บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 ซ่อนความเจ็บไว้เพียงภายในใจ

สำหรับเอกรัตน์แล้ว ความเจ็บช้ำของเขามากมายกว่าที่ปัณนารีจะคาดเดาได้ หนึ่งคืองานแต่งงานที่คาดหวังว่ามันจะสมบูรณ์แบบพังทลายลงไม่มีชิ้นดี สองคือเขาอับอายแขกเหรื่อในงานเกินกว่าจะมองหน้าใครได้ คงอีกนานกว่าที่เขาผ่านพ้นเรื่องนี้ไปโดยใบหน้าไม่ร้อนหากเดินผ่านคนในงานที่รู้เรื่อง สามคือเจ้าสาวของเขาหายตัวไป ไม่รู้ว่าเธอไปอยู่ที่ไหน และสี่เขาถูกทรยศจากคนที่ไว้ใจที่สุดที่ชื่อ

ปัณนารี !

หากนับกันเป็นพี่ชายน้องสาว ปัณนารีก็เหมือนคนในครอบครัว ใครทำก็ไม่เจ็บเท่าเธอทำ เอกรัตน์ยามนี้จึงเหมือนปลาที่กำลังดิ้นทุรนทุรายพาตัวเองออกมาจากกองโคลนเพื่อจะหายใจได้อีกครั้ง ต้องทำอย่างไรเขาจึงจะวางเฉย ไม่เจ็บแค้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่เกลียดชัง ทำอย่างไรใจที่มันรุ่มร้อนด้วยโทสะจะปล่อยวางแล้วให้อภัยผู้หญิงที่เขาเคยมอบความไว้วางใจ มอบความรักความเอ็นดูให้ได้

ทำไม่ได้

เขากำผ้าปูที่นอนสีน้ำเงินเข้มแน่น บีบมันจนรับรู้ได้ถึงปลายเล็บที่จิกผ่านผ้าเนื้อดีฝังลงบนฝ่ามือข้างเดียวกัน พยายามเท่าไหร่ก็เลิกโกรธเลิกเกลียดเธอไม่ได้ ความย้อนแย้งที่ก่อตัวปั่นป่วนความรู้สึกสร้างความทรมานจนหาทางออกไม่เจอ ไม่อยากโกรธแต่ก็โกรธ ไม่อยากเกลียดแต่ก็เกลียด ไม่อยากเป็นพี่ชายใจร้าย ก็ทำไม่ได้อีก พยายามหาเหตุผลทั้งหมดทั้งมวล คั้นเค้นเท่าที่สมองจะนึกออก จะมีเหตุผลไหนบ้างที่เขาจะยกขึ้นมาหักล้างความคิดที่ว่า มันเป็นใครอื่นไม่ได้เลยนอกจากเธอที่ทำเรื่องเลวร้ายในคืนนั้น เขาพยายามอย่างที่สุดแล้ว แต่ก็หาไม่เจอ ทั้งเธอยังมาทำท่าทางอวดดีหยามหยันเขาเหมือนไม่แคร์ความรู้สึกแบบนั้นอีก

เพียงแค่นึกถึงดวงหน้าถือดีก็แทบจะกลั้นอารมณ์เอาไว้ไม่ได้ เมื่อสุดหนทางที่จะหาทางออก เหล้าจึงเป็นที่พึ่งพาเดียวในเวลานี้ อย่างน้อยมันคงพอช่วยให้เขาหลงลืมความจริงที่เกิดขึ้นไปชั่วขณะ เอกรัตน์ลุกจากเตียงเดินลงเท้าหนัก ๆ มาข้างล่าง เลี้ยวไปยังห้องครัว เปิดตูหยิบเหล้านอกที่เหลือครึ่งขวดออกมาเปิดเทใส่แก้วใสสี่เหลี่ยมแล้วกรอกอั่ก ๆ ลงคอ ความขมของมันไม่สะเทือนลำคอกระด้างที่ใช้เหล้าดับทุกข์เป็นสัปดาห์ของเขาเลยสักนิดเดียว เอกรัตน์หยิบเหล้าทั้งชวดขึ้นไปบนห้องนอน ดื่มมันแบบไม่นับปริมาณ ไม่นานก็หลับไปพร้อมความทรมานที่มอดลงไปพร้อมสติที่ดับลงชั่วคราว

ปัณนารีมองอย่างไรก็ไม่คิดว่าตัวเองจะนอนในห้องที่สกปรกเขรอะขระนี้ได้ ในห้องนี้ที่ไม่มีแม้แต่ห้องน้ำส่วนตัว แต่เธอต้องอยู่ที่นี่ ! เป็นคำขาดที่ปัณนารียื่นให้กับตัวเอง

คืนนั้น ! ใครสักคนวางยาเอกรัตน์ด้วยเหตุผลบางอย่าง ปัณนารีเดาง่าย ๆ ว่าคนนั้นต้องการล้มงานแต่งงาน แต่ที่ไม่เข้าใจคือทำไมต้องใช้วิธีนี้ วิธีที่น่าสะอิดเอียนทำให้เธอต้องตกเป็นเหยื่อ

ทำไมต้องเป็นเธอ !

สิ่งที่ปัณนารีไม่แน่ใจคือคนวางแผนจงใจให้เป็นเธอ หรือแค่บังเอิญซวย แต่ไม่ว่าจะเป็นข้อไหน เธอก็ต้องหาคำตอบเรื่องนี้ให้เจอ และวิธีที่จะทำให้เข้าใกล้คำตอบนี้ได้ คือเธอต้องอยู่ที่นี่ อีกเหตุผลนึงก็เพื่อยืนยัน เธอจะยืนยันจนกว่าเขาจะเชื่อและยอมรับว่า

เธอไม่ได้ทำ

“ทำไมมาอยู่ที่นี่ล่ะ”

เสียงถามดังมาจากด้านหลัง ปัณนารีละมือจากการเก็บข้าวของแล้วหันไปมอง คุณอรุณียืนอยู่ตรงประตูมองเข้ามาด้านใน เธอไม่เห็นสีหน้าของคนสูงวัยกว่า แต่คำถามก็พอจะทำให้เดาได้คร่าว ๆ ว่าอีกฝ่ายน่าจะไม่เข้าใจว่าทำไมเธอจึงมาอยู่ในห้องเท่ารูหนูนี้

“พี่เอกพามาค่ะ” ปัณนารีได้ยินเสียงถอนหายใจเบา ๆ ดังมาจากอีกฝ่าย

“ออกมาเถอะมา” น้ำเสียงเจ้าของบ้านเจือแววระอา ลูกชายทำอะไรเหมือนเด็ก ๆ “ห้องนี้ไม่มีห้องน้ำส่วนตัวไม่สะดวกหรอก ห้องข้างบนก็มี ตามป้ามาเถอะ”

ปัณนารีลากกระเป๋าออกมาอย่างรวดเร็วหลังได้รับอนุญาต ทันทีที่พ้นประตูห้องมาได้ก็รู้สึกถึงความสว่างไสว อาการแสบคอเพราะฝุ่นก็หายไปแทบจะเป็นปลิดทิ้ง หญิงสาวเดินตามคนสูงวัยที่ยังสวมชุดผ้าไหมสีเขียวอ่อนทั้งตัว เครื่องประดับครบพร้อม

มารดาเอกรัตน์เพิ่งกลับจากงานเลี้ยงพิธีมอบทุนการศึกษาให้เด็กด้อยโอกาสในสมาคมที่ตัวเองเป็นกรรมการ ทำให้คนที่อยู่ต้อนรับเธอเป็นเอกรัตน์ที่เพิ่งจะเมาหลับไปแทน

ห้องข้างบนดีกว่าห้องเก็บของหลายเท่านัก มีหน้าต่างสำหรับเปิดออกรับลมและห้องน้ำส่วนตัว ข้าวของทุกอย่างเป็นระเบียบ ตู้เสื้อผ้าวางอยู่ข้างเตียงนอน เลยถัดไปเป็นโต๊ะเครื่องแป้งที่ปัณนารีเห็นว่ายังมีข้าวของเครื่องใช้สำหรับผู้หญิงวางอยู่ คุณอรุณีไม่พอใจนักที่เห็นข้าวของเครื่องใช้ของดาริกายังอยู่ที่เดิม เมื่อเช้าก่อนออกไปให้เด็กรับใช้มาเอาไปเก็บไว้ที่ห้องของเอกรัตน์ก่อนแล้วนี่ พอเรียกเด็กมาสอบถามก็ได้ความว่า

คุณเอกไม่ให้เก็บค่ะ บอกให้เอาไว้ที่เดิม

คนเป็นแม่อ่อนอกอ่อนใจ ทำใจลำบาก การพาปัณนารีเข้ามาอยู่นั้นไม่ถูกต้องนักสำหรับหญิงสาวที่เคยเกือบจะมาเป็นลูกสะใภ้ ซึ่งตอนนี้ยังหายตัวไปตั้งแต่คืนวันเกิดเรื่อง แต่การรับผิดชอบกับหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้าก็เป็นเรื่องที่ต้องกระทำ คืนนั้นสภาพของหญิงสาวตอนที่ทุกคนเปิดเข้าไปเจอ เสื้อผ้าหลุดลุ่ยจนไม่มีชิ้นดี ใครก็คิดว่าลูกชายตนกับปัณนารีมีอะไรกัน ทางเดียวที่พอจะช่วยรักษาเกียรติให้ได้ก็คือต้องพาเข้าบ้านมาก่อน ไม่อย่างนั้นคนเขาคงว่าได้ว่าตนเองเลี้ยงลูกยังไง จึงทำเรื่องราวแย่ ๆ กับผู้หญิงแล้วปัดความรับผิดชอบ

สิ่งที่คุณอรุณียังกังวลก็คือ หากดาริกากลับมา จะจัดการเรื่องนี้อย่างไร ? หรือควรจะปล่อยให้ลูกชายเป็นฝ่ายจัดการ จะไหวหรือเปล่า คนเป็นแม่คิดต่อไปอีก สภาพของเอกรัตน์ผู้เป็นลูกชายตอนนี้ อ่อนแอเกินกว่าจะไว้ใจได้

“คุณป้าไม่ต้องคิดมากนะคะ”

ขณะที่เอกรัตน์เผชิญหน้าด้วยความโกรธเกรี้ยว แต่คุณอรุณีกลับสงบมากกว่า นั่นทำให้ปัณนารีวางใจที่จะเปิดเผยความต้องการของตัวเอง “ปูนแค่อยากจะพิสูจน์ว่าปูนไม่ได้ทำ ถ้าปูนได้คำตอบว่าเรื่องนั้นเกิดขึ้นได้อย่างไรแล้วใครเป็นคนทำ ปูนจะไปค่ะ” หรือถ้าหากเจอดาริกา เธอจะยืนยันให้หนักแน่นที่สุดกับอีกฝ่ายว่าเธอไมได้มีอะไรกับเอกรัตน์จริง ๆ ความจริงก็คือความจริง ถึงจะผิดหวังที่ไม่ได้เขามาครอบครอง แต่ปัณนารีก็ไม่ได้แย่งผู้ชายของใคร เธอไม่ทำ และจะไม่มีวันทำ

แม้ลึกในใจจะยังกังขา แต่คำพูดนั้นก็ทำให้คุณอรุณีเบาใจลง “ถ้าขาดเหลืออะไรก็เรียกเด็กแล้วกัน”

หญิงสาวกล่าวขอบคุณ คุณอรุณีไม่พูดอะไรต่อ พยักหน้าเพียงนิดเดียวให้คนที่ยืนอยู่ตรงข้ามรับรู้ว่าตนเองรับทราบแล้วขอตัวออกไป

ทันทีที่ประตูห้องปิดสนิท ปัณนารีก็นั่งลงที่เตียงนอน ถอนหายใจช้า ๆ ผ่อนคลายความอึดอัดที่อยู่ในใจ เหลียวมองรอบห้องแล้วเกิดความรู้สึกว้าเหว่ขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก พ่อแม่เธอจากไปตั้งแต่ยังเด็ก คนที่พึ่งพิงได้มีเพียงยายพุดซึ่งชรามากแล้ว อีกคนคือเอกรัตน์ที่พร้อมจะปกป้องเธอเสมอ เมื่อเขาแปรเปลี่ยน ความรู้สึกเดียวที่หลงเหลือคือความอ้างว้าง เป็นครั้งแรกที่ปัณนารีได้สัมผัสความรู้สึกเหมือนอยู่ตัวคนเดียวบนโลก

#รัก #นิยายรัก #อ่านนิยาย #แนะนำนิยาย #นิยายชายหญิง #พระเอกนางเอกเกลียดกัน #นิยายมาใหม่

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel