ตอนที่ 3
“ขอรับ”
“มือปราบซู”
“ขอรับหัวหน้า”
“เจ้าไปที่ร้านท่านหมอหู พาตัวเขามายังจวนว่าการทันที”
“ขอรับ”
“มือปราบเฟิง”
“ขอรับหัวหน้า”
“ข้าคล้ายเคยเห็นว่าข้างกายจูซื่อมีแม่นมผู้หนึ่งอยู่ ได้ยินมาว่าหลังจูซื่อสิ้นใจ แม่นมของนางก็เกษียณกลับไปอยู่บ้านเดิม เจ้าไปพานางกลับมาที่นี่”
“ขอรับ”
เหอเสวี่ยก้มลงมองแหวนหยกนิ่ง เขารวบรวมบันทึกทั้งหมดพร้อมหลักฐานจากนั้นเดินตรงไปยังศาลของเมืองหนานโจว รายงานให้ใต้เท้าเจิงรับรู้ในสิ่งที่เขากำลังสงสัย
ระยะเวลาภายในสองปีทรัพย์สินตระกูลจูถูกถ่ายโอน ต่อมาหลังทุกอย่างกลายเป็นของตระกูลจาง จูซื่อกลับสิ้นใจไปโดยไม่มีการแจ้งให้หวู่โจ้เข้าไปตรวจสอบ เพียงใช้รายงานของท่านหมอหูเป็นหลักฐานแจ้งการตาย
อันที่จริงก็สามารถทำได้เช่นกัน หากภายหลังมีการลงชื่อของเจ้าหน้าที่จากจวนว่าการรับรองการตาย...หลังจากนั้นก็จะมีหวู่โจ้ไปตรวจสอบอีกครั้งแล้วลงนามควบคู่กับท่านหมอ
ทว่า...
เหอเสวี่ยได้ยินเสียงฝีเท้าก็มองไปยังประตู อาลักษณ์ผู้ดูแลห้องทะเบียนของจวนว่าการเพิ่งกลับเข้ามาทำงานหลังพักเที่ยง
มือปราบหนุ่มหันไปมองอีกฝ่าย “เจ้าเพิ่งย้ายมาเป็นอาลักษณ์ที่นี่ได้ไม่ถึงปีสินะ”
“ขอรับท่านหัวหน้ามือปราบ”
เหอเสวี่ยมองอีกฝ่ายสลับกับบันทึกการสิ้นใจของจูอวี้หลาน “รับเงินจากตระกูลจางมาเท่าไหร่”
อีกฝ่ายสะดุ้งพร้อมหน้าซีดลงแต่พยายามกลบเกลื่อนเต็มที่ “ท่านหัวหน้ามือปราบพูดถึงเรื่องอะไรข้าน้อยไม่เข้าใจ”
“ไม่เข้าใจ? ตอนนี้ยังไม่เข้าใจไม่เป็นไร อีกเดี๋ยวพอมือปราบซูพาท่านหมอหูมาถึง จากนั้นใต้เท้าเริ่มไต่สวนคดีของฮูหยินน้อยตระกูลจาง ถึงตอนนั้นข้าว่าเจ้าคงเข้าใจได้เอง”
มือปราบหนุ่มวางบันทึกในมือลงจากนั้นจ้องมองคนที่เกิดลนลานทำอะไรไม่ถูกขึ้นมา
“ในบันทึกมีเพียงเจ้าที่ลงนามยืนยันการสิ้นใจ ไม่มีนามของหวู่โจ้ควบคู่เพื่อยืนยันสาเหตุการสิ้นใจ สองเดือนก่อนเกิดแผ่นดินไหวเจ้าเพิ่งแต่งฮูหยินใช่หรือไม่ รับสินบนหรือไม่เริ่มสอบสวนตอนนี้ก็ยังทัน ดูว่าสินเดิมกับสินสอด รวมไปถึงทรัพย์สินของเจ้าและฮูหยิน หักลบกับเงินเดือนของเจ้าและค่าใช้จ่าย...”
เห็นอีกฝ่ายขาอ่อนทรุดตัวลงกับพื้นเพียงเพราะคำขู่ของเขา เหอเสวี่ยเริ่มมั่นใจไปกว่าครึ่งว่าเขาคิดถูก ศพนั่นแม้ยังไม่ได้รับการยืนยัน แต่เขาก็มั่นใจว่าเป็นศพของจูอวี้หลาน อีกทั้งนางอาจตายอย่างไร้ความเป็นธรรม!!!
ทว่า...ศพของนางมาโผล่ที่หลังจวนตระกูลจางได้อย่างไร ทั้งยังถูกฝังอย่างลวกๆ ราวกับรีบร้อน หรือบางทีนี่อาจไม่ใช่ความรีบร้อน แต่อาจมีคนจงใจนำนางมาฝังเอาไว้เพื่อให้รื้อฟื้นคดีนี้ขึ้นมา!!!
คืนมืดมิดเหนือกำแพงซานเหอย่วนมีเงาร่างปราดเปรียวเหินกายอย่างคล่องแคล่ว ร่างสูงข้ามกำแพงตรงไปยังห้องนอนอย่างคุ้นเคย เปิดประตูเข้าไปแผ่วเบา ตรงไปยังเตียงนอนพร้อมสอดตัวเข้าไปในผ้านวมหนานุ่ม
“ท่านมาแล้ว?” เซิงหลี่จียื่นสองแขนออกไปกอดชายหนุ่ม เขามีนามว่าหวังเฉิง เป็นหนึ่งในองครักษ์ผู้คุ้มกันจวนตระกูลจางนั่นเอง
ชายหนุ่มจุมพิตริมฝีปากของนางด้วยความโหยหา กกกอดร่างใต้ผ้านวมแสนอบอุ่น แม้รู้ว่าความเย็นจากภายนอกอาจทำให้นางหนาวสั่นไปด้วย เนื่องจากอากาศด้านนอกนั้นเริ่มหนาวเหน็บ
ย้อนกลับไปเมื่อเดือนก่อนเขาได้พบกับเซิงหลี่จีที่หลังจวนตระกูลจาง นางเป็นเพียงแม่ค้าขายขนมซาวปิ่งในตลาด เสียงซุบซิบของชาวบ้านทำให้เขาหันไปมองนางอีกครั้ง ทั้งที่คราแรกก็ไม่ได้ให้ความสนใจอะไร
“นั่นใช่นางหรือไม่”
“ใช่นางนั่นละ”
“ช่างน่าสงสาร”
“โชคดีสิไม่ว่า มีสามีกับแม่สามีเช่นนั้น ตายๆ ไปทิ้งนางเอาไว้คนเดียวยังโชคดีเสียกว่าถูกหลอกใช้งานหนักไปวันๆ”
“อะไรหรือ พวกเจ้าหมายความว่าอย่างไร”
“จะอะไรเล่าก็เรื่องของเซิงซื่อผู้นั้นอย่างไรเล่า”
“เซิงซื่อ? นางทำไม”
