บทที่ 2 เชอรีน
“ราคาผ้าที่เรานำเข้ามารอบล่าสุด พี่ยังมองว่ามันสูงเกินไป เราเป็นลูกค้าที่มีเครดิตดีมาตลอด5ปีทางนั้นควรจะให้ราคาเราสวยกว่านี้หน่อยนนะ” น้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความไม่พอใจสักเท่าไหร่นักของCEOสาว ทำให้ผู้ร่วมประชุมในเช้าวันนี้ถึงกับนั่งหลังไม่ติดพนักพิง รู้สึกเสียวสันหลังวูบวาบกลัวหัวหน้าสาวสวยจะองค์ลงแล้วทุกคนในนี้จะพากันงานเข้าแต่เช้า
เชอรีน อายุ32ปี CEOคนเก่งของแบรนด์เสื้อผ้าที่มีคนไทยเป็นเจ้าของและกำลังมาแรงในช่วงนี้ เธอสวย เธอเก่ง และมีความมั่นใจในตัวเองสูงแต่ไม่เคยหยิ่งหรือทำตัวเองให้อยู่สูงหรือเด่นกว่าคนอื่น ไม่ว่าจะอยู่ตำแหน่งไหนก็คือคนทำงานหมือนกันสิ่งที่ต้องสนใจคือหน้าที่ของตัวเองแค่นั้น
ภายนอกเชอรีนดูเป็นคนที่เข้าถึงยากอาจจะเพราะเป็นผู้หญิงที่ไม่ชอบยิ้มสักเท่าไหร่ จึงทำให้คนที่ไม่สนิทจะเข้าใจว่าเธอเป็นคนหยิ่งและไม่กล้าเข้ามาคุยด้วย
แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย เชอรีนเป็นกันเองกับทุกคนมากๆ ใจดีและเห็นอกเห็นใจคนรอบข้าง จะเข้มงวดแค่เวลาทำงานเท่านั้นแต่นอกเวลางานเธอก็คือผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง ชอบไปปาร์ตี้สังสรรค์ ชวนเพื่อนที่ทำงานไปนั่งดื่มคุยระบายสารทุกข์สุขดิบทั่วไป เธอเป็นกันเองมากกว่าที่ใครหลายคนรู้แต่อาจจะเป็นเพราะตำแหน่งงานของเธอเลยทำให้ไม่มีใครกล้าเข้ามาคุยเล่นด้วยสักเท่าไหร่
“ส้มยื่นขอราคาที่เราต้องการให้ทางนั้นไป3ครั้งแล้วค่ะพี่เชอแต่เขาไม่ยอมลดให้เราเลย อ้างว่าต้นทุนวัตถุดิบของเขาสูงขึ้น ค่าขนส่งก็สูงขึ้นเขาจึงไม่สามารถลดราคาของปีนี้ให้เราได้ค่ะ”
พนักงานที่ทำหน้าที่ดูแลรับผิดชอบในการจัดหาจัดซื้อรีบพูดเหตุผลที่ทำให้บริษัทไม่ได้ราคาผ้าที่เป็นวัตถุดิบหลักตามต้องการ
“พี่อยากให้ส้มไปคุยกับทางนั้นใหม่ แล้วเตรียมข้อมูลเปรียบเทียบราคากับเวนเดอร์อื่นให้พี่ด้วย ถ้าเขาลดราคาให้เราไม่ได้ เราจะพิจารณาเปลี่ยนไปซื้อผ้ากับที่อื่นแทน”
“ค่ะพี่เชอ”
“มีใครอยากเสนออะไรเพิ่มไหมคะ ถ้าไม่มี วันนี้เท่านี้ก่อนแล้วเชอจะเรียกประชุมอีกครั้งอาทิตย์หน้าค่ะ”
ส้มรวมถึงคนอื่นๆที่นั่งประชุมด้วยกันในวันนี้ต่างพากันพยักหน้าตอบรับคำสั่งของCEOสาวสวยคนเก่ง แล้วพากันลุกจากเก้าอี้แยกย้ายกลับไปที่โต๊ะทำงานของตัวเอง
ครืด ครืด
โทรศัพท์มือถือของเชอรีนสั่นแจ้งเตือนว่ามีข้อความส่งเข้ามาหาเธอ ทำให้หญิงสาวต้องละสายตาจากจอiPadหันไปสนใจหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองแทน
‘Benedict’
เพียงแค่อ่านชื่อคนที่ส่งข้อความมาหาเธอ ริมฝีปากบางระบายยิ้มออกมาทันทีพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดอ่านข้อความของเบเนดิกต์ อยากรู้จังว่าเขาส่งข้อความอะไรมาให้
Ben : ประชุมเสร็จแล้วอย่าลืมยิ้มเยอะๆนะครับ คิดถึงคุณนะเชอรีน CEOคนเก่งของผม
Cher : ค่ะ
พิมพ์ข้อความตอบกลับเขาไปสั้นๆแล้วรีบเปิดกล้องในโทรศัพท์ เลือกเป็นกล้องหน้า เช็กความสวยของตัวเองสักนิดก่อนจะขยับหามุมที่ถูกใจแล้วกดเซลฟี่ แน่นอนว่ามันจะไม่จบที่รูปเดียว เชอรีนกดถ่ายอีกสองสามครั้งจนได้รูปที่ถูกใจแล้วเลือกรูปนั้นส่งไปให้ชายหนุ่ม
Ben: You're so beautiful.
และเธอก็ได้รับคำชมตอบกลับมา พร้อมกับสติกเกอร์เลือดกำเดาไหล หญิงสาวปล่อยเสียงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจที่เธอแกล้งยั่วเขาได้สำเร็จอีกครั้ง
เชอรีนส่งรูปที่ถ่ายจากมุมสูงนิดๆ ตั้งใจให้เขาเห็นเนินอกหน่อยๆ เป็นภาพที่ยิ้มสวยมากและดูเซ็กซี่ไปในเวลาเดียวกัน
“เชอชอบยั่วผม” เป็นคำที่เบเนดิกต์พูดกับเธอบ่อยมากและเชอรีนก็ไม่คิดที่จะเถียงด้วยเพราะเธอตั้งใจยั่วเขาจริงๆนั้นแหละ ใบหน้าของเบเนดิกต์ดูน่ารักมากๆเลยนะเวลาที่เขาทำหน้างอนใส่เธอเพราะต้องอดทนต่อความต้องการของตัวเองและคิดว่าตอนนี้เขาก็คงกำลังทำหน้าแบบนั้นอยู่
Cher : ขอให้เป็นวันที่ดีนะคะคุณผอ.
ส่งข้อความไปให้เขาอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นเก็บสัมภาระของตัวเองแล้วเดินออกจากห้องประชุมไป วันนี้ยังอีกยาวไกลและเธอคงได้ใช้เวลาทั้งวันอยู่แต่ในออฟฟิศเพื่อเตรียมโปรเจกต์งานแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าคลอเลคชั่นใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอีกสามเดือนข้างหน้า ถึงงานจะหนักแต่ใจรัก เชอรีนสู้ตายค่ะ
@มหาวิทยาลัยโรเซนต์เบิร์ก
“มาถึงสักทีนะ สวัสดีครับเอบีเกล” เบเนดิกต์เดินเข้ามาหาน้องชายและว่าที่น้องสะใภ้ของเขาทันทีที่เอ็มเจพาเอบีเกลเดินเข้ามาในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยโรเซนต์เบิร์ก ซึ่งตัวเขาเองมานั่งอ่านหนังสือรอทั้งสองคนได้สักพักแล้ว
“สวัสดีค่ะเบน วันนี้เกลขออนุญาตยืมหนังสือสักสองเล่มนะคะ” เอบีเกลทักทายแฝดคนพี่ของว่าที่คู่หมั้นด้วยรอยยิ้มสดใส
“เลือกได้ตามสบายเลยครับเอบีเกล” เบเนดิกต์ยินดีมากๆอยู่แล้ว ตัวเขาเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือเหมือนกันเขาเข้าใจเอบีเกลดี ว่าเธอจะมีความสุขแค่ไหนที่ได้อยู่ทามกลางชั้นหนังสือมากมายแบบนี้แต่... ‘ทำไมตาแดงๆ’
“ขอบคุณค่ะเบน”
“เชิญครับ” เบเนเดิกต์ผายมือให้เอบีเกลเดินเข้าไปเลือกหาหนังสือตามใจชอบ ส่วนอีกคนต้องลากมาคุยด้วยสักหน่อยแล้ว
“หยุดก่อนเลย” เบเนดิกต์คว้าบ่าของแฝดคนน้องเอาไว้ ทำให้เอ็มเจแอบถอนหายใจแล้วหมุนตัวกลับมาหาเบเนดิกต์ช้าๆ
“มีอะไร” เอ็มเจมองใบหน้าอย่างรู้ทันของเบเนดิกต์แล้วต้องไหวไหล่ เป็นฝาแฝดกันแล้วต้องรู้ทันทุกเรื่องด้วยเหรอวะ แฝดคนน้องแอบคิดเพราะไม่ว่าจะเรื่องอะไรเอ็มเจไม่มีทางปิดบังแฝดคนพี่ได้เลยสักเรื่อง โดยเฉพาะเรื่องที่ไม่ดี ทำนิดหน่อยก็ถูกจับได้แล้วอย่างเช่นตอนนี้ไง
“นายทำอะไรมา ทำไมว่าที่คู่หมั้นนายถึงได้ตาแดงแบบนั้น แกล้งอะไรเอบีเกลอีก” เอ็มเจเสมองไปทางอื่น บางครั้งเขาก็เบื่อฝาแฝดของตัวเองมันชอบเป็นคนดีทำตัวเป็นพ่อพระจนเขาดูเลวไปเลย
“เปล่า” ยังจะปฏิเสธหน้ามึนอีกนะเอ็มเจ ของมันเห็นๆกันอยู่ว่าน้องชายเขาต้องทำอะไรให้เอบีเกลเสียใจมาแน่
“ถ้าฉันเชื่อก็คงไม่ใช่แฝดของนายแล้วเอ็มเจ” เอ็มเจอยากจะแยกเขี้ยวใส่จริงๆ รู้ดีเกินไปแล้ว และเมื่อเห็นเบเนดิกต์ยืนกอดอกรอคำตอบอยู่เขาก็ยอมพูดออกไปตามตรง
“คือ ฉันโยนหนังสือเกลออกจากรถ” ตอบเสียงเบาเตรียมแขนตั้งเป็นเกราะป้องกันไว้เผื่อโดนเบเนดิกต์ฟาดหมัดใส่ เรื่องหนังสือคนที่ชอบมากกว่าเอบีเกลก็แฝดคนพี่ของเอ็มเจนี้แหละ
“เอ็มเจ! ไอ้...” เวร เว้นคำพูดเอาไว้ไม่อยากหลุดคำหยาบ
“ฉันมันแย่ ฉันมันเลว เป็นคนใจร้าย รู้นะว่าจะด่าแบบนั้น ไหนๆก็ไหนๆแล้ว นายช่วยอะไรฉันหน่อยสิเบน”
“อะไร?” ทำตัวแบบนี้สมควรให้เขาช่วยไหมเนี่ย แต่มันก็น้องเขาถึงจะห่างกันไม่กี่นาทีก็เหอะจะไม่ช่วยก็กระไรอยู่
“นายช่วยหาหนังสือ....”
เบเนดิกต์ได้แต่ส่ายหน้าให้กับคำขอร้องของเอ็มเจ มันเป็นคนทำเองแท้ๆ แต่มาเดือดร้อนเขาให้หาของให้อีก นี่ถ้าไม่เห็นว่าของที่เอ็มเจให้ช่วยหาเป็นของเกี่ยวกับว่าที่น้องสะใภ้แล้วละก็ นึกเหรอว่าเขาจะทำให้
