บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 2 คนที่ไม่ใจดีอีกต่อไป

สิบห้าปีต่อมาหลังงานแต่งงานวิปโยคในคืนนั้นจบลงพร้อมความรักที่ล่มสลายของเอกรัตน์และดาริกา ปัณนารีไม่อาจจะสลัดข้อหาแย่งเจ้าบ่าวของคนอื่นแบบหน้าด้าน ๆ ออกจากหน้าผากได้ ไม่อยากจะคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นหลังจากเปิดประตูห้องพักเจ้าบ่าวเข้าไปด้วยซ้ำ ยามคิดถึงทีไรหน้าจะร้อนผ่าว ใจเต้นแรงด้วยโทสะที่อัดแน่น ทั้งที่โกรธจนหายใจหอบแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ไปมากกว่าอดทน

ภาพเอกรัตน์ใบหน้าแดงก่ำยังติดตา ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเขา สิ่งเดียวที่เธอแน่ใจในตอนนั้นคือเขาอยู่ในภาวะที่ไม่ปกติ ใบหน้าคมแดงจัด จ้องมองเธอด้วยดวงตาลุกวาว เธอได้ยินเสียงเขาขบฟันเสียดสีกันกรอดแกรด เหมือนคนที่กำลังพยายามข่มอารมณ์พลุ่งพล่าน วินาทีนั้นปัณนารีรู้ทันทีว่าตนเองมีสภาพเหมือนแกะที่ยืนอยู่หน้าหมาป่า เพียงพริบตาเขาก็ไล่ขย้ำอย่างบ้าคลั่ง ที่หนีรอดมาได้เพราะบังเอิญมีคนเปิดประตูเข้าไปแล้วใครคนหนึ่งก็พุ่งไปดึงตัวเขาไว้ ก่อนจะลากเข้าไปในห้องน้ำ เธอได้ยินเสียงฝักบัวพร้อมเสียงโวยวายของเอกรัตน์ดังลั่นห้อง

ส่วนเธอลูกแกะที่น่าสมเพชเวทนา ถูกฝ่ามือเจ้าสาวที่เดินตามมาด้วยปะทะเข้าที่ใบหน้าเต็ม ๆ นั่นไม่เจ็บเท่าสายตาที่มองมาด้วยความผิดหวังของคุณอรุณีและเอกรัตน์ที่ตามออกมาหลังอารมณ์เริ่มสงบ สายตาสองคู่นั้นเคลือบแคลงสงสัยแม้เธอจะยืนยันหนักแน่นเท่าไหร่ว่าไม่ได้ทำ ปัณนารีก็ยังเห็นแววตาที่บอกว่า

ไม่เชื่อ ของทั้งสองคน

เจ้าสาวเสียใจวิ่งหนีเตลิดหายไป

หลังจากนั้นเอกรัตน์บอกว่าเขาถูกวางยาที่เพิ่มความต้องการทางเพศอย่างรุนแรง จึงไม่อาจจะควบคุมการกระทำของตนเองได้ คุณอรุณีเชื่อลูกชายโดยปราศจากข้อกังขา ส่วนเธอเล่า

ใครเชื่อเธอ ?

โชคดีแค่ไหนที่ยายพุดสุขภาพไม่ดี ทั้งยังมีอาการป่วยเล็กน้อยจึงไม่ได้ไปร่วมงานด้วย ไม่อย่างนั้นคนที่มองเธอด้วยความผิดหวังอาจจะเพิ่มจำนวนเป็นสาม

ปัณนารีเชื่อเรื่องที่เอกรัตน์บอกว่าเขาถูกวางยา แต่ไหนแต่ไรมาเขาเป็นผู้ชายที่รู้จักผิดชอบชั่วดี เธอจึงไม่กังขาเรื่องนี้ ปัญหาที่ต้องคิดหลังจากนั้นคือใครทำ แล้วทำไมต้องเป็นเธอที่มาเผชิญกับเรื่องราวแบบนี้ จริงอยู่ว่าเธออยากให้งานแต่งงานนี้ล่มสลายหายวับไป แต่เธอก็เพียงแค่คิดไปตามประสาคนสิ้นหวังที่อยากจะพาตัวเองออกจากความรู้สึกเจ็บปวดทรมานในตอนนั้นก็เท่านั้นเอง

ไม่ได้อยากจะให้มันเกิดขึ้นจริง ๆ

นี่สิ่งศักดิ์สิทธิ์เห็นใจเธอหรืออย่างไร เลยเปลี่ยนให้เธอสมหวังแล้วกลายเป็นผู้ต้องหาคดีแย่งเจ้าบ่าวของชาวบ้าน … จากน่าสงสารเปลี่ยนน่าเวทนาแทน

ขบคิดจนสมองแทบจะระเบิดก็ยังไม่ได้คำตอบ ปัณนารีเผลอเอนตัวพิงพนักโซฟาสีน้ำตาลในห้องรับแขกบ้านหลังใหญ่ ท่ามกลางประกาศนียบัตรด้านธุรกิจและกรอบรูปขณะที่เจ้าของรับรางวัลผู้บริหารดีเด่นเรียงราย เบื้องหน้าเธอเป็นกระเป๋าเดินทางใบเขื่องสีดำ เพราะมัวแต่จมกับการหาคำตอบในคำถามที่ตัวเองสงสัย จึงไม่ทันได้ยินเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามาใกล้

ร่างสูงหยุดยืนด้านข้างไม่ห่างจากหญิงสาว สองมือไขว้ไว้ด้านหลัง เอกรัตน์ทำหน้าถมึงทึงเหมือนยักษ์ตัวโตที่พร้อมจะทำสงครามกับศัตรูมากกว่าออกมาเพื่อต้อนรับแขกผู้มาเยือนตามคำบอกเล่าของผู้เป็นมารที่สั่งเอาไว้ก่อนออกไปข้างนอก

ยังไงก็ต้องรับเขาเข้าบ้าน คืนนั้นทุกคนเห็นกันหมดว่าเอกทำอะไรลงไป ยายพุดมีบุญคุณกับแม่ ถ้าเกิดรู้เรื่องขึ้นมาแล้วรู้ว่าเราไม่ให้เกียรติหนูปูน แม่ได้เสียผู้ใหญ่แน่ รับ ๆ เข้ามาก่อนแล้วกัน เอายังไงกันค่อยว่าอีกที

ดังนั้นเอกรัตน์จึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากให้คนขับรถไปรับปัณนารีเข้ามาอยู่ในบ้าน ทุกอย่างลงตัวเหมาะเหม็ง หญิงสาวที่แอบรักเขามาเนิ่นนานได้เข้ามาอยู่ในที่ที่อยากจะอยู่ แล้วจะไม่ให้คิดว่าเธอเป็นคนวางแผนทำลายงานแต่งงานของเขาได้อย่างไร ในเมื่อทุกอย่างถูกวางแผนไว้สมบูรณ์ขนาดนี้ โชคดีที่วันนั้นเขายังไม่ทันได้พลาดพลั้ง ไม่อย่างนั้นคงเป็นตราบาปติดตัวไปจนตาย สิ่งเดียวที่เขาเสียใจคือความรักความเอ็นดูที่มอบให้ในฐานะน้องสาว ยิ่งเมื่อได้มองใบหน้าของคนที่เคยไว้ใจทำไม่รู้ร้อนรู้หนาวกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเอกรัตน์ยิ่งเจ็บใจ

“ไม่คิดว่าเธอจะกล้ามาจริง ๆ” คำทักทายแรกก็ฟังไม่รื่นหูเสียแล้ว ปัณนารีเบือนหน้าไปยังเจ้าของใบหน้าคมคายที่ยืนจังก้าเหมือนยักษ์ปักหลั่น เขาสวมเชิ๊ตสีเทากับกางเกงยีนส์สีน้ำเงินเข้ม สองมือไพล่ไว้ด้านหลัง รู้ได้ในแวบแรกว่าน่าจะเพิ่งกลับจากออฟฟิศ จับจ้องที่เธอคล้ายจะต่อว่า

หน้าด้านหน้าทน

ปัณนารีรู้สึกว่าเขาเขียนคำนั้นไว้บนหน้าตัวเองเพื่อให้เธออ่าน

“ค่ะ” หญิงสาวคว้ากระเป๋าเดินทางแล้วลุกจากโซฟา “ขึ้นห้องเลยก็ได้ค่ะ ปูนมีงานต้องทำ” ต่างฝ่ายต่างก็รู้ดีอยู่แล้วว่าอีกคนต้องการอะไร เธออยากจะไปให้พ้นสายตาเขา ส่วนเขาเองก็คงไม่อยากรับรู้ว่าเธอยังวนเวียนอยู่ตรงนี้ ทำภารกิจให้ลุล่วงแล้วแยกย้ายกันไปให้รวดเร็วน่าจะดีกว่า

คำพูดเหมือนสั่งทำใจเอกรัตน์เต้นตุบ ๆ มันสั่นเหมือนจะกระเด็นออกมานอกอก โกรธจนจุกไปทั้งลำคอ พูดไม่ออกกับผู้หญิงตรงหน้าที่เขารู้สึกว่าเธอช่างหน้าด้านหน้าทนเสียจริง ๆ

ปัณนารีเมินให้กับสายตาต่อว่าต่อขานคู่นั้น

“ได้ ! ถ้าเธออยากอยู่ที่นี่ฉันก็จะให้เธอได้อยู่”

เขาเดินนำเข้าไปทางห้องครัว ปัณนารีเดาได้ทันทีว่าเขาจะพาไปที่ไหน บ้านนี้เธอเข้าออกบ่อยเสียยิ่งกว่าดาริกาผู้เป็นเจ้าสาวของเขาที่ยังหายตัวไปตั้งแต่เกิดเรื่องเสียอีก และก็คิดไม่ผิดจริง ๆ เขาพาเธอมาห้องข้าง ๆ คนรับใช้

"ถ้าหน้าด้านจะอยู่ที่นี่ก็อยู่ห้องสกปรก ๆ แบบนี้แหละ เหมาะกับคนอย่างเธอ"

คำต่อว่าบาดเข้าไปลึกถึงหัวใจ ปัณนารีไม่อยากจะเชื่อว่าวันนึงจะได้ยินคำนี้จากปากของคนที่เธอเคยมอบความไว้ใจในฐานะพี่ชาย พี่ชายที่เธอเชื่อเสมอว่าเขาพร้อมที่จะอภัยหากรู้ว่าเธอทำผิด วันนี้เขาได้พิสูจน์แล้วว่าเธอคิดผิด

ประตูห้องเปิดออกกว้าง ด้านในปราศจากแสงสว่าง แต่ก็พอจะมองออกว่ามันเต็มไปด้วยข้าวของระเกะระกะ ปัณนารีลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปข้างใน เขาคิดว่าตัวเองเป็นพระเอกละครตอนสองทุ่มครึ่งที่ต้องทรมานนางเอกหรืออย่างไร

“หมายความว่ายังไงคะพี่เอก”

“ห้องเธอไง”

“พี่เอกคะ” หญิงสาวข่มเสียงต่ำในลำคอ บอกให้รู้ว่ากำลังไม่พอใจเหมือนกัน นิสัยเธอก็ไม่ยอมใครเหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเมื่อสิบห้าปีก่อนเด็กหญิงปัณนารีคงไม่ต่อสายตรงจากบ้านสวนเรียกเขาไปต่อยเพื่อนร่วมชั้นที่แกล้งเธอ “ไม่ใช่เด็กแล้วนะคะ”

เขาไม่ตอบแต่ดันกระเป๋าล้อลากของเธอเข้าไปข้างในเต็มแรง มันพุ่งเข้าไปกระแทกผนังเสียงดังสนั่น ปัณนารีหันควับมามองเขาตาวาววับ

“ฉันรู้นะว่าเธอเป็นคนไม่ยอมใคร”

รู้แล้วทำไมหรือ ปัณนารีย้อนถามเขาแววตาท้าทาย ดวงตาเอกรัตน์วาวโรจน์ขึ้นวูบหนึ่ง อีโก้ในตัวเดือดพล่านจนยากจะควบคุม

“ดังนั้นเธอก็จงรู้ไว้ด้วยว่าฉันก็ไม่ยอมคนที่มันทำร้ายคนที่ฉันรักเหมือนกัน” น้ำเสียงเขาเกือบจะตวาด

“ปูนบอกครั้งที่ร้อยแล้วว่าไม่ได้ทำ”

“ก็พูดอีกสิ พูดครั้งที่สองร้อยสามร้อยหรือจะพูดตลอดชีวิตก็ได้”

“จะอยู่ด้วยกันตลอดชีวิตเลยเหรอคะ” เธอย้อนถามด้วยใบหน้ายียวนกวนประสาท “ไม่เผื่อตามหาเจ้าสาวที่หายไปให้เจอแล้วเรียกกลับมาแต่งงานกันอีกรอบเหรอคะ”

เอกรัตน์แทบจะขย้ำคอคนตรงหน้าเสียง เขาตวาดลั่น “ปัณนารี ! มากไปแล้วนะ”

หญิงสาวไม่สน เดินเข้าไปนั่งลงข้างกระเป๋าเดินทางที่ล้มอยู่บนพื้น คลำหาซิปแล้วรูดเปิดดูข้าวของข้างใน ถึงไม่แตกหักแต่ก็ระเนระนาด เหลียวมองรอบกายด้วยความหดหู่ แสงสว่างไม่เพียงพอจนต้องหยิบโทรศัพท์มือถือจากกระเป๋ากางเกงยีนส์ด้านหลังมาส่องเพื่อสำรวจให้ทั่ว ขนาดห้องเล็กเพียงแมวดิ้นตาย เพดานต่ำจนน่ากลัวว่าคนที่อยู่อาศัยจะพาลหายใจไม่ออก มีเพียงช่องระบายอากาศเล็ก ๆ ด้านที่ติดริมทางเดิน หยากไย่จับตัวอยู่ตรงมุมเพดานห้อยระย้าลงมาจนน่าขนลุก ทั้งหมดนั้นยังไม่แย่เท่าทั้งห้องมีดวงไฟสีเหลืองหลอดเล็กเพียงดวงเดียวห้อยต่องแต่งอยู่ข้างประตู ปัณนารีเหลียวหาสวิตซ์ไฟ เดินไปกดลงเบา ๆ แสงไฟติด ๆ ดับ ๆ กระพริบซ้ำ ๆ จนน่าเวียนหัว สุดท้ายจึงจำต้องดับลง

เธอหันกลับมาหาคนตรงหน้าอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าชายหนุ่มร่างสูงไหล่กว้างผึ่งผายคนนี้จะเป็นผู้นำพาเธอมาที่นี่ ดวงตาดุดันบรรจุความโกรธเอาไว้ทุกอณูกำลังจ้องมองมาอย่างไม่วางตา ปัณนารีได้ยินเสียงลมหายใจฮึดฮัดติดขัดของเขาที่สะท้อนก้องอยู่ภายในห้อง ขณะที่ตัวเธอเองข่มความโกรธแบบสุดกำลัง

“ขอบคุณนะคะที่เดินมาส่ง”

สำนวนแกมประชดทำให้เอกรัตน์อดไม่ได้ที่จะตอบโต้กลับไป

“อะไรทำให้คิดว่าฉันมาส่ง”

“มาทำอะไรก็ช่างเถอะค่ะ จะคิดว่าแค่นำทางมา เอามาโยนไว้ หรืออะไรก็ช่างพี่เอกเถอะค่ะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วพี่เอกก็ไปได้เลยนะคะ ปูนจัดการเองได้”

เอกรัตน์รู้สึกราวกับหัวใจมีไฟลุก เขากำมือแน่น ใช่ว่าปัณนารีจะไม่เห็น เธอเหลือบมองมือที่กำแน่นนั้นวูบหนึ่งแบบไม่สะทกสะท้าน อาจจะเพราะเชื่อใจ มั่นใจ หรืออาจจะเพราะสัญชาตญาณที่ทำให้เธอเชื่อว่าเขาจะไม่ทำอะไรไปมากกว่าแค่ต่อว่า หรือเต็มที่ก็ได้แค่ด่า ถึงอย่างนั้นปัณนารีก็ต้องหลบสายตาด้วยการหันหลัง ความน้อยใจพุ่งขึ้นราวกับปรอทโดนน้ำร้อน จู่ ๆ ขอบตาก็ร้อนผ่าว นี่เป็นครั้งแรกที่มาเยือนบ้านหลังนี้แล้วสิ่งที่ต้อนรับอยู่ไม่ใช่รอยยิ้มเอ็นดูหรือคำพูดยินดีที่เธอมาหาเหมือนดังเช่นที่ผ่านมา

ไปไหนมาน่ะเรา

สอบเป็นยังไงบ้าง

ถ้ากลัวไปสอบไม่ทันก็มานอนค้างที่นี่เข้าใจมั้ย

ข้อสอบตรงไหนยากก็บอกพี่ พี่ดูให้

ความห่วงใยเก่า ๆ ก้องอยู่ในความทรงจำ ใบหน้าดุดันที่จ้องเธอด้วยแววตาต่อว่าต่อขานอย่างรุนแรงในตอนนี้ ครั้งหนึ่งเคยเต็มไปด้วยความอ่อนโยน แววตานั้นเคยส่งกระแสเอ็นดูไม่เว้นวายตั้งแต่เธอลืมตาดูโลกใบนี้ เสียงประท้วงดังก้องในใจว่าเธอผู้มาก่อน เธอที่เขารู้จักมาตั้งแต่เด็ก เขาย่อมรู้นิสัยเย่อหยิ่งจองหองและชอบเอาชนะของเธอเป็นอย่างดี เขาน่าจะเป็นคนที่รู้ดีที่สุดว่าผู้หญิงที่ชื่อปัณนารีถือตัวเกินกว่าจะทำอะไรแย่ ๆ แบบนั้นเพียงเพื่อแย่งชิงผู้ชาย แม้จะเป็นผู้ชายที่เธอหลงรักมาตั้งแต่จำความได้ก็ตาม

แล้วทำไมเขาจึงไม่เชื่อ ? ทำไมเขายังคิดว่าเธอคือคนที่ทำเรื่องเลวร้ายนั้นได้ลง !

#รัก #นิยายรัก #นิยายชายหญิง #นิยายโรมานซ์ #หวาน #รักหวาน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel