างที่เขายอมปล่อยให้น้องสาวเป็นคนดูแล เขาไม่ได้กลัวว่าน้องจะบริหารงานไม่ดีแต่เพราะรักน้องมากต่างหากเลยอยากให้อยู่เฉยๆ
มาริสา โรเซนต์เบิร์ก อายุ31ปี น้องคนเล็กและเป็นที่รักของทุกคนในบ้าน ปัจจุบันมาริสาแต่งงานแซงหน้าพี่ๆไปแล้วเรียบร้อยและได้เปลี่ยนนามสกุลไปใช้ของสามี จากโรเซนต์เบิร์กเป็น มาริสา กิตติเบญจารักษ์ ถึงจะมีครอบครัวแล้วพี่ชายอย่างเขาก็ยังเป็นห่วงอยู่ดี คอยดูอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆไม่เข้าไปก้าวก่าย
“ยังไม่มากันตอนนี้หรอก วิชาญโทรมาบอกอาว่าทั้งสองคนน่าจะเดินทางมาที่นี่หลังเที่ยง” แอนรายงายตามข้อมูลที่ได้รับจากเลขาประจำตัวของหลานชายเธออีกคน
แอนพอใจที่จะเรียกแทนตัวเธอเองว่าอา แต่จะไม่พอใจเป็นอย่างมากถ้าเบเนดิกต์จะเรียกคุณอา เธอไม่ได้ห่วงเรื่องกลัวคนมองว่าแก่หรืออะไรแบบนั้น แต่แอนไม่ต้องการให้บุคลากรในมหาวิทยาลัยมองว่าเธอมีสิทธิมากกว่าคนอื่นแล้วจะต้องมาเกรงใจเธอเพราะเธอเป็นคุณอาของเจ้าของมหาวิทยาลัย
จะมองว่าเธอคิดมากตามประสาคนแก่ก็ได้ แต่เพื่อภาพลักษณ์ของหลานชายเธอยอมทำได้ทุกอย่างอยู่แล้ว
“หลังเที่ยง...” ก้มดูเวลาบนนาฬิกาข้อมือของตัวเอง ตอนนี้กำลังจะเก้าโมงเช้า งั้นแปลว่าเขายังเหลือเวลาได้เคลียร์งานของตัวเองก่อนที่ทั้งสองคนจะมาถึงประมาณ3ชั่วโมง วันนี้เอ็มเจจะพาเอบีเกลมาใช้บริการห้องสมุดของมหาวิทยาลัย นึกแล้วเบเนดิกต์ก็อยากขำเพราะถ้าไม่ใช่เอบีเกลเป็นคนชอบอ่านหนังสือ คนอย่าเอ็มเจคงไม่เดินมาเฉียดห้องสมุดแน่ การนั่งนิ่งๆไม่ใช่นิสัยของน้องชายเขา
“บนโต๊ะมีทูน่าแซนด์วิชกับไอซ์ อเมริกาโน่นะเบน” เสียงของคุณอาแอนทำให้เท้าของเบเนดิกต์ที่กำลังจะก้าวเดินต้องชะงักแล้วหันมามองใบหน้าคนที่ยิ้มอย่างอ่อนโยนมาให้เขา
“ลองเปิดใจรับสิ่งใหม่บ้าง อาว่ามันไม่มีอะไรเสียหายนะ”
“ผมจะเก็บไว้พิจารณาตอนว่างๆก็แล้วกันครับ” เขาพูดติดตลก ทำเหมือนว่าเรื่องที่กำลังพูดถึงอยู่นี้เป็นเรื่องขบขันไม่ได้มีความสำคัญอะไร
“เก็บไปคิดก็ยังดีแหละน่า” น้ำเสียงอย่างกับคนปลงตกของแอนทำให้เบเนดิกต์ต้องอมยิ้มให้กับความปรารถนาดีของคุณอา ก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินเข้าห้องทำงานของตัวเองไป
(ทานให้อร่อยนะคะ ฝ้ายตั้งใจทำเองกับมือเลยค่ะ รับรองว่าอร่อยปลอดภัย คุณเบเนดิกต์ทานได้แน่นอนค่ะ)
เบเนดิกต์อ่านข้อความบนกระดาษโน้ตที่ติดอยู่บนแก้วไอซ์ อเมริกาโน่ เขาดึงกระโน้ตออกแล้วยกแก้วขึ้นมา มองดูจากปริมาณน้ำแข็งที่พร่องลงไปแสดงให้เห็นว่าหญิงสาวเจ้าของชื่อฝ้าย น่าจะนำมาฝากให้แอนเอามาวางไว้บนโต๊ะของเขาได้สักพักแล้ว เธอทำแบบนี้เกือบทุกวัน
ยกแก้วกาแฟขึ้นดื่มก่อนจะตามด้วยแซนด์วิชทูน่าที่หญิงสาวตั้งใจทำมาให้ เธอมีน้ำใจและเขาควรจะรับไว้แต่เบเนดิกต์ไม่ได้กินฟรีๆ เขาฝากแอนเป็นธุระจัดการค่าอาหารเช้าเล็กๆนี้ให้ ถึงแม้ฝ้ายจะยินดีทำให้เขาโดยไม่คิดเงินก็ตาม
ฝ้าย หญิงสาวอายุ29ปี เป็นเจ้าของ RBU café ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของมหาวิทยาลัยโรเซนต์เบิร์ก เธอเข้ามาทำการติดต่อขอเช่าพื้นที่เพื่อเปิดคาเฟ่ขนาดเล็กในมหาวิทยาลัย และขอใช้ชื่อเป็นตัวย่อของมหาวิทยาลัยโรเซนต์เบิร์กด้วย เพื่อให้กลุ่มลูกค้าหลักที่เป็นนักศึกษาจำชื่อและเรียกติดปากได้ง่ายขึ้น
เบเนดิกต์ไม่ติดปัญหาอะไรในเรื่องนี้และเขาอนุญาตให้ฝ้ายเข้ามาเปิดคาเฟ่ได้ มันเป็นเรื่องธุรกิจเพราะเขาได้รายได้เพิ่มจากคาเฟ่ของหญิงสาวและนักศึกษาจะได้มีสถานที่ไว้นั่งพักเวลาเหน็ดเหนื่อยจากการเรียนด้วย
“ลองเปิดใจรับสิ่งใหม่บ้าง อาว่ามันไม่มีอะไรเสียหายนะ”
คำพูดของแอนดังขึ้นมาในหัวของเบเนดิกต์ในขณะที่เขาจัดการแซนด์วิชคำสุดท้ายเข้าปาก
“สิ่งใหม่เหรอ...” เบเนดิกต์พูดกับแก้วกาแฟที่ตอนนี้เหลือเพียงแก้วที่ว่างเปล่า สายตาของเขาจ้องมองแก้วกาแฟแก้วนั้นอย่างคาดเดาไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ มุมปากถูกยกขึ้นเล็กน้อยให้กับความคิดในหัวของตัวเองก่อนจะหย่อนแก้วทิ้งลงไปในถังขยะที่วางอยู่ข้างๆโต๊ะทำงานแล้วเริ่มทำงานของตัวเองสักที
