บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 คิดได้เหมือนกัน

เอกรัตน์สะดุ้งตื่นตอนใกล้ค่ำ วินาทีที่ลุกมาเอนกายในท่ากึ่งนั่งกึ่งนอนก็ปวดหัวตึ๊บไปหมด แต่ถึงอย่างนั้นในสมองก็ยังนึกถึงแต่ดาริกาผู้เป็นเจ้าสาว พยายามคิดว่าเธอหายไปไหน คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ก่อนคบกันเธอทำงานเป็นเลขานุการของเขา เลิกงานเธอก็กลับบ้าน ช่วงคบกันจะมีไปไหนบ้างก็เพียงร้านอาหารที่เขาเป็นคนเลือกหรือต่างจังหวัดไม่ไกลกรุงเทพ ซึ่งเขาก็เป็นคนเลือกสถานที่อีกตามเคย เพิ่งรู้เดี๋ยวนี้เองว่าเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าดาริกาชอบไปที่ไหน หญิงสาวตามใจเขาตลอด ทุกอย่างให้เขาตัดสินใจ ตลอดระยะเวลาสองปีที่คบหากันดาริกาไม่เคยแย้งไม่เคยขัดใจเขาเลย รวมถึงเรื่องแต่งงานก็เกิดขึ้นเมื่อตัวเขาคิดว่าตัวเองพร้อม มาถึงตอนนี้พอได้มานั่งไล่เรียงจริง ๆ ผู้หญิงที่เคยคิดว่าสนิทที่สุดเหมือนเป็นปริศนาดำมืดหลุมเบ้อเริ่มสำหรับเขาไปเสียแล้ว

ความเงียบงันปกคลุมอยู่ชั่วขณะก่อนเสียงเรียกเข้าโทรศัพท์มือถือจะดังแหวกบรรยากาศเงียบเหงา จนเอกรัตน์สะดุ้ง เขาถึงกับสบถออกมาเบา ๆ เอื้อมมือคว้าโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่โต๊ะข้างเตียงมาดู

ภูบดินทร์ เพื่อนที่เป็นตำรวจ คนที่เขาไหว้วานให้ช่วยตามหาดาริกาเป็นฝ่ายโทรมา เอกรัตน์รีบกดรับ

“ไอ้เอก” ปลายเสียงร้อนรน

“อือ แกมีอะไรวะ”

“เขาเจอรองเท้าเหมือนของคุณริกา”

“ที่ไหนวะ” เอกรัตน์ถามต่อ คิดไม่ออกเลยว่าดาริกาจะไปที่ไหนได้นอกจากบ้านของเธอเองที่เขาก็ไปตามหลายครั้งแล้ว แต่พ่อแม่ของดาริดาโกรธเสียจนแทบไม่มองหน้า ไม่ยอมให้เขาเข้าบ้านเด็ดขาด

“เออ แกมาที่สถานีตำรวจเลยได้มั้ย เขาอยากให้แกดูหลักฐานเพื่อยืนยันว่าใช่รองเท้าคุณริกาหรือเปล่า”

จะบอกก็ไม่บอก เอกรัตน์บ่นอยู่ในใจ ลุกขึ้นจากเตียงเข้าไปล้างหน้าล้างตาทันทีที่วางโทรศัพท์ เป็นครั้งแรกที่เขาได้สำรวจใบหน้าตัวเองหลังจากเกิดเรื่อง ปกติเขาเป็นคนหนึ่งที่ดูแลตัวเองได้ดี ทั้งอาหารการกินและเรื่องออกกำลังกาย แต่ความท้อแท้อันเกิดขึ้นจากเหตุการณ์ในวันนั้นเปลี่ยนใบหน้าอันเปี่ยมด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศให้อับเฉาเศร้าลึกสะท้อนให้เห็นผ่านแววตาแห้งแล้ง ขอบตาลึกปราศจากความสดใส ผมเผ้าไม่เป็นทรง ดูแปลกจากเขาในยามปกติยิ่งนัก

เอกรัตน์ได้ยินเสียงลมหายใจของตัวเองแผ่วเบา พยายามดึงความรู้สึกให้ฟื้นกลับมาแต่ก็ยังไม่สมประกอบดีนัก

หลังเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นเชิ๊ตแขนยาวสีน้ำเงินเข้มตัวใหม่ เขาก็เปิดประตูออกจากห้อง จังหวะเดียวกับที่ปัณนารีเองก็งับประตูห้องของเธอที่อยู่ข้าง ๆลง พอดี เหลียวมาเห็นว่าเจ้าของบ้านมองเธอเขม็งด้วยสายตาไม่พอใจ เขาก้าวเร็ว ๆ เข้ามาประชิดตัวจนเธอต้องผงะถอยหลังหนี

“ใครให้มาอยู่ห้องนี้”

“คุณป้าค่ะ” หญิงสาวไม่ปิดบัง “ปูนไม่ได้ยุ่งอะไรกับข้าวของคุณริกานะคะ ทุกอย่างยังเหมือนเดิม”

“ย้ายออกไปเดี๋ยวนี้”

ปัณนารีเงียบ ถึงจะชอบเอาชนะแต่เธอไม่ชอบความลำบาก โดยเฉพาะความลำบากแบบไม่มีห้องน้ำส่วนตัว อีกอย่างที่ทำให้เธอยังอยากดึงดันก็เพราะห้องนั้นเป็นห้องของดาริกา เผื่อจะมีอะไรหลงเหลือให้ค้นหาบ้าง

“ปูนขอรับปากแทนได้มั้ยคะว่าจะไม่แตะต้องของคุณริกา” ปัณนารีต่อรอง อย่างน้อยให้เธอได้รื้อค้นอะไรสักหน่อยก่อนก็ยังดี

“ไม่”

“ปูนก็ไม่ค่ะ”

ต่างฝ่ายต่างดึงดัน คนหนึ่งดึงด้วยความไม่พอใจ เห็นว่าไม่สมควรที่จะยกปัณนารีเข้ามาแทนที่พื้นที่ของดาริกา อีกฝ่ายดึงด้วยความอยากได้รับการยอมรับในความจริงว่าเธอไม่ได้ทำผิดแบบที่ถูกกล่าวหา เชือกตรงกลางจึงตึงเสียจนแทบจะขาด

“แม่ให้ปูนเขามาอยู่เอง” คุณอรุณีพูดด้วยใบหน้าสงบราบเรียบ เสียงทะเลาะของทั้งสองคนดังไปถึงห้องของคนสูงวัย ด้วยความเป้นผู้ใหญ่เพียงคนเดียวในบ้านจึงเลี่ยงไม่ได้ที่จะออกมาช่วยตัดสิน ไม่อย่างนั้นเห็นทีจะดึงดันเอาชนะกันอีกนาน

เอกรัตน์ไม่ยอมถอย

“ให้เขาอยู่ห้องนี้ไม่ได้ครับ นี่ห้องของริกา” ชายหนุ่มให้เหตุผลกับคนเป็นแม่

“ปกติห้องนี้ก็เป็นห้องรับรองแขก หนูริกาเองก็ถือว่าแต่งงานกับเอกแล้ว ถ้าเธอกลับมาเธอก็น่าจะอยู่ห้องเอกมากกว่า” คุณอรุณีหว่านล้อม เลี้ยงลูกชายเพียงคนเดียวมาตั้งแต่เขาเป็นวัยรุ่น รู้ดีถึงนิสัยทะนงตัว ยิ่งต่อหน้าคนที่กำลังมีเรื่องมีราวแบบนี้จะใช้คำสั่งหรือไม้แข็งไม่ได้ “ปูนเขาเป็นแค่คนมาอาศัย ก็ให้อยู่ห้องคนมาอาศัย เพียงแต่ห้องข้างล่างไม่มีห้องน้ำส่วนตัว เขาเป็นผู้หญิง จะให้เดินไปอาบน้ำนอกห้องแล้วเดินกลับมาก็คงไม่เหมาะ”

ปัณนารีโล่งใจกับความช่วยเหลือของคุณอรุณี เหตุผลที่บอกนั้นค่อนข้างเข้าท่าทีเดียว ลดสถานะเธอลงไปเสีย เพื่อให้เอกรัตน์รู้ว่าเธอจะไม่ได้ในสิ่งที่เขาคิดว่าเธอต้องการ

“อย่ามายุ่มย่ามกับฉันก็แล้วกัน”

ใครอยากจะยุ่มย่ามกับเขากัน ปัณนารีสาบานว่าเธอไม่เคย หากมารดาของเขาไม่ได้ยืนอยู่ด้วย เธอคงจะสวนไปแบบนั้น ความเกรงใจผู้ใหญ่ทำให้เลือกที่จะเงียบไปเสีย ยายพุดสอนเธอไว้ตั้งแต่เด็ก ตั้งแต่แม่ตายไป คนที่เธอจะพึ่งพาได้หากสูญเสียยายพุดไปอีกคนคือคุณอรุณีที่เป็นเพื่อนสนิทของแม่ ทั้งสองคนเป็นเพื่อนรักจนถึงขนาดตายแทนกันได้ นั่นจึงเป็นเหตุผลที่คุณอรุณีจำใจต้องให้เธออยู่ที่นี่ เพราะคำสัญญาระหว่างเพื่อน ลูกเพื่อนจะช่วยดูแลอย่างดี

“ปูนขอตัวก่อนนะคะ พอดีจะลงไปที่ห้องเก็บของ คิดว่าน่าจะทำของตกไว้

เอกรัตน์ยังไม่ยอมขยับ แม้เธอจะเงยขึ้นจ้องเขาไม่ลดละ

“อีกไม่นานริกาต้องกลับมาหาฉัน”

“ค่ะ” ปัณนารีตอบเพียงสั้น ๆ ใจเธอก็หวังเช่นนั้น จะได้รู้ความจริงกันไปเลย บางทีอาจจะเป็นดาริกาเองที่มีปัญหากับใครสักคนจนคนคนนั้นใช้วิธีสกปรกทำลายงานแต่งงานนี้ก็ได้

“ไอ้ที่วาดฝันไว้ว่าจะได้เป็นเมียฉันน่ะ อย่าสะเออะฝันต่อล่ะ เพราะต่อให้ฟ้าถล่ม ฉันก็ไม่มีทางรับคนอย่างเธอเป็นเมีย คนที่จะเป็นภรรยาเคียงคู่ฉันมีแต่…”

“ไม่ค่ะ” ปัณนารียับยั้งคำพูดของเขาแทบจะทันที “ย้ำครั้งที่ร้อยนะคะว่าไม่เคยอยากเป็น พี่เอกจำไว้อีกครั้งนะคะ ว่าปูนไม่เคยอยากเป็นเมียหรือภรรยาของพี่เอก ย้ำครั้งที่สองร้อยก็ได้ค่ะว่าเรื่องคืนนั้นปูนไม่ได้ทำ”

น้ำเสียงหนักแน่นชัดเจนจนเอกรัตน์นิ่งงันอยู่กับที่ หน้าเขาร้อนผะผ่าวทั้งโกรธทั้งอาย คำพูดของปัณนารีเหมือนไม้หน้าสามฟาดลงกลางหน้าผาก ราวกับเธอเอานิ้วจิ้ม ๆ ไปที่หน้าปากของเขาแล้วบอกว่าอย่าสะเออะหลงตัวเองนัก

“ถ้าไม่ใช่เธอมันจะเป็นใคร” เขาคิดจนหัวแทบจะระเบิด มันไม่มีทางที่จะเป็นคนอื่นนอกเหนือจากปัณนารีได้เลย หากคืนนั้นเขากับเธอเกิดมีความสัมพันธ์กันจริง ๆ คนเดียวที่จะได้ผลประโยชน์คือปัณนารี ผู้หญิงที่ทุกคนบนโลกรู้ดีว่าหลงรักเขา

“ก็อาจจะเป็นพี่เอกก็ได้นี่คะ พี่เอกบอกว่าตัวเองถูกวางยา ใครวางเหรอคะ มีหลักฐานหรือเปล่าคะว่าถูกวางยา ผลตรวจร่างกายล่ะคะมีหรือเปล่า ถ้าไม่มีปูนเชื่อได้มั้ยคะว่าพี่เอกจงใจสร้างเรื่องเพื่อล่วงเกินปูน”

คำโต้แย้งของปัณนารีแรงเสียจนเอกรัตน์หน้าร้อนผ่าวแทบจะบีบคอเธอให้ตายเสียตรงนั้น

#รัก #นิยายรัก #อ่านนิยาย #แนะนำนิยาย #นิยายชายหญิง #พระเอกนางเอกเกลียดกัน #นิยายมาใหม่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel